มท.2 สั่งปกครองส่งคนเฝ้า เคลื่อนย้าย 4 ร่างสุสานยิวแปดริ้วไปชลบุรี หวั่นสับเปลี่ยนศพ สั่งรีเช็กใบอนุญาตสุสานทั่วประเทศใน 3 วัน ชี้พบผิดฟันไม่เลี้ยง เดินหน้าล้างบางนอมินีต่างชาติ เตรียมถก ‘ศุภจี’ ขยายผลนิติบุคคลต้องสงสัยกว่า 1 หมื่นแห่ง
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 15 กันยายน ที่สุสานบ้านหนองโสน หมู่ 2 ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา บริษัท กานชาบาด จำกัด พร้อมด้วยฝ่ายปกครอง จนท.ตำรวจ สภ.บางคล้า และ อส.เดินทางเข้ามายังที่บริเวณภายในสุสานเพื่อทำการขุดศพและเคลื่อนย้ายร่างของผู้เสียชีวิตชาวยิว รวมถึงชาติอื่นๆ รวม 4 ร่าง ออกจากสุสาน โดยมีการสกัดปิดกั้นที่ประตูด้านหน้า ไม่ให้ชาวบ้านและสื่อมวลชนเข้าไปยังภายใน
มีรายงานว่า ฝ่ายปกครองในพื้นที่เตรียมปฏิบัติการตั้งแต่เวลา 03.00 น. และเดินทางเข้ามาเริ่มทำการขุดศพตั้งแต่เวลา 05.00 น. โดยอ้างว่าที่ต้องมาตั้งแต่เช้ามืด เพื่อป้องกันความวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้น และต้องการให้เรื่องดังกล่าวจบลงไปได้ด้วยดี จึงไม่ให้ชาวบ้านและสื่อมวลชนเข้าไปยังภายใน เพราะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล

ขณะนายสันต์ อายุ 74 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 และอดีตรองนายก อบต.เสม็ดใต้ กล่าวว่า ไม่สบายใจที่บริษัทสกัดกั้นไม่ให้ชาวบ้านในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วม ในการเข้าไปตรวจสอบการขุดและเคลื่อนย้ายศพออกไปด้วย จึงเกิดเป็นข้อสงสัยว่าภายในนั้นอาจจะมีมากกว่า 4 ร่างหรือไม่ จึงได้มีการปิดกั้นกันแบบนี้
เมื่อเวลา 09.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการเพิกถอนสุสานยิว ใน จ.ฉะเชิงเทรา ว่าเวลา 5.00 น. ทางบริษัท กานชาบัดได้นำทีมเคลื่อนย้ายร่างทั้ง 4 และได้เคลื่อนย้ายไปยังสุสานจังหวัดชลบุรี โดยแจ้งทางจังหวัดฉะเชิงเทราแล้ว และจะให้มีการแจ้งไปยังจังหวัดชลบุรีด้วย ส่วนตนได้เน้นย้ำไปที่กรมการปกครองในพื้นที่ให้ไปสังเกตการณ์ เนื่องจากกังวลว่าจะมีการเปลี่ยนหรือโยกย้ายจริงหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้มีภรรยาของผู้เสียชีวิต ที่อยากนำร่างไปประกอบพิธี ซึ่งตนไม่เข้าใจว่าร่างถูกฝังอยู่แล้วจะนำไปประกอบพิธีอะไร จึงได้มอบหมายให้ท้องที่ของทั้ง 2 จังหวัดเข้าไปดูแล
