หน้าแรก การเมือง โรมไล่บี้ &#8...

โรมไล่บี้ ‘ไชยชนก’ ปมสินบน 40 ล้าน ห่วงอภิปรายเท็จในสภา ห่วงตร.เกียร์ว่าง ไม่ตามคดี

17.09.26 | 18:18 น.

โรมไล่บี้ ‘ไชยชนก’ ปมสินบน 40 ล้าน ห่วงอภิปรายเท็จในสภา ห่วงตร.เกียร์ว่าง ไม่ตามคดี

เมื่อวันที่ 17 กันยายน ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงผลการประชุม กมธ.ฯ ภายหลังนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าชี้แจงกรณีการเสนอสินบน 40 ล้านบาท ว่า นายวรศิษฎ์ เข้ามาก่อนตอนเวลา 11.00 น.และตามด้วยนายไชยชนก ในเวลา 11.30 น. เพื่อตามความคืบหน้ากรณีเสนอติดสินบน เพราะที่ผ่านมาแทบไม่มีความคืบหน้าเลย


นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้แบ่งออกเป็น2 ประเด็นคือการทุจริตต่อหน้าที่คือการเสนอสินบน 40 ล้านบาท และเรื่องของเว็บพนัน ซึ่งมีทั้งสิ้น 4,000 เว็บ คิดเป็นเงิน 10,000 บาทต่อเว็บ รวมกันเป็น 40 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งทั้งสองเรื่องเป็นการกระทำผิดทั้งคู่ แต่ส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เฉพาะเรื่องการติดสิน ซึ่งในไชยชนกเองก็ไม่แน่ใจแล้ว ว่าตกลงแล้วใครเป็นผู้กระทำผิดอย่างไรซึ่งก็สอดคล้องกันว่าจนถึงวันนี้ไม่มีใครรู้ว่าตกลงแล้วการเสนอสินบนจริงหรือไม่

“เพราะนายไชยชนกชี้แจงเพียงว่าคนที่มาบอกคือนายวรศิษฐ์ โดยอ้างถึงผู้ช่วยส.ส.คือนายฉัตรมงคล จึงนำข่าวมาบอกกับนายไชยชนก ปัญหาวันนี้เราจึงไม่รู้ว่าการติดสินบนวันนี้มีหรือไม่มี และเรื่องที่ต่อเนื่องเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนทางตำรวจไซเบอร์เพิ่งได้มีการโทรศัพท์ขอให้นายคิว คือผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการเสนอสินบนมาให้การกับตำรวจไซเบอร์ ซึ่งการให้การกับตำรวจไซเบอร์เป็นคนเรื่องกับการติดสินบน 40ล้านบาท เพราะไม่เคยถูกแจ้งข้อกล่าวหาและไม่เคยมีการสอบปากคำนายคิวเลย ตั้งแต่มีการสอบปากคำ ส่วนคดีที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน เพิ่งมีการสอบปากคำหลังคดีนี้มีอายุเกือบหนึ่งปี ตกลงแล้วเกิดอะไรขึ้นกับคนระดับรัฐมนตรีไปแจ้งความแล้วกลับไม่มีความคืบหน้า” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า ส่วนนายวรศิษฐ์ ก็ชี้แจงว่าตัวเอง ไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษด้วย แต่วันนี้จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยืนยันว่าคนที่แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษมีแค่นายไชยชนก ขณะที่นายวรศิษฐ์เป็นเพียงพยานไม่มีการแจ้งความ สิ่งที่เราสงสัยในคดีสินบน 40 ล้านบาทจนถึงวันนี้ตนยังบอกไม่ได้ว่าการอภิปรายของนายไชนกในสภาเมื่อวันที่ 30 กันยายน 68 ตกลงแล้วเป็นการอภิปรายโดยอาศัยข้อเท็จจริงอะไร ซึ่งยังตอบไม่ได้ เพราะการตั้งกรรมการสอบของดีอี ก็ไม่เคยเรียกนายคิวไปให้ข้อมูล ขณะที่นายไชยชนก ก็ไม่เคยสนใจสอบถาม ไปที่นายฉัตรมงคลว่ามีรายละเอียดอย่างไร

