หน้าแรก การเมือง อนุทิน ย้ำ ไม...

อนุทิน ย้ำ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล เมินเสียงวิจารณ์ กกต.วินิจฉัยคดีฮั้ว ส.ว.

18.09.26 | 14:27 น.

อนุทิน เมิน เสียงวิจารณ์ กกต. หลัง