ศุภณัฐ เปิด 7 พิรุธ รถขยะ EV เคยผ่านงบ 3 ปีหมื่นล้าน แต่ซื้อไม่ได้เพราะไปล็อกสเปก TOR
จากกรณีที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครปัดตกโครงการ เช่ารถขยะอีวี 6 พันล้านบาทนั้น เมื่อวันที่ 16 กันยายน นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ระบุทางเฟซบุ๊กถึง 7 พิรุธ รถขยะ EV ดังนี้
[ถ้าจะบิดเรื่อง รถขยะ EV – ก็คงต้องเปิด 7 พิรุธ รถขยะ EV ให้ทราบเลยละกัน]
1) เปิดประวัติ 3 ปี ส.ก.พรรคประชาน ผ่านงบรถขยะ EV 11 โครงการ งบ 10,000 ล้าน แต่ กทม.ได้งบแล้ว ไปจัดซื้อแบบไหน ทำไมโครงการแท้ง ?
รู้หรือไม่ 3 ปี ที่ผ่านมา ส.ก.พรรคประชาชน ผ่านงบให้ผู้ว่าไปเช่ารถขยะ EV แล้ว ไม่น้อยกว่า 11 โครงการ รวมกว่า 10,000 ล้าน
• ปี 66 เราผ่านงบ เช่ารถขยะ 3 โครงการ 3,900 ล้าน = ก็เอาไปเช่า รถขยะ EV ไม่ใช่หรือไงครับ?
• ปี 67 เราผ่านงบ เช่ารถขยะ 4โครงการ 6,000กว่าล้าน = นี่ก็เอาไปเช่า รถขยะ EV ไม่ใช่หรือไงครับ?
• ปี 67 ผู้ว่าใช้งบกลางที่ผ่านให้ ไปเช่ารถขยะ EV 4 โครงการ 241 ล้าน = นี่ก็ไปเช่า รถขยะ EV ไม่ใช่หรือไงครับ?
ไม่เพียงแค่นั้น
• ปี 68 ส.ก.พรรคประชาชนช่วยผู้ว่า โหวตกันงบเงินเหลื่อมปี ไม่ให้ โครงการรถขยะ EV ที่เป็นงบผูกพันตก
(แต่ ส.ก.หลายคน โหวตไม่ให้ผู้ว่ากันงบเหลื่อมปี – เรื่องนี้ ไปตามดูประชุมสภา ปี 68 ได้ ส.ก.คนไหน โหวตตัด ไม่ให้กันงบเหลื่อมปี ของรถขยะ EV บ้าง เห็นบางคนมาสร้างภาพ เสียดาย EV ทั้งที่โหวตตัดผูกพัน เห็นแล้วอึ้งมากครับ สร้างภาพกันสุดๆ)
• ปี 69 (เมื่อวาน) เราโหวตผ่านงบ outsource จ้างเหมาเก็บขยะ ด้วยรถขยะ EV
• ปี 69 เราโหวตตัด โครงการ จ้างเหมารถกวาดขยะ เพราะจะใช้รถสันดาป ไม่ยอมเสนอเป็นรถ EV
เห็นยัง ตลอด 3 ปี เรา “ผ่านงบ” เพื่อเอาไปเช่า รถขยะ EV เยอะแยะ – อันนี้เรียก ค้านรถขยะ EV หรือครับ?
แต่อยากรู้ไหม? ที่เราผ่านงบ 11 โครงการ 10,000 ล้าน แต่ทำไม ยังไม่มี รถขยะ EV?
