หน้าแรก การเมือง โฆษกรบ. เผย ก...

โฆษกรบ. เผย กวาดล้างทุนเทา ยึดทรัพย์กว่า 2 หมื่นล. ลั่น ฟันไม่เว้นแม้นักการเมืองเกี่ยวข้อง

18.09.26 | 11:13 น.

โฆษกรัฐบาล เผย กวาดล้างทุนเทา อายัดทรัพย์สินกว่า 20,000 ล้านบาท ฟันไม่เว้น ขรก.การเมือง เกี่ยวข้อง

เมื่อวันที่ 18 กันยายน นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามนอมินี ทุนเทา และขบวนการสวมบัตรประชาชนอย่างต่อเนื่อง ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เชื่อมโยงธุรกรรมการเงิน บุคคล นิติบุคคล ผู้ถือหุ้น และการถือครองที่ดิน เพื่อขยายผลจากผู้เกี่ยวข้องไปถึงเครือข่ายและทรัพย์สิน โดยกำชับให้การกำกับดูแลคนต่างชาติและแก้ไขปัญหานอมินีดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา รวดเร็ว และใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการใช้นอมินีถือครองที่ดิน การประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และการใช้ประเทศไทยเป็นฐานก่ออาชญากรรม ขณะเดียวกันยังเปิดรับชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนและประกอบธุรกิจโดยสุจริตและถูกต้องตามกฎหมาย


นายเอกภพ กล่าวว่า การทำงานเชิงรุกเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม จากการประสานข้อมูลธุรกรรมทางการเงินเพื่อติดตามความผิดปกติและปราบปรามบัญชีม้า ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลกับข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประวัติทางการเงิน ส่งผลให้การยื่นจดทะเบียนบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลงประมาณร้อยละ 70 และจากการขยายผลโครงสร้างการถือหุ้น พบประมาณ 2,100 บริษัทเข้าข่ายเป็นนอมินี และอีกกว่า 10,000 บริษัทมีข้อสงสัยต้องตรวจสอบเพิ่มเติม โดยส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมาย

ด้านการถือครองที่ดิน กระทรวงมหาดไทยตรวจพบบริษัทที่มีหลักฐานเข้าข่ายนอมินีถือครองที่ดินมูลค่ารวมกว่า 80,000 ล้านบาท และดำเนินการตามกฎหมายเพื่อนำไปสู่การบังคับจำหน่าย ขณะเดียวกัน การขยายผลขบวนการสวมบัตรประชาชนพบเครือข่ายในหลายพื้นที่ ล่าสุดปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา 2” จังหวัดสุราษฎร์ธานี ศาลออกหมายจับ 33 คน จับกุมได้ 27 คน จากเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนโดยมิชอบ

นอกจากนี้ การติดตามเส้นทางการเงินของเครือข่าย ยิม เลียก–เบน สมิธ สามารถยึดและอายัดทรัพย์สินรวมประมาณ 20,392 ล้านบาท สะท้อนการขยายผลการปราบปรามจากตัวบุคคลไปถึงเครือข่ายทางการเงินและทรัพย์สิน

Advertisement

นายเอกภพ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานทั้งการลดลงของบริษัทกลุ่มเสี่ยง การตรวจสอบการถือครองที่ดิน การปราบปรามขบวนการสวมบัตรประชาชน และการยึดอายัดทรัพย์สิน เป็นหลักฐานว่ารัฐบาลเอาจริงกับการจัดการปัญหาที่หมักหมมซุกซ่อนอยู่มานานให้เห็นผลอย่างรวดเร็ว รัฐบาลจะเดินหน้าบูรณาการข้อมูลและขยายผลตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ทั้งเส้นทางการเงิน โครงสร้างผู้ถือหุ้น บุคคลที่เกี่ยวข้อง และทรัพย์สิน เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย

ทั้งนี้ หากมีสมาชิกหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เข้าข่ายต้องรับการสอบสวน หรือดำเนินคดีในกรณีนอมินีหรือทุนเทา ขอให้พรรคต้นสังกัดกำชับและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ นำบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนและกระบวนการยุติธรรมเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป ไม่ควรมีการปกป้องหรือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปตามพยานหลักฐาน และกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา