หน้าแรก การเมือง มท.2 ปูด บริษ...

มท.2 ปูด บริษัทนอมินี เริ่มโอนหนีแล้ว เจอต้องสงสัยถือครองที่ดินนอมินี พุ่ง 8.5 หมื่นล้าน เร่งสแกนอีกนับหมื่น

15.09.26 | 16:30 น.

“พลพีร์” เผย 1.1 หมื่นบริษัทถือ ต้องสงสัยถือครองที่ดินนอมินี มูลค่า 2,200 บริษัท พุ่ง 8.5 หมื่นล้าน ขีดเส้น ตรวจสอบให้จบเดือนนี้ ชี้ บทลงโทษเนรเทศ ไม่ใช้พร่ำเพรื่อ

เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 15 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวภายหลังประชุมบูรณาการข้อมูลในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดของคนต่างด้าว อาชญากรรมข้ามชาติ สแกมเมอร์ และนอมินี ว่าในการประชุมวันนี้เป็นการอัพเดตข้อมูลกัน วันนี้มีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ มานั่งเป็นประธาน พร้อมยอมรับว่าจะมีมาตรการออกมา ซึ่งในที่ประชุมได้มีการพูดถึงข้อขัดข้องของแต่ละส่วนว่า ตำรวจมีข้อขัดข้องอย่างไร กรมที่ดินมีข้อขัดข้องอย่างไร เพื่อหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน เป็นเรื่องของการประสานข้อมูลกัน


ส่วนในที่ประชุมได้มีการมอบนโยบายอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า มีเรื่องของการให้ประสานการปฏิบัติงานร่วมกัน เพราะแต่ละคนทำอยู่แล้ว ทั้งตำรวจและฝ่ายมหาดไทย มีการปฏิบัติกันอยู่แล้ว แต่หลังจากนี้จะมีการประสานข้อมูลกันมากขึ้น  ส่วนการประชุมครั้งต่อไปยังไม่ได้กำหนด ซึ่งตนคาดว่าจะประชุมอย่างน้อยเดือนละครั้ง

ด้านนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงผลการประชุมว่า วันนี้เป็นการหารือนอกรอบ ซึ่งนอกจากเรื่องนอมินี ที่กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำลังดำเนินการอยู่ จะเอาปัญหาการปฏิบัติหน้าที่มาแลกเปลี่ยนกันแต่ละหน่วยงาน ซึ่งทุกหน่วยงานที่มาในวันนี้ ทุกหน่วยงานจะมีช่องหลังบ้านในระดับผู้บริหาร ที่จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้ข้อมูลแบบเร่งด่วน ที่จะเป็นข้อมูลกลุ่มประสานงาน เพื่อความรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะหากมัวแต่ส่งเอกสาร อาจจะใช้เวลานาน ทำให้การดำเนินคดีล่าช้า

นายพลพีร์ กล่าวว่า ขณะนี้ธุรกิจนอมินีเริ่มมีการโอนหนีโอนย้ายแล้ว เพราะฉะนั้น การที่เราจะเอาแผ่นดินไทยคืน โดยการจับนอมินีที่ถือครองที่ดิน จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดและจากที่แต่ละหน่วยมาแสดงตัวเลขกัน พบว่าที่ดินที่ถือครองโดยบริษัทต่างชาติ ถือหุ้นส่วนมากกว่าคนไทย มีอยู่ประมาณ 2,200 บริษัท และบริษัทที่ต้องสงสัย ที่อาจจะมีการเปลี่ยนผู้ถือหุ้น หรือเปลี่ยนเลขบัญชี มีประมาณ 1,100 กว่าบริษัท มูลค่าประเมินเบื้องต้นเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา อยู่ที่ 65,000 ล้านบาท แต่ในปัจจุบันอยู่ที่ 85,000 ล้านบาท ซึ่งตนจะนำตัวเลขนี้ไปเรียนต่อนายกรัฐมนตรี และกรมที่ดินจะเร่งรัดการสืบสวนทุกบริษัทที่ถือครองที่ดิน และจะคัดจำหน่ายต่อไป

Advertisement

ส่วนอีก 1 หมื่นกว่าบริษัท สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมธุรกิจการค้า กรมที่ดิน และกรมการปกครอง จะร่วมกันสืบสวนสอบสวน ว่าเป็นบริษัทที่ถูกหรือผิด หรือเป็นนอมินี ก็จะดำเนินคดีและคัดจำหน่ายต่อไป ยืนยันว่าการดำเนินคดีกับบริษัทนอมินี 11,000 กว่าบริษัทที่กำลังตรวจสอบอยู่ จะต้องจบภายในสิ้นเดือนนี้

เมื่อถามว่า บทลงโทษจำเป็นต้องเนรเทศหรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า การครอบครองที่ดิน ไม่ได้เข้าข่ายการเนรเทศ ซึ่งกฎหมายของการเนรเทศ ไม่ได้ต้องการใช้ทุกโอกาส พูดง่ายๆคือ ไม่ได้ใช้พร่ำเพื่อ แต่หากมีการกระทำความผิดตามเงื่อนไขกฎหมาย หรือมีคำตัดสินจากศาล ก็จะเข้าข่ายโดยทันที เช่นกรณีที่ตนไปบุกจับผับที่ห้วยขวาง มีชาวต่างชาติผู้ถูกดำเนินคดี 5 ราย ถูกปรับไปแล้ว เราไม่ได้ใช้การเนรเทศ แต่เป็นการถอนวีซ่าแล้วก็เชิญออก