ก็เพราะ กทม.ได้งบแล้ว แต่ทำผิดกฎหมาย ผิดระเบียบเอง ไปเขียน TOR ล็อกสเปก ไปกีดกันการแข่งขัน ไปเอื้อเอกชนบางเจ้า มีพุธข้อสงสัยเยอะ และยังทำงบประมาณผิดพลาด จนโดนร้อง โดนท้วงติงเต็มไปหมด จนโครงการไปต่อไม่ได้ ล่มคามือ ทั้ง 11 โครงการ
ได้กรอบวงเงินไป 10,000 ล้าน แต่กลับ จัดซื้อไม่ได้แม้แต่โครงการเดียว‼️มันแปลกไหมหละครับ
2) ของบ 6,000 ล้าน แต่ไม่กล้าเปิดร่าง TOR
ปี 69 ผู้ว่าฯของบรถขยะ EV อีก4 โครงการ 6,000 ล้าน ซึ่งกลายเป็นโครงการที่ เราต้องกัดฟัน ยอมตัดโครงการ จากที่สนับสนุน EV มาตลอด แต่รอบนี้ เราไม่สามารถผ่านงบ EV ให้ได้จริงๆ ก็เพราะ รอบนี้ กทม.มาขอให้สภา ”ตีเช็คเปล่า 6,000 ล้าน” 4 โครงการ เพราะ เขาไม่เอาร่าง TOR ให้ดู
– ทั้งที่ตลอด 3 ปีมานี้ กทม.เขียน TOR ฉ่ำๆ ถึง 11 โครงการ แต่รอบนี้ ขอดูร่าง TOR กทม.กลับบอกไม่มี
– โดยผู้ว่าฯกทม.ประกาศกลางสภาว่า “ไม่มีร่าง TOR”
– แต่แปลกครับ เพราะทั้งที่ กทม.พึ่งไปสืบราคากับเอกชนกันมา ซึ่งต้องส่งร่าง TOR ให้เอกชนดูเบื้องต้น เพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำราคา แต่ก็ไม่ส่งให้
– และทั้งที่เป็นโครงการที่ปรับแก้จากโครงการเดิม ที่ล่มไป แต่รอบนี้ มาบอก ไม่มีร่าง TOR เฉย
– เมื่อ กทม.ไม่ให้ TOR เราก็พิจารณาไม่ได้ เพราะไม่รู้จะไปจัดจ้างกันแบบไหน
– และเราจะปล่อยก็ไม่ได้ ก็เพราะ 11 โครงการก่อนหน้า ที่พังไม่เป็นท่าก็เพราะ TOR (คือ ถ้าเป็นโครงการใหม่ ไม่เคยมีประวัติทุจริต จะไม่ว่าเลย แต่นี่ มีประวัติชัดเจน แล้วจะให้ หลับตาผ่านงบให้ งั้นสภา จะไปต่างอะไรกับ ตรายาง??)
– ด้วยเหตุนี้ คกก.และสก.หลายคน ก็ต้องพิจารณาและอ้างอิง จากร่าง TOR เดิม ซึ่งก็คือ โครงการที่ล่ม และถามว่า 11 โครงการแรก มันเป็น TOR ที่ดีหรือไง? มันก็ไม่ดีไง ก็ถ้ามันดี 11 โครงการแรก จะล่มทุกโครงไหมหละครับ? มีปัญหา ทั้งล็อกสเปก – กีดกัน – เปิดช่องเอื้อเอกชนบางราย แล้วจะไม่ให้สภากังวลได้ไง?
3) ส่องประวัติ ทุจริตเดิม
ถ้าใครติดตาม โครงการเช่ารถขยะ EV 2 ปีที่แล้ว 270 วัน รวม 4 โครงการ ที่ผมออกมาเปิดเผย ก็จะรู้ว่ามันฉาวขนาดไหน
มีกระบวนการวางแผน เพื่อจะให้บางบริษัทเท่านั้น ที่เข้าเสนอราคาได้ โดยการเจาะจงเชิญเฉพาะบางบริษัทให้เข้าเสนอราคา แทนที่จะเปิดกว้างให้เกิดการแข่งขัน
ไม่เพียงแค่นั้น แต่มีการกำหนด TOR ให้ส่งมอบรถ 470 คัน ภายใน 30 วัน คือ ขนาดคนซื้อรถบรรทุกเปล่าๆยังยากเลย
แต่นี่รถขยะ ที่ต้องสั่งรถหัวลาก EV มา ซึ่งหลักๆคือมาจากจีน และไปต่อตัวถังเป็นถังพิเศษ ตามสเปกของกทม. และมาส่งมอบให้กทม.ภายใน 30 วัน มันเป็นไปได้ไง? ซึ่งตอนแรก ผมก็คิดว่า กทม.อาจจะไม่รู้เรื่องหรือป่าว เลยเขียนมา 30 วัน แต่พอไปดู TOR อื่นๆ ของ กทม.ก่อนหน้านี้ เขียนระยะเวลาส่งมอบรถ นานกว่า 30 วันหมด
คือคนที่จะมีรถส่งก็มีแค่คนที่ ซื้อรถรอไปก่อนหน้านี้ แต่ทำไงให้มั้นใจว่าซื้อแล้วจะไม่ดอย ก็ต้องทำ TOR แบะกระบวนการจัดซื้อเพื่อล็อคมง เอาให้ได้สัญญาระยะสั้น 270 วันไปก่อน ส่วนปีหน้า เดียวค่อยหาทางล็อคไปเอาสัญญาระยะยาว
สุดท้ายก็ตามคาด มีแค่ 1 บริษัทเสนอราคา และก็ชนะไปทันที (แต่สุดท้าย ทั้ง 4 โครงการ โดนตรวจสอบ มีประเด็นปัญหา ก็เลยล่มไป)
4) ทำไม กทม.กลัวการ pilot ทดลองใช้รถ 1-2 เดือน ?
