หน้าแรก การเมือง พิษสแกมไม่เกี...

พิษสแกมไม่เกี่ยวรัฐบาล ‘อนุทิน’ โยน ‘วรภัค’ เคลียร์ อดีตรมช.คลังพร้อมแจงสหรัฐ ยันไร้เอี่ยว ‘ค้ามนุษย์-ฟอกเงิน’

18.09.26 | 06:01 น.

พิษสแกมไม่เกี่ยวรัฐบาล ‘อนุทิน’ โยน ‘วรภัค’ เคลียร์ อดีตรมช.คลังพร้อมแจงสหรัฐ ยันไร้เอี่ยว’ค้ามนุษย์-ฟอกเงิน’

 


เมื่อวันที่ 17 กันยายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) ให้สัมภาษณ์ที่กระทรวงมหาดไทย ถึงกรณีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา ได้ส่งหนังสือถึงรัฐบาลสหรัฐ เพื่อขอให้ตรวจสอบและพิจารณาคว่ำบาตร 28 รายชื่อ มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์และการค้ามนุษย์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีรายชื่อของนายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในสมัยรัฐบาลอนุทิน 1 ว่า เห็นชื่ออยู่ เรื่องพวกนี้ใครที่โดนกล่าวหาต้องไปตั้งทนายความ และหาวิธีที่จะเคลียร์ตัวเอง ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่สหรัฐเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการตรวจสอบ นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลไหน ไม่ใช่รัฐบาลนี้

ด้านนายวรภัค ชี้แจงทางเฟซบุ๊กส่วนตัวต่อกรณีที่เกิดขึ้นว่า หนังสือดังกล่าวเป็นการขอให้หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐตรวจสอบข้อมูลและพิจารณาว่า บุคคลที่มีรายชื่อเข้าเกณฑ์ตามกฎหมายสำหรับการใช้มาตรการคว่ำบาตร (Sanctions) หรือไม่

Advertisement

“มิใช่ผลการสอบสวนหรือคำวินิจฉัยว่า ผมได้กระทำความผิด และมิได้หมายความว่า ผมถูกสหรัฐ sanctions แล้ว ผมขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า ผมไม่เคยมีส่วนร่วม สนับสนุน หรือรับรู้เกี่ยวกับการดำเนินการของ scam centers การฟอกเงิน การค้ามนุษย์ cybercrime หรือ อาชญากรรมข้ามชาติใดๆ ตามที่มีการกล่าวถึง วันนี้ ผมได้ติดต่อ Office of Foreign Assets Control (OFAC), U.S. Department of the Treasury อย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อขอช่องทางในการนำส่งข้อเท็จจริง และเอกสารหลักฐานให้หน่วยงานของสหรัฐพิจารณา และกำลังจัดส่งหนังสือถึงประธานคณะกรรมาธิการทั้ง 2 คณะ เพื่อขอโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริง และขอทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผม เพื่อที่จะสามารถตอบข้อสงสัยต่างๆ ได้อย่างตรงประเด็น ผมพร้อมให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบอย่างเต็มที่ และเชื่อว่าวิธีที่ดีที่สุดในการตอบข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงเช่นนี้ คือ ข้อเท็จจริง เอกสารหลักฐาน และกระบวนการที่ตรวจสอบได้” นายวรภัค ระบุ

นอกจากนี้ นายวรภัค ระบุว่า สำหรับข้อกล่าวหาบางส่วนที่มีการเผยแพร่เกี่ยวกับตนก่อนหน้านี้ ได้เลือกใช้กระบวนการยุติธรรมในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยได้ดำเนินคดีหมิ่นประมาทต่อผู้ที่เผยแพร่ข้อกล่าวหาดังกล่าว ปัจจุบันมีคดีหนึ่งที่ศาลรับไว้พิจารณาแล้ว และอีกคดีหนึ่งได้เสร็จสิ้นกระบวนการไต่สวนมูลฟ้องและอยู่ระหว่างรอคำสั่งศาล

“ผมไม่ขอคาดเดาว่า การที่ชื่อของผมปรากฏในหนังสือของสหรัฐครั้งนี้ มีที่มาหรือเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาที่เป็นคดีอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ แต่สิ่งที่ผมจะทำต่อไปคือ ใช้ข้อเท็จจริง เอกสารหลักฐาน และกระบวนการที่ตรวจสอบได้ เพื่อชี้แจงต่อทั้งศาลไทยและหน่วยงานของสหรัฐ สำหรับรายละเอียดของข้อกล่าวหาบางส่วนที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลไทย ผมขอไม่เปิดเผยหรือโต้แย้งผ่านสื่อในขณะนี้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อกระบวนการยุติธรรม เมื่อมีความคืบหน้าที่เหมาะสม ผมจะแจ้งให้ทราบต่อไป” นายวรภัค ระบุ

ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า เรื่องนี้ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของรัฐบาลไทย เพราะการที่นายวรภัคถูกกล่าวหาร้ายแรงขนาดนี้ แต่สามารถเป็นรัฐมนตรีย่อมส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ

“เพราะตั้งแต่ที่มีการเปิดเผยในสภาฯ จนถึงวันนี้ ยังมีคำถามว่า นายวรภัคถูกดำเนินการตามกฏหมายอะไรบ้าง และถ้าหากไม่มีการดำเนินการเลย เป็นเพราะอำนาจบารมีหรือเส้นสาย ที่อยู่ในรัฐบาลชุดนายอนุทิน เป็นสิ่งที่ให้ความคุ้มครองหรือไม่ โดยเชื่อว่าแค่นายวรภัคลาออกไปก็จะจบ” นายรังสิมันต์ กล่าวและว่า เรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่มุมมองสหรัฐที่มีต่อไทย แต่ส่งผลกระทบต่อทั่วโลกที่มองว่าประเทศไทยมีความสัมพันธ์อะไรบางอย่างกับปัญหาสแกมเมอร์ที่กำลังส่งผลร้ายแรงกับทั่วโลก

นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ว่า หลายเดือนที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาฯ ของไทย ได้กำชับไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ควรเร่งดำเนินการด้วยหลักฐานและข้อมูลทั้งหมดที่มีเพื่อประสานเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินของกลุ่มสแกมเมอร์โดยเร็ว เพราะเป็นเรื่องความน่าเชื่อถือ ความเชื่อมั่น ในระบบเศรษฐกิจตลาดทุนไทย และกระบวนการบังคับใช้กฎหมายของไทย

เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า มองว่ากระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ เพราะสหรัฐต้องลงมือเอง และเรื่องนี้มีผลต่อความเชื่อมั่นในระบบการเมืองของเราด้วย
“คนที่มีชื่อปรากฏไม่ใช่คนธรรมดา เป็นบุคคลที่เคยได้รับแต่งตั้งโดยนายกฯคนปัจจุบัน และคนที่ถูกแต่งตั้งก็มีความสำคัญ เป็นถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ดังนั้น การที่ไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการใดๆ ก็จะนำไปสู่คำถามของประชาชนว่า เป็นเพราะการเมืองปกป้องหรือไม่ ส่วนข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่คำถามนี้มีในใจของผมและทุกคนแน่นอน จึงยิ่งเป็นเหตุทำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ควรเร่งรัดดำเนินการเพื่อให้ความชัดเจน และความเป็นธรรมทุกฝ่าย” นายกรณ์ กล่าว

ต่อข้อถามว่า รัฐบาลควรดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า ตนเคยอภิปรายในสภาฯ แล้ว และเคยตั้งกระทู้ถามรองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่มีหน้าที่โดยตรงในการกำกับดูแลการทำงานของ ก.ล.ต. และเคยตั้งข้อสังเกตถึงโครงสร้างของ ก.ล.ต. ซึ่งมีประธานที่ถูกสอบสวนอยู่ ว่ามีความเกี่ยวโยงกับทุนเทาเดียวกันนี้หรือไม่

“ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร ก็แล้วแต่ สุดท้ายจะมีผลต่อความเชื่อมั่นในการทำงานของ ก.ล.ต. ที่ค่อนข้างล่าช้ามาก ยิ่งทำให้เกิดความเคลือบแคลงใจว่า มีความเกี่ยวโยงทางการเมือง และเหตุใดการเมืองถึงไม่ทำในส่วนที่ทำได้ เพื่อเร่งรัดให้มีข้อสรุปที่ชัดเจน เรื่องทุนเทาถึงแม้ว่ากระแสสังคมในช่วงหลังการเลือกตั้งจะซาลงไป โดยมีเรื่องอื่นเข้ามาแทน แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่ได้รับการสะสาง ผมพูดมาตลอดว่า ทุนเทาข้ามชาติจะใช้ระบบเศรษฐกิจ ตลาดทุนไทยฟอกเงิน เขาไม่มีทางทำได้ ถ้าไม่มีคนไทยให้ความร่วมมือ แล้ววันนี้ ดูเหมือนต่างประเทศก็เริ่มเห็นเหมือนกันว่าอาจจะเป็นเช่นนั้น เพราะฉะนั้น เป็นคำถามที่เราควรต้องรีบตอบว่า สุดท้ายแล้วข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร” นายกรณ์ กล่าว