‘พิพัฒน์’ ยํ้าคำเดิม ภูมิใจไทยไม่เกี่ยวฮั้ว ส.ว. วอนอย่าโยงเป็นเครือข่ายใคร รับคนการเมืองเป็นเพื่อนกันหมด มองเป็นสิทธิฝ่ายค้านชิงอภิปราย ชี้เมื่อถามมาก็ต้องตอบ
เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 15 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยระหว่างที่นายพิพัฒน์เดินขึ้นตึกบัญชาการ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติไม่ส่งฟ้องกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคภูมิใจไทยในคดีฮั้วเลือก ส.ว. โดยนายพิพัฒน์พยายามปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าว พร้อมระบุว่าไม่ขอให้สัมภาษณ์ เนื่องจากไม่เกี่ยวกัน
ผู้สื่อข่าวจึงพยายามถามต่อว่า มีหลายคนพยายามเชื่อมโยงว่าบุคคลที่อยู่ในรายชื่อที่ กกต.ส่งฟ้อง เป็นเครือข่ายของนายพิพัฒน์ นายพิพัฒน์จึงหยุดและหันกลับมาให้สัมภาษณ์ว่า ต้องเรียนให้ทราบว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ส.ว. ตรงนี้เราต้องแบ่งแยกอย่างชัดเจน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แจ้งมาโดยตลอดว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่สามารถไปยุ่งเรื่อง ส.ว.ได้ เพราะ ส.ว.ไม่ได้สังกัดพรรคการเมือง

นายพิพัฒน์ยังกล่าวต่อว่า ส่วนที่บอกว่าใครเป็นฐานของใคร อะไรอย่างไรนั้น ในฐานะที่พวกเราเป็นคนการเมือง ก็ต้องมีเพื่อนฝูงเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้ปฏิเสธว่าเราไม่รู้จักกัน แต่เราไม่สามารถไปสนับสนุน หรือให้การช่วยเหลือได้
เมื่อถามว่า ส่วนตัวรู้สึกโล่งขึ้นหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ฝ่ายค้านพาดพิงถึงหลายครั้ง นายพิพัฒน์กล่าวว่า ฝ่ายค้านก็คงเดินหน้าต่อ แต่ก็เป็นสิทธิของเขา และย้ำว่าทางพรรคไม่สามารถไปยุ่งได้
เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือไม่ เนื่องจากมีรายชื่อของนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ ซึ่งเป็นบิดา ถูก กกต.ส่งฟ้องในคดีฮั้ว ส.ว. นายพิพัฒน์กล่าวว่า ยังไม่ได้เจอกัน เดี๋ยวคงจะคุยกัน

เมื่อถามว่า ได้พูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ถึงกรณีดังกล่าวแล้วบ้างหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกัน เนื่องจากนายกรัฐมนตรีติดภารกิจปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีเกียรติยศยังประเทศเวียดนาม
เมื่อถามว่า มีความกังวลหรือไม่เนื่องจากฝ่ายค้านยืนยันว่าจะนำคดีโกงเลือก ส.ว.ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ไม่ได้กังวล คุณอภิปรายมา เราก็ต้องตอบความเป็นจริง
เมื่อถามต่อว่า หากพ้นเรื่องนี้รัฐบาลจะเดินหน้าราบรื่นใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ขอให้ไปถามนายกรัฐมนตรีดีกว่า