Advertisement

โรม

เมื่อถามว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ ในเมื่อคนที่ออกมาพูดก็บอกว่าไม่แน่ใจว่ามีจริงหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องนี้หากไม่มีมูลความจริง ก็จะกลายเป็นการอภิปรายเท็จ แต่ถ้าเป็นแบบนั้นก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย หากเรื่องนี้ไม่มีการอภิปรายเท็จ โดยนายคิวเป็นผู้เกี่ยวข้องกับเว็บพนันจริง และมีความพยายามในการติดสินบนจริง ซึ่งข้อเท็จจริงที่เราได้รับทราบมาคือมีการให้ปากคำกับตำรวจว่านายคิวคนนี้เคยมีประวัติทำแบบนี้มาก่อน ถ้าข้อเท็จจริงเป็นตามลักษณะดังกล่าวคำถามคือทำไมไม่มีการดำเนินการกับนายคิว ไม่มีการสอบปากคำนายคิวในคดีสินบน 40 ล้านบาทเลย แต่เพิ่งมาสอบปากคำนายคิวหลังจากที่กมธ.กฎหมายฯจี้ ดังนั้นก็ต้องอนุมานว่า แบบนี้มีกระบวนการในการปกป้องนายคิวให้ไม่ถูกตรวจสอบ หรือให้รอดพ้นจากการดำเนินการตามกฎหมายหรือไม่ และใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลัง

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า หากนายคิวผิดจริง เราต้องไปตามหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังสิ่งที่ต้องตั้งประเด็นคือวันนี้การช่วยเหลือนายคิว จากเจ้าหน้าที่ฝ่ายประจำเท่านั้นหรือมีฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง จึงเป็นสิ่งที่พวกเราพยายามตั้งสมมุติฐาน ซึ่งจะมีการตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป แม้ว่าวันนี้ฟังดูแล้วเหมือนเราจะไม่ได้ข้อมูลมากมาย แต่ต้องบอกว่าการไม่ได้ข้อมูลที่สมเหตุสมผล สิ่งเหล่านี้จะเป็นหลักฐานสำคัญ ที่ต้องต้องถามกลับไปที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าตกลงแล้วมีจุดยืนอย่างไรในการปราบเว็บพนันออนไลน์ เงินสีเทา และสแกมเมอร์ เพราะเว็บไซต์พนันเหล่านี้เป็นบ่อเกิดของการฟอกเงินและเกี่ยวข้องกับหลายมิติ

“ถ้าเรื่องแบบนี้คนระดับรัฐมนตรี ไปแจ้งความดำเนินคดี แล้วไม่มีความคืบหน้าใดๆเลย ตำรวจเกียร์ว่าง ตำรวจล้อฟรี ไม่มีการดำเนินการ ต้องให้กมธ.ฯ เรียกมาแล้วถามจี้หลายครั้ง สุดท้ายนี่หรือเปล่าที่มันแสดงให้เห็นว่า การที่บ้านเมืองของเราเป็นแบบนี้ เผชิญกับเรื่องทุนสีเทาแบบนี้ จนต่างประเทศมองมาและตั้งคำถาม ไปที่อดีตรัฐมนตรีซึ่งอยู่ใน ครม.อนุทิน 1 นี่หรือเปล่าที่เป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้เราไม่สามารถทำอะไรได้อย่างมีประสิทธิภาพเลย การเป่าปี่ เป่าแซก ร้องเพลงของคุณอนุทิน ไม่ได้ช่วยให้ประเทศไทย แก้ปัญหาทุนสีเทาได้ หนำซ้ำการส่งสัญญาณแบบนี้ของคุณอนุทิน ไม่ต่างอะไรกับการเกียร์ว่าง ปล่อยให้บรรดาลูกกะเปี๊ยกทั้งหลาย ทำมาหากินโดยไม่สนใจบ้านเมืองของเราว่าจะเผชิญเคราะห์กรรมอย่างไร นี่คือเรื่องใหญ่ ที่รัฐบาลของคุณอนุทินจะนิ่งเฉยแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า เรื่องสินบน 40 ล้าน ทางกมธ.ฯตามต่อแน่นอน แต่จำเป็นจะต้องนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผลใหม่ เนื่องจากข้อมูลที่ถามไปทางตำรวจหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า และเมื่อถามไปทางรัฐมนตรี รัฐมนตรีก็ตอบว่า ไม่รู้ไม่ทราบ และถามว่าทำไมคณะกรรมการที่ตั้งมา ท่านถึงไม่กำกับดูแล ในการตรวจสอบให้ได้ข้อมูลได้เนื้อได้น้ำ นายไชยชนกกลับตอบมาว่าตัวเขาเอง เป็นผู้ที่ต้องให้ปากคำเช่นกัน ไม่สามารถมากำกับดูแลตรงนี้ได้ ตอนได้ยินเช่นนั้นตนถึงกลับตกใจ เพราะคำตอบที่ได้จากนายไชยชนก เหมือนกับว่าตนเองเป็นหนึ่งในคนที่น่าสงสัยที่เกี่ยวข้องกับขบวนบวนการนี้ ซึ่งมันไม่น่าจะถูก

“นายไชยชนกอยู่ในฐานะที่เป็นเจ้ากระทรวง มีอำนาจในการสั่งการและดำเนินการในกระทรวง แต่ก็ไม่ทำอะไร ฝั่งตำรวจเอง ก็ดูไม่ได้อยากจะทำอะไรกับคดีนี้เลย ตอนนี้สิ่งที่ผมไม่เข้าใจ คือมันเกิดอะไรขึ้น คดีในเรื่องของเว็บพนัน ซึ่งไม่กี่ครั้งที่เราจะเจอตัวการใหญ่ขนาดนี้ คนที่ดูแลเว็บถึง 4,000 เว็บขนาดนี้ แต่ดูเหมือนว่าหน่วยงานตำรวจ จะไม่อยากทำอะไรเลย สำหรับในป.ป.ช.เองก็เป็นปัญหา คดีทุจริตอย่างสำนวนสินบน 40 ล้านบาท คนที่เป็นเจ้าของสำนวนก็คือคนเดียวกันที่ทำคดีสอบท้องถิ่น

“สอบท้องถิ่นไม่มีความคืบหน้าฉันใด 40 ล้านก็ไม่มีความคืบหน้าฉันนั้น สอบท้องถิ่นไม่มีความคืบหน้า 40 ล้านไม่ต้องห่วงครับ เขาแทบไม่ดูเลย”นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าาวว่า กลายเป็นว่าคดีต่างๆ ไปหมกอยู่ที่ ป.ป.ช. โดยที่ไม่มีการดำเนินการ แทนที่จะเก็บคดีเอาไว้ เก็บสำนวนเอาไว้ ตนคิดว่าป.ป.ช.ควรจะส่งสำนวน กลับมาให้ตำรวจ ได้ดำเนินการขยายผล ไม่ใช่ปล่อยทิ้ง และไม่มีความคืบหน้าใดๆเลย ปล่อยให้ประชาชนต้องจินตนาการกันเอาเอง ว่าคนระดับรัฐมนตรี ไปแจ้งความร้องทุกข์ ตกลงจะจับโจรผู้ร้ายที่อยู่เบื้องหลัง เว็บพนันได้หรือไม่ ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ก็ยังจับไม่ได้

“อย่าว่าแต่จับไม่ได้เลย คุณไชยชนกท่าทางตอนนี้ ยังจำไม่ได้ว่าตัวเอง จะดำเนินคดีกับใคร หรือเป็นเทรนด์ก็ไม่รู้ เทรนด์ใหม่ นิยมกลับคำให้การ ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้น ในเรื่องนี้ด้วยหรือไม่” นายรังสิมันต์ กล่าว