จากความผิดปกติต่างๆ ทั้ง
– TOR การจัดจ้างจัดจ้าง ที่มานานถึง 3 ปี ทำให้โครงการล่มไปแล้ว 11 โครงการ งบกว่า 10,000ล้าน จนเดินโครงการไม่ได้
– จากโครงการ 270 วัน ที่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างผิดเพียน
– จากข้อสงสัยเรื่อง ประสิทธิภาพรถ การบริหารจัดการของกทม. การแยกเอกชนระหว่างรถเช่ากับที่ชาร์ต
– พิรุธเรื่อง TOR ล็อคสเปก เขียนไม่ครบ กทม.เสียเปรียบบ้าง เอื้อเอกชนบ้าง เช่น ไม่กำหนดว่าห้ามเป็นรถเก่าเก็บ หรือไม่ระยะทางในการเดินรถจริง ที่กำหนดแค่ว่า รถเปล่าๆ ไม่รวมตัวถังให้วิ่งได้ 200กม แต่รถรวมตัวถัง กลับไม่กำหนด
– และทาง ป.ป.ช.ก็ออกข้อเสนอแนะไปยัง ครม.ว่า ควรให้มีการทดลองใช้รถดูก่อน
ทางเราเห็นว่า ข้อเสนอทดลองใช้รถ ของ ปปช.ก็ดี ไม่ผิดอะไร เราจึงเสนอให้ กทม. pilot ทดลองเอารถมาใช้ดูก่อน 1- 2เดือนก่อน
กทม.จะได้มีประสบการณ์รู้ว่า จะกำหนดสเปกรถขยะ EV แบบไหนดี, จะบริหารจัดการวิ่งรถ EV อย่างไร, จะดูแลที่ชาร์ตแบบไหน เพื่อไม่เสียค่าโง่
แต่ก็แปลกมากๆ เพราะ กทม. “เจ้าพ่อแห่งการ pilot” ที่โฆษณามาตลอดว่า อะไรที่ไม่เคยใช้ ควรต้อง pilot เพื่อเป็นการใช้งบประมาณต้องใช้อย่างรอบคอบ ซึ่งที่ผ่านมา เรา pilot ไปไม่รู้กี่โครงการ
แต่ทำไม?? สำหรับโครงการเช่ารถขยะ EV ทั้งที่ กทม.ไม่เคยทำ แต่กทม.กลับยืนยัน-นั่งยัน-นอนยัน ว่าจะไม่มี การ pilot ทดลองใช้รถก่อนเซนต์สัญญาแน่นอน
กทม.เลือกไปเสี่ยงตายเอาดาบหน้า เซ็นสัญญาก่อน 6,000ล้าน แล้วถึงค่อย ทดสอบรถหลังได้ผู้ชนะ แต่จะไม่มีการทดลองใช้วิ่งรถ 1-2 เดือนแต่อย่าง
5) ที่อ้างว่า อปท.เขาใช้รถขยะ EV – จริงๆ มันคือ จ้างเหมาเอกชนเก็บด้วยรถขยะ EV ไม่ใช่ เช่ารถขยะ EV ขับเอง
