ชวน กรีด กกต.ชุดนี้ถูกวิจารณ์มากที่สุด โดนการเมืองแทรกแซงกำหนดตัวบุคคล เชื่อระบบหนี้บุญคุณ หนีไม่พ้นต้องตอบแทน ชี้รบ.อนุทิน มาหลังเลือก สว.แต่ชื่อ-นามสกุลคนวางแผนโกงเหมือน ครม.ชุดนี้ เตือนระวังโดน 2 ข้อหา
เมื่อวันที่ 16 กันยายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานในการประชุม วาระรับทราบรายงานผลปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 และพ.ศ. 2568
นายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายโดยอ่านพระบรมราโชวาทเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 67 ที่ กกต.นำมาไว้ในหน้าแรกของรายงานว่าหน้าที่ของข้าราชการทุกฝ่าย แบ่งได้เป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งคือการปฏิบัติงานตามภาระรับผิดชอบของตนให้สำเร็จผลอย่างมีประสิทธิภาพ อีกส่วนหนึ่งคือชาวไทย การร่วมกับชาวไทยทุกคนที่จะจรรโลงรักษาความดีงามของชาติบ้านเมือง จึงขอให้ข้าราชการทุกคน ทุกฝ่ายตั้งใจขวนขวายปฏิบัติหน้าที่นั้น ๆ ให้ครบถ้วน
นายชวน กล่าวว่า สิ่งที่ตนอยากจะกล่าวต่อจากการยกพระบรมราโชวาท กกต.ได้ทำหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งทุกครั้งเสร็จ แต่ไม่มีประสิทธิภาพ และไม่สามารถจรรโลงรักษาความดีงามของชาติบ้านเมืองได้เพราะคนผิดลอยนวล กกต.ชุดนี้ถือว่าเป็นชุดที่ถูกวิจารณ์มากที่สุด และมีข้อครหาในเรื่องของที่มาว่ามีการเมืองเข้าไปแทรกแซง เข้าไปมีส่วนในการกำหนดตัวบุคคล ตนเคยเป็นกรรมการสรรหา ปัจจุบันมีการเมืองเข้าไปแทรกแซงมาก จนทำให้บุคคลที่เข้ามาอยู่ในองค์กรอิสระรวมถึงกกต.มีปัญหา แต่ไม่ได้พูดว่าคนเหล่านั้นไม่ดีหรือไม่เก่ง แต่เมื่อมาด้วยระบบที่เป็นหนี้บุญคุณ หนีไม่พ้นตามวัฒนธรรมคนไทยที่ต้องตอบแทนบุญคุณกัน
นายชวน กล่าวต่อว่า การตอบแทนบุญคุณนั้นก็ทำให้เรื่องดีกลายเป็นเรื่องร้าย ร้ายกลายเป็นดี ผิดเป็นถูก ถูกเป็นผิด ตนจึงได้เคยทำหนังสือถึงนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ขอให้จัดการเลือกตั้งให้มีความสุจริตเที่ยงธรรม อย่าให้มีการทุจริต ทำให้เสื่อมเสียต่อองค์กร กกต. นอกจากนั้นตนก็ยังทำหนังสือถึงประธานกกต.ชุดปัจจุบันด้วย เพราะเชื่อว่าทุกคนมีความดีอยู่ในตัว ไม่มากก็น้อย เห็นอะไรที่ไม่ถูกต้องอย่างน้อยก็ต้องทบทวน และยังทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย เพราะเชื่อว่ากกต.ทำฝ่ายเดียวไม่สำเร็จ แต่ผลก็คืออธิบดีโทรศัพท์ไปหาผู้ว่าฯ บางจังหวัด เพื่อให้ช่วยพรรคสีน้ำเงิน ตนยังทำหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่ทุกอย่างก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเกรงใจการเมือง
นายชวน กล่าวว่า กกต. ยังคงเป็นหน่วยงานที่ดำรงอยู่ แม้เราจะรู้สึกขัดข้องใจกับบทบาทของ กกต.บางคนก็ตาม ตนได้ยินเจ้าหน้าที่กกต.หลายระดับพูดถึงความห่วงใยต่อบทบาท กกต. ถ้า กกต.เป็นแบบนี้ พวกเขาที่เป็นข้าราชการประจำจะเสื่อมเสีย ไม่ได้รับความน่านับถือ เพราะการเลือกตั้งล้มเหลว ทำเสร็จแต่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม ฝากเลขา กกต.ช่วยให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกระดับให้ยึดมั่นความถูกต้อง อย่าเกรงใจจนไม่สามารถทำอะไรตรงไปตรงมาได้ และอะไรที่เป็นความจริงเราต้องยึดความจริง ตนเห็นด้วยว่าเราอย่าไปใส่ร้ายป้ายสีกัน
“นายอนุทินเป็นนายกฯ เมื่อปี 2568 ฮั้ว ส.ว.โกง ส.ว.เกิดปี 2567 ซึ่งเป็นคนละตอนกัน จะพูดว่านายกฯ ใช้ตำแหน่งนายกฯ ไปโกงเลือกตั้งวุฒิสมาชิกก็คงจะไม่จริง แต่คนที่ทำเรื่องนี้วางแผนโกงทุจริตการเลือก ส.ว. เมื่อปี 67 ชื่อ-นามสกุลเหมือนกับคณะรัฐมนตรีชุดนี้ นี่คือสิ่งที่ทุกคนเพ่งเล็งไปว่ารัฐบาลชุดนี้ แต่ความจริงเกิดก่อนรัฐบาลชุดนี้ เราอย่าปฏิเสธเลยเพราะยิ่งปฏิเสธก็จะโดน 2 ข้อหา อย่างที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะได้กล่าวไปว่า เพราะเรื่องนี้ไม่จบเพราะมันขึ้นศาล ศาลเป็นที่ที่จะให้ความความจริงแก่สังคม วันนั้นหากปรากฏข้อเท็จจริงว่า เป็นจริงอย่างที่มีการกล่าวหา คนที่ปฏิเสธวันนี้ก็กลายเป็นคนที่โกหก 2 ข้อหาคือทำผิดและให้การเท็จ” นายชวน ระบุ
นายชวน กล่าวอีกว่า ฉะนั้นตนว่าอะไรที่จริง หากไม่อยากให้มีใครว่าก็อย่าไปทำ แต่หากทำไปแล้วทางออกที่ดีที่สุด คือยึดความจริงเป็นหลักจะเป็นที่พึ่ง และหวังว่าศาลจะเป็นที่พึ่งของเรา ในที่สุดเราก็หวังว่า กกต.ยังอยู่ และยังเป็นหน้าที่หลักในการดูแลระบอบประชาธิปไตย ให้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม สิ่งนี้อยู่ที่ตัวบุคคลแล้ว ไม่ใช่ตัวกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญ หาก กกต.ยึดมั่นความถูกต้องชอบธรรมตามเงื่อนไข ซื่อสัตย์ สุจริต เป็นที่ประจักษ์ การโกงสว.จะไม่เกิดขึ้น

