หน้าแรก การเมือง กกต.ปล่อยผี ไ...

กกต.ปล่อยผี ไม่มีกก.บห. ภูมิใจไทย เกี่ยวโกงเลือกส.ว. แจ้งข้อหา 26 สว.

14.09.26 | 16:16 น.

กกต.ปล่อยผี ไม่มีกก.บห.พรรคการเมืองเกี่ยวโกงเลือกสว. แจ้งข้อหา 26 สว.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 กันยายน ที่สำนักงาน กกต. คณะกรรมการ กกต.ทั้ง 7 คน ร่วมประชุมเพื่อพิจารณาวาระคดีทุจริตการเลือก ส.ว.


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการลงมติในวันนี้ กกต.แต่ละคนเมื่อเข้าห้องประชุมแล้วจะได้ส่งใบลงมติส่วนตัวต่อที่ประชุมเพื่อให้เจ้าหน้าที่สำนักการประชุมรวบรวมผลคะแนนและขานมติ อย่างไรก็ตาม การลงมติใน 7 ข้อกล่าวหา ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ได้แก่

1.กรรมการบริหารพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง ส.ส. สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้รับเลือกเป็น ส.ว. ตามมาตรา 76 วรรคหนึ่ง

2.ผู้สมัครยินยอมให้บุคคลทางการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง ช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับเลือกเป็น ส.ว. ตามมาตรา 76 วรรคสอง

Advertisement

3.ผู้สมัครไม่ปฏิบัติตามวิธีการหรือเงื่อนไขที่ กกต.กำหนด ในการแนะนำตัวตามมาตรา 36 และมาตรา 70

4.มีการจัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือเตรียมจะให้ทรัพย์สินและประโยชน์อื่นใดเพื่อจูงใจในการลงคะแนน ตามมาตรา 77 (1)

5.มีการจัดเลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยง เพื่อจูงใจผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือก ตามมาตรา 77 (3)

6.มีการเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดเพื่อการลงสมัคร ตามมาตรา 79

7.ผู้มีสิทธิเลือก เรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สินและประโยชน์อื่นใด เพื่อเลือกหรือไม่เลือกผู้ใด ตามมาตรา 81

ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน แบ่งเป็น 8 คน ส.ว.ชุดปัจจุบันจำนวน 138 คน รัฐมนตรี ส.ส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย จำนวน 21 คน, เครือข่ายพรรคภูมิใจไทย จำนวน 20 คน รวมถึง ส.ว.สำรอง และผู้สมัคร ส.ว.อีกจำนวน 50 คน

ต่อมาเวลา 15.50 น. นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. และ ว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมแถลงผลการลงมติ

โดยว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า ที่ประชุมได้ลงมติการไต่สวนการทุจริตการเลือก ส.ว. โดย กกต.รับเรื่อง 610 เรื่อง วินิจฉัย 593 เรื่อง บางเรื่องส่งศาลแล้ว เหลืออยู่ 17 เรื่อง นอกจากนี้ กกต.ได้พิจารณาและมีมติให้ดำเนินคดีอาญาผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติ 1.6 พันคน โดยกรณีนี้ได้รับเรื่องจากดีเอสไอ ส่งเรื่องมาจึงมีมติดำเนินการไต่สวน โดยตั้งคณะกรรมการไต่สวนส่วนกลางชุดที่ 26 มีผู้ถูกร้องทั้งหมด 427 คน ไม่ใช่ 229 คน

ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า ต่อมา 16 ก.ย.2568 ได้ตั้งอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งชุดที่ 36 ต่อมา 26 ก.พ.2569 ได้ทำความเห็นพร้อมเหตุผลมาเสนอยัง กกต. สาเหตุที่ต้องตั้งชุด 36 มา ก็เพราะเมื่อมีคำร้อง ก็มีกรรมการไต่สวน หรือชุด 26 ก่อนเข้าสู่เลขาธิการ และเข้าสู่อนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด ซึ่งก็คือชุด 36 ก่อนจะมาถึง กกต.ชุดใหญ่ โดยความเห็นแต่ละชั้นสามารถมีความเห็นต่างกันได้ ความเห็นแต่ละชั้นไม่ผูกพัน กกต. เป็นเพียงข้อมูลการพิจารณาเท่านั้น

ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า ที่ผ่านมามีอนุ 35 คณะ ทำไมต้องตั้งคณะที่ 36 เพราะผู้ถูกร้องจำนวนมาก มีรายละเอียดความซับซ้อน มีข้อหาถึง 7 ข้อ จึงตั้งมา 7 คนด้วยกัน 30 มีนาคม 2569 ก็นำเข้าสู่วาระการพิจารณาของ กกต. มีเอกสาร 75,722 หน้า ก่อนประชุมพิจารณา 11 ครั้ง

ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า เรื่องการนำโพยเข้าไปในสถานที่เลือก โดยก่อนหน้านี้ กกต.เคยออกระเบียบเอกสารแนะนำตัว จะนำเข้าไปในสถานที่เลือกไม่ได้ แต่ศาลปกครองกลางเพิกถอนข้อนี้ เมื่อไม่มีกฎหมายกำหนดห้าม ผู้สมัครย่อมมีสิทธิเอาเอกสารใดๆ เข้าสถานที่เลือกได้ ดังนั้น เมื่อเก็บโพย พบโพย มีการเก็บเอกสาร โพยที่พบมี 2 ประเภท คือ 1.โพยธรรมดา ผู้สมัครจดกันลืม 2.เป็นโพยที่เกี่ยวโยงกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง กรณีนี้ คณะกรรมการไต่สวนจะสอบสวนและหากพบเหตุเกี่ยวข้องก็แจ้งข้อหาคนในโพยทุกราย

นายณรงค์กล่าวว่า ในฐานะประธาน กกต. ยืนยันการทำงานของ กกต.เป็นอิสระ และอยู่ในกรอบของกฎหมาย สำนวนทุกเรื่องที่กำลังพิจารณาก็จะไต่สวน พอมาถึงชั้น กกต.ก็จะพิจารณาจากคำร้อง คำคัดค้าน พยานบุคคล และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ดูทุกด้านไม่ว่าจะเป็นนิติวิทยาศาสตร์ เส้นเงิน การติดต่อสื่อสารในทางต่างๆ ไม่ได้ทำตามอำเภอใจ หรือแรงกดดันของสังคม หรือความต้องการของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

นายณรงค์กล่าวว่า ผลการพิจารณาทุกคนมีอิสระ ก็จะอธิบายในกรอบของข้อจำกัดบางประการ บอกไม่ได้ว่าใครมีมติอย่างไร แต่เสียงข้างมาก ข้างน้อยเป็นอย่างไร สำหรับข้อกล่าวหาที่ 1-7

ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า สำหรับข้อกล่าวหาที่ 1.กรรมการบริหารพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง ส.ส. สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้รับเลือกเป็น ส.ว. ตามมาตรา 76 วรรคหนึ่ง มีผู้ถูกร้อง 20 คน ไม่ส่งศาลเลยสักคน

2.ผู้สมัครยินยอมให้บุคคลทางการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง ช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับเลือกเป็น ส.ว. ตามมาตรา 76 วรรคสอง มี ส.ว.ที่ถูกร้อง 137 คน และสำรอง 1 คน และผู้มีสิทธิเลือก ส.ว. 2 คน รวม 140 คน กกต.ไม่มีมติส่งศาลฎีกา

3.ผู้สมัครไม่ปฏิบัติตามวิธีการหรือเงื่อนไขที่ กกต.กำหนด ในการแนะนำตัวตามมาตรา 36 และมาตรา 70 มี ส.ว. 137 ราย กกต.มีมติส่งศาล 26 ราย ส.ว.สำรอง และผู้มีสิทธิ ส่ง 1 ราย บุคคลอื่น 9 ราย รวม 36 ราย

ข้อกล่าวหาที่ 4-7 กกต.มีมติส่งเรื่องศาลฎีกา เป็น ส.ว.ปัจจุบัน 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก ส.ว. 36 คน บุคคลอื่น 15 คน รวม 77 คน

นายณรงค์กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ถูกกล่าวหา ในข้อกล่าวหาที่ 3 และ 4-7 นั้น ส่วนมากเป็นบุคคลคนเดียวกัน

เมื่อถามว่า พฤติการณ์ของผู้ที่ถูกร้องเรียนมีอะไรบ้าง นายณรงค์กล่าวว่า กกต.ดูรายบุคคล ดูตามข้อกล่าวหาและรายกรณี พฤติการณ์ อาทิ ที่ จ.หนองบัวลำภู พิจารณา และอาจจะเป็นข่าว ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ผู้ถูกร้องที่ 84 ดำรงตำแหน่ง ส.ว. ปัจจุบัน มีพฤติการณ์ที่มีการจูงใจ หรือให้ทรัพย์สินเงินทองกับผู้มีสิทธิเลือก ส.ว. เพื่อลงคะแนนให้กับตัวเอง การไต่สวนพบความเชื่อมโยง เส้นเงิน ไปยังผังต่างๆ ซึ่งกล่าวตั้งแต่แรกแล้วว่า ในการพิจารณาสำนวนเป็นรายสำนวนคำชี้แจง พยาน หลักฐาน ที่ได้จากการไต่สวน ไม่ว่าจะเป็นพยานบุคคล เส้นเงิน โทรศัพท์ ฟังได้ว่า บุคคลคนนี้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาที่ 77 จูงใจผู้สมัครให้มาเลือกตัวเอง หรือจ้างโหวตเตอร์ก็ให้ศาลฎีกา พฤติการณ์แบบนี้ เราเชื่อว่ามีการทุจริตในการเลือก ส.ว.

ทั้งนี้ กกต. จะจัดทำคำวินิจฉัยสำนวนการเลือก สว. ภายใน 60 วัน ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ภายใน 60 วัน หากศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาแล้ว ถ้าเป็น สว. ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำพิพากษา ศาลฎีกามีคำพิพากษาว่ามีการกระทำความผิด ให้สมาชิกภาพ สว. ผู้นั้นสิ้นสุดลงนับแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่