สาเหตุหลักที่ ให้ตายร้ายดีอย่างไร กทม.ก็จะไม่ทดลอง pilot ใช้รถ 1-2 เดือน แล้วค่อยไปเขียน TOR หาผู้รับจ้าง คือ กทม.อ้างว่า อปท.อื่น เขาก็มีการเก็บขยะด้วยรถ EV แต่ถ้าไปดูข้อเท็จจริง จะพบว่า อปท.อื่น เขาไม่ได้เช่ารถ EV แต่เขา outsource จ้างเหมาตั้งหาก
อปท.อื่น เขาใช้ระบบ outsource “จ้างเหมา” โดยบีบให้เอกชน ต้องรับความเสี่ยงทั้งหมด ทั้ง
– “ตัวรถ”เอกชนรับผิดชอบ (คนทำรถพัง เอกชนรับจบ)
– “คน” เอกชนรับผิด (ขาด สาย คนไม่พอ เอกชนรับจบ),
– “ที่ชาร์ต” เอกชนรับผิดชอบ (ไฟไหม้รถพัง เอกชนรับจบ)
แต่ของ กทม. ไม่เหมือนคนอื่น เพราะกทม.แบ่งแยกส่วน และเอาความเสี่ยง มาไว้ที่ตัวทั้งหมด ไม่ได้ไว้ที่เอกชน
– “ตัวรถ” กทม.เช่าเอกชน (รถเสียหายเพราะการใช้งาน กทม.ต้องรับผิดชอบ),
– “คน” เป็นของกทม. (คนทำรถพัง กทม.รับผิดชอบ)
– “ที่ชาร์ต” การไฟฟ้าทำสัญญากับกทม. (ที่ชาร์ตทำรถไหม้ กทม.ต้องรับจบเอง)
กทม.แบ่งแยกส่วน และเอามาผสมรวมร่างกันเอง และต้องรับความเสี่ยงเองทั้งหมด เพราะงั้น การบิดผสม “outsource จ้างเหมา” เหมือนกับ “เช่ารถ” จึงไม่จริง
6) แยกที่ชาร์ต กับ สัญญาเช่ารถ – ความย้อนแยง ที่ชี้แจงไม่เคลียร์
หนึ่งในเรื่องที่ถกเถียงคือ ถ้าจะเช่ารถ ทำไมเช่าแค่รถแต่ไม่ให้เอกชนทำที่ชาร์ตด้วย เพราะถ้าเกิดไรขึ้น ไม่ว่า ที่ชาร์ต หรือตัวรถ เอกชนต้องรับจบ เราจะได้ไม่เสียค่าโง่
ซึ่งผู้ว่าฯกทม.ประกาศกลางสภาว่า ทำที่ชาร์ตมันแพง เอกชนลงทุนเยอะ ต้องใช้เวลา 10ปีคืนทุน กทม.เลยประสานการไฟฟ้าลงทุนเอง เอกชนไม่ต้องลงทุนที่ชาร์ต
แต่ความย้อนแย้งก็เกิดขึ้น เพราะรถบรรทุกน้ำ EV ที่กทม.ของบมา ปีนี้เช่นกัน แต่กทม.ได้กำหนดให้เอกชน ต้องจัดทำที่ชาร์ตด้วย อ้าวพอรถน้ำ EV ให้เอกชนทำที่ชาร์ต แต่พอรถขยะ EV บอกว่าไม่ต้อง ทำไมย้อนแย้งแบบนี้หละ??
