หน้าแรก การเมือง ภราดร ยัน ไม่...

ภราดร ยัน ไม่ฉลาดพอคิด ระบบฮั้วสว.ชี้มีขบวนการจ้องยุบพรรคภูมิใจไทย

15.09.26 | 10:58 น.

ภราดร บอก คงไม่ฉลาดพอคิดระบบฮั้ว สว. เชื่อ กระบวนการทางการเมืองบีบ “เอกราช” หวังนำภูมิใจไทยถูกยุบพรรค เผย เตรียมหารือฝ่ายกฎหมายดำเนินคดีต่อหรือไม่


เมื่อเวลา 09.25 น. วันที่ 15 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ iLaw ระบุว่านายเอกราช ช่างเหลา อดีต ส.ส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพยานที่ 16/26 ซักทอดว่านายภราดรเป็นผู้ริเริ่ม และคิดค้นกระบวนการฮั้วเลือก สว. ว่า ได้เห็นเรื่องนี้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ตนจึงได้ไปดูถ้อยคำ เห็นว่ามีพยานที่เรียกว่าพยานที่ 16 ในคณะอนุกรรมการไต่สวน ชุดที่ 26 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กลับคำให้การ ซึ่งคำกล่าวหาของพยานที่ 16/26 ได้กล่าวหาว่าตน กรรมการบริหารพรรค หัวหน้าพรรค และพรรคภูมิใจไทย มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะตนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้คิดค้นระบบ และมีการร่วมมือกับกรรมการบริหารพรรคทำให้กระบวนการนี้เกิดขึ้น ตนต้องตอบอย่างตรงไปตรงมา ว่าตนคงไม่ฉลาดขนาดที่จะไปคิดระบบในการทำให้ได้มาซึ่งสว.ทั้งหมดแบบนั้น

นายภราดร กล่าวต่อว่า เมื่อวาน (14 ก.ย.) ประธาน กกต. ได้พูดชัดเจนว่าคำกล่าวหาของพยานที่ 16/26 มีการกล่าวหาจริง แต่เมื่อตรวจสอบกับพยานแวดล้อมอื่นทั้งเรื่องของโปรแกรม หรือแม้แต่กระบวนการจ้างให้ทำพยานหลักฐานอื่นนั้นไม่มี มีเพียงพยานหลักฐานของพยานที่ 16/26 เท่านั้น ทำให้สิ่งที่พยานได้ให้ปากคำไว้ไม่มีความเข้มแข็ง เพราะไม่มีหลักฐานอื่นมารองรับ ประกอบกับพยานที่ 16/26 กลับคำให้การยิ่งทำให้ กกต.ไม่เชื่อในคำให้การ พร้อมย้ำว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่ฉลาดที่จะไปคิดค้นระบบขึ้นมาจนทำให้ได้มาซึ่ง สว. รวมถึงกรรมการบริหารพรรค และพรรคภูมิใจไทยก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสว.

ส่วนที่ iLaw ยังมีการเปิดเผยชื่อรัฐมนตรีอยู่จะมีการดำเนินการอย่างไรหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ตนเคยเรียกร้องมาตลอดว่าตนอยู่ในกติกา อยู่ในระบบ และยอมรับการตรวจสอบ พร้อมที่จะเดินหน้าสู่ศาลหาก กกต.มีมติในการที่จะส่งชื่อตนและกรรมการบริหารพรรคไปสู่การพิจารณาของศาลฎีกา ซึ่งตนได้ถามกลับด้วยว่าหากผลไม่เป็นไปตามที่มีคนกล่าวหา

Advertisement

โดยปรารถนาที่ทำให้ตนและพรรคภูมิใจไทยต้องมีอันเป็นไป เมื่อองค์กรอิสระ หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบได้วินิจฉัยอย่างหนึ่งอย่างใดที่ไม่ตรงกับความต้องการจะเชื่อมั่นในกระบวนการ ตนคิดว่าวันนี้องค์กรอิสระได้ดำเนินการ และทำหน้าที่บนข้อมูล รวมถึงหลักฐาน ไม่ใช่ยกฟ้องทั้งหมดแบบที่พยายามพูดกันเมื่อหลายเดือนที่แล้ว แต่กกต.ได้ส่งฟ้องไปถึง 77 คน

หมายความว่า มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำใดๆอย่างไร หลังจากนี้จึงเป็นเรื่องของ 77 คน ที่จะต้องนำพยานหลักฐานต่างๆไปต่อสู้ในศาล ดังนั้นเมื่อองค์กรอิสระวินิจฉัยอย่างหนึ่งอย่างใดแล้วก็ควรต้องเคารพในกติกา และไม่ว่าจะถูกใจหรือไม่ถูกใจ แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่นำมากล่าวอ้างในสำนวน

นายภราดร ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่ามีกระบวนการที่จะดิสเครดิตพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อต้องการล้มล้างพรรคภูมิใจไทยและนำไปสู่การยุบพรรคหรือไม่ เพราะจะเห็นได้ว่าในคำกล่าวหาของพยานที่ 16/26 กล่าวหาหัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค และเลขาธิการพรรค เพราะเขารู้ว่าถ้ากรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งคนใดมีอันเป็นไป สิ่งที่จะตามมาคือนำไปสู่การยุบพรรคการเมือง ซึ่งเป็นเป้าปรารถนาสูงสุดของเขา

นายภราดร ย้ำว่า จุดเริ่มต้นจากเรื่องทั้งหมดมาจากพยานที่ 16/26 มีธงว่าทำอย่างไรก็ได้ ที่จะยุบพรรคภูมิใจไทย ทุกอย่างจึงเดินไปตามที่พยานที่ 16/26 ตั้งธงไว้แต่แรก แต่เมื่อพิสูจน์แล้วไม่มีพยานหลักฐานใดที่สอดคล้องจนทำให้คำให้การของพยานที่ 16/26 มีความเข้มแข็งจึงไม่สามารถดำเนินคดีใดๆได้

เมื่อถามว่า มองกรณีที่นายเอกราช ให้การโดยพาดพิงถึงกรรมการบริหารพรรคเป็นการคับแค้นใจส่วนตัว หลังจากถูกขับพ้นออกจากสมาชิกพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ไม่ทราบว่าพยานมีเจตนาอย่างไร แต่ด้วยสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ทำให้เชื่อได้ว่ามีกระบวนการทางการเมืองบางอย่างที่บีบคั้นบังคับขู่เข็นให้พยานที่ 16/26 ให้การดังกล่าว

เมื่อถามย้ำว่า จะไม่ดำเนินการฟ้องใช่หรือไม่ นายภราดร ระบุว่า เป็นเรื่องเก่าที่อยู่ในสำนวน ตนได้ยินเรื่องนี้มา 2 ปีแล้ว และได้มีการปฏิเสธมาตลอดว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง อีกทั้งยังได้บอกว่าเจตนาของพยานและคำให้การดังกล่าวของพยานเจตนาคืออะไร สถานการณ์การเมืองปี 2568 เป็นอย่างไร วัตถุประสงค์ปลายทางคือล้มล้าง และทำให้พรรคภูมิใจไทยเดินหน้าไปสู่การยุบพรรค

ส่วนในนามพรรคจะมีการแจ้งความหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า คงต้อง ปรึกษากับทีมทนายและทีมกฎหมายของพรรค ซึ่งวันนี้ไม่ได้มีการประชุมพรรค แต่คงมีการพูดคุยนอกรอบกันว่าจะดำเนินการอย่างไร