“ผอ.JIC ไทย” เปิดหลักฐานโต้เขมร ใช้ “พระวิหาร” เป็นฐานทหาร ย้ำมรดกโลกไม่ใช่เกราะสงคราม ขอประชาคมโลกตรวจสอบพิกัด-ภาพอาวุธ-ไทม์ไลน์ ใครยิงจากไหน เมื่อใด
เมื่อวันที่ 12 กันยายน พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) ระบุถึงกรณีที่ฝ่ายไทยมีหลักฐานว่า ทหารกัมพูชาใช้บริเวณปราสาทพระวิหารเป็นฐานที่มั่นทางทหาร โดยไทยยืนบนหลักว่า การนำพื้นที่มรดกโลกไปใช้ประโยชน์ทางทหารเป็นประเด็นสำคัญตามกฎหมายระหว่างประเทศ
ข้อมูลที่ฝ่ายไทยนำเสนอประกอบด้วยภาพทางอากาศ พิกัด และภาพอาวุธที่ระบุว่าอยู่ในบริเวณดังกล่าว ทั้งอาวุธต่อต้านรถถัง RPG อาวุธประจำกาย และตำแหน่งอาวุธต่อสู้อากาศยาน สิ่งที่ไทยต้องการคือ ให้มีการตรวจสอบหลักฐานเหล่านี้อย่างเป็นกลาง ไม่ใช่ตัดสินจากคำกล่าวหาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ส่วนกรณีที่ไทยกล่าวหาว่ากัมพูชาใช้พื้นที่มรดกโลกเป็นฐานยิงใส่ทหารไทยใช่หรือไม่ ผอ.JIC ระบุว่า ฝ่ายไทยมีข้อมูลว่าบริเวณดังกล่าวถูกใช้ในกิจกรรมทางทหาร และมีข้อกล่าวหาที่ต้องตรวจสอบว่า มีการใช้อาวุธจากพื้นที่นั้นต่อกำลังไทย โดยฝ่ายไทยพร้อมนำเสนอพิกัด เวลา ภาพ และข้อมูลประกอบ เพื่อให้พิจารณาจากข้อเท็จจริง

เมื่อถามว่า หากทหารกัมพูชาใช้ปราสาทพระวิหารเป็นฐานทหาร เท่ากับว่าปราสาทหมดความคุ้มครองหรือไม่ ผอ.JIC ระบุว่า ไม่ควรพูดว่าหมดความคุ้มครองโดยอัตโนมัติ เนื่องจากกฎหมายมีรายละเอียดและเข้มงวดกว่านั้น โดยอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1954 กำหนดให้หลีกเลี่ยงการใช้ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมและบริเวณใกล้เคียงในลักษณะที่ทำให้เสี่ยงต่อการถูกทำลายหรือเสียหายจากการสู้รบ
เมื่อถามย้ำว่า หากมีการยิงจากพื้นที่มรดกโลก ไทยมีสิทธิตอบโต้หรือไม่ ผอ.JIC กล่าวว่า ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและกฎหมายในขณะนั้น ไม่ใช่เพียงเพราะมีทหารหรืออาวุธอยู่แล้วจะโจมตีได้ทันที ภายใต้หลักคุ้มครองทรัพย์สินทางวัฒนธรรม ต้องพิจารณาว่าสถานที่นั้นกลายเป็นวัตถุประสงค์ทางทหารหรือไม่ มีทางเลือกอื่นหรือไม่ และต้องใช้มาตรการที่เป็นไปได้เพื่อลดความเสียหายต่อมรดกทางวัฒนธรรม โดยหลักดังกล่าวปรากฏชัดใน Second Protocol ปี 1999 โดยเฉพาะเรื่อง imperative military necessity และ precautions in attack
เมื่อถามย้ำอีกว่า แล้วใครควรรับผิดชอบต่อความเสียหายของปราสาท ผอ.JIC กล่าวว่า ต้องดู Full Timeline ว่าใครนำกำลังและอาวุธเข้าไป ใครใช้อาวุธ จากตำแหน่งใด เมื่อใด และฝ่ายที่ตอบโต้มีเป้าหมายอะไร จึงจะประเมินความรับผิดชอบได้อย่างเป็นธรรม ไม่ควรเริ่มเรื่องจากภาพความเสียหายเพียงปลายเหตุ
ส่วนข้อความสำคัญที่ไทยต้องการบอกประชาคมโลกคืออะไร ผอ.JIC ระบุว่า มรดกโลกต้องเป็นพื้นที่แห่งสันติภาพ ไม่ใช่เครื่องมือในการทำสงคราม ทุกฝ่ายมีหน้าที่ร่วมกัน อย่าใช้มรดกทางวัฒนธรรมเพื่อประโยชน์ทางทหาร และอย่าโจมตีมรดกทางวัฒนธรรมโดยปราศจากเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ไทยขอเพียงมาตรฐานเดียวกันสำหรับทุกฝ่าย คือ ตรวจสอบข้อเท็จจริง คุ้มครองชีวิต และคุ้มครองมรดกของมนุษยชาติ
“มรดกโลกไม่ควรถูกใช้เป็นฐานทางทหารหรือเป็นเกราะกำบังการปฏิบัติการทางทหาร หากมีข้อกล่าวหาเรื่องการยิงจากพื้นที่ดังกล่าว ขอให้ตรวจสอบ Full Timeline ใครยิง จากไหน เมื่อใด และเป้าหมายอะไร ไทยพร้อมให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามมาตรฐานสากล” ผอ.JIC กล่าว