7) แก้ปัญหาไม่ตรงจุด ขยะตกหล่น เพราะขาดคน แก้ด้วย outsource ไม่ใช่ เช่ารถเพิ่ม
หนึ่งในปัญหาที่หลายเขตเจอ คือ กทม.ขาดคน ไม่ว่าจะพยายามรับเท่าไร ก็ไม่มีคนพอมาเป็นคนเก็บขยะ เพราะระเบียบมาเยอะไปหมด
นโยบายที่พรรคประชาชนเรียกร้องคือ การ outsource จ้างเหมาบริการเก็บขยะ ซึ่งกำหนดให้ใช้รถขยะ EV ได้ กำหนดให้จ้างคนเดิมของ กทม.ไปด้วยได้ ซึ่งกทม.โดยอากง เป็นคนประกาศกลางห้องประชุมงบประมาณว่า ต้อง outsource หมด ไม่ใช่ เช่ารถขยะมาขับเอง แบบที่ทำๆกันมา แต่งบแปรที่อากงไปทำร่วมกับผู้ว่า และเสนองบแปรกลับมา กลับมี outsource เล็กๆ 1 โครงการเท่านั้น ส่วนนอกนั้น เป็นเช่ารถขยะ EV 3 โครงการ 6,000 ล้านเหมือนเดิม แถมกั๊ก บอกว่าไม่มี TOR
พูดง่ายๆ คำพูดมากมาย (อยาก outsource) แต่สุดท้ายคือ จะ “เช่ารถ” (แบบเดิม)
ซึ่งโครงการ outsource รถขยะ EV ที่ทำเหมือน อปท.อื่นๆ ทางพรรคประชาชน เราผ่านงบให้เรียบร้อย เพราะงั้น สิ่งเราตัดคงไม่ใช่การต่อต้านรถ EV แบบที่จะบิดเบือน
กทม.ควรมีแผนชัดเจน ว่าจริงใจ กับการ outsource จริง ไม่ใช่ปากว่าตาขยิบ ซึ่งเรื่องพวกนี้ กทม.ไปเตรียมแผนมาได้ แต่ถ้าเช่ารถระยะยาวแล้ว มันจะล็อคให้ outsource ไม่มีวันเกิด และปัญหาขยะตกหล่น เพราะกทม.ขาดคน จะแก้ไม่ได้
ถ้าเห็นแก่ภาพใหญ่ในระยะยาว เรื่อง outsource เราต้องคุยกันจริงจัง
สุดท้ายนี้ กทม.มีสิทธิเสนอของบ EV ทั้ง “เช่ารถขยะ” และ “จ้างเหมา outsource ด้วยรถขยะ EV“ ได้เรื่อยๆ มันไม่ใช่ “มี” หรือ “ไม่มี” ไปตลอด อย่างที่ปั่นดราม่าครับ
กทม.จะขอ “งบกลางปี” หรือ “งบปีหน้า” จากสภาก็ทำได้ ซึ่งผมคิดว่า แค่กทม.เคลียให้ชัดหลักๆ 5 เรื่อง ก็จบ
1.ตอบให้ได้ ทำไมถึงไม่กล้า pilot ทดลองใช้รถ 1-2เดือนก่อนไปจัดซื้อจัดจ้างจริง pilot มันไม่ดีอย่างไร
2.เปิดร่าง TOR โครงการใหม่ ที่ไม่มีมีการล็อคสเปก หรือจงใจเปิดช่องให้เสียค่าโง่ เพื่อช่วยเอกชนบางเจ้า
3.เคลียร์โครงการเดิม ที่โดนร้องทุจริต โดยเฉพาะเช่ารถขยะ 270 วัน ที่กระบวนการล็อคมง ช่วยเอกชนบางราย
4.ออกแผนเพิ่มสัดส่วน outsource จ้างเหมาในระยะยาว ที่จะทำให้กทม.หลุดพ้นจากการเช่ารถขยะ (เพราะการเช่ารถ ที่ง่ายต่อ การล็อคสเปกรถ)
5.เคลียร์ความย้อนแย้งเรื่อง ที่ชาร์ตรถ (รถน้ำ EV ให้เอกชนทำ แต่พอรถขยะ EV กทม.ดันจะทำที่ชาร์ตเอง)
คนเรา ถ้าจะทำงานกัน ก็ตรงไปตรงมา ชี้แจงให้เคลีย ทุกคนพร้อมผ่านงบให้ แต่ถ้าจะเห็นสภา
กทม.เป็นตรายาง จะให้ตีเช็คเปล่า จะจับยัดมืออะไรก็ได้ แบบนี้คงไม่ได้นะครับ 🧡💚