นายพลพีร์ยังกล่าวถึงสุสานทั่วประเทศว่า เมื่อวานนี้ (14 ก.ย.) มีการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจของกระทรวงมหาดไทยในการจัดระเบียบสังคม โดยได้ให้กรมการปกครองทำตัวเลขสุสานสถานที่ประกอบฌาปนกิจทั่วประเทศให้เสร็จภายใน 3 วัน และรายงานมา เมื่อได้รายชื่อมาทั้งหมดจะนำไปตรวจสอบใบอนุญาตว่าถูกต้องหรือไม่ หากไม่ถูกต้องจะใช้แนวทาง “ฉะเชิงเทราโมเดล” ในการดูแลเพิกถอนดำเนินคดีต่างๆ อย่างไรก็ตาม ในการตรวจสอบย้อนหลังชาบัดที่ จ.ฉะเชิงเทรา พบข้อสงสัยตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งตนเชื่อว่าขาดพยานหลักฐานในการยื่นขอสุสานตั้งแต่ตอนนั้น โดยวิธีการที่ตนเช็กใช้แอพพลิเคชั่น Google Earth ถนนและแหล่งน้ำแสดงให้เห็นชัดเจนว่ามีแหล่งน้ำอยู่ตรงนั้นมาก่อนแล้ว แต่ในเอกสารของนายกองค์การบริหารส่วนตำบล และข้าราชการบางส่วนที่เซ็นอนุมัติทางผู้ว่าราชการจังหวัดจัดตั้งคณะกรรมการสอบ โดยกำหนดระยะเวลา 15 วัน หากสอบไม่แล้วเสร็จจะขยายเวลาก็มาว่ากันอีกที แต่ส่วนตัวเห็นแล้วว่าผิดหากมีข้าราชการหรือผู้บริหารท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินคดีต่อไป

นายพลพีร์ยังกล่าวถึงการประชุมในช่วงบ่ายว่าจะเป็นการหารือกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นการหารือกันนอกรอบเกี่ยวกับนอมินี สัญชาติ วีซ่าต่างๆ และทุกภารกิจที่เราดำเนินการมาตลอดระยะเวลา 30-40 วัน ซึ่งยังไม่ครบลูป เพราะหากกระทรวงมหาดไทยไปจับ ก็ต้องส่งเรื่องให้ตำรวจ หากทางตำรวจไม่ได้ดำเนินการต่อ ก็จะต้องมีการรายงานเพื่อให้ทางมหาดไทยขยายผลต่อไป โดยจะมีการหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เกี่ยวกับบริษัทอิสราเอล ที่พบว่ามีเครือข่ายหลาย 10 บริษัท จึงอยากได้ความร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ดำเนินการอยู่แล้วแต่อยากให้การส่งข้อมูลสามารถทำให้เร็วกว่านี้ นอกเหนือจากระบบราชการจะมีวิธีอื่นอีกหรือไม่
นายพลพีร์กล่าวด้วยว่า ขณะที่การหารือกับนางศุภจี กรมการปกครองจะหารือเกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัทต่างๆ และส่งข้อมูลให้กัน เพราะขณะนี้มีนอมินี ที่ถือครองที่ดินในประเทศไทยโดยเฉพาะบริษัทนิติบุคคล ประมาณ 2,000 แห่ง และมีบริษัทที่น่าสงสัยกว่าอีกหมื่นแห่ง ซึ่งมีมูลค่ากว่า 80,000 ล้านบาท โดยจะรวบรวมข้อมูลและปรึกษาการวันนี้ ก่อนจะนำเรียนนายกรัฐมนตรี หลังกลับจากประเทศเวียดนาม
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการเนรเทศชาวต่างชาติอิสราเอลและฝรั่งเศส มีการยื่นอุทธรณ์หรือความคืบหน้าอย่างไร นายพลพีร์กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่เห็นการยื่นอุทธรณ์ แต่ขณะนี้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้ควบคุมตัวไว้อยู่ หากภายใน 7 วันไม่มีการยื่นเรื่อง ก็จะมีการส่งตัวออกนอกประเทศ ส่วนกฎหมายเรื่องการเนรเทศขอดูพยานหลักฐานและเหตุผลในการเนรเทศก่อน แต่การกระทำความผิดอื่นของชาวต่างชาติ เราจะดำเนินการเพิกถอนวีซ่ามากกว่า เช่น การไปจับกลุ่มที่ผับ 577 ห้วยขวาง ซึ่งพบชาวต่างชาติ 5 รายที่ดำเนินเนินการถอดวีซ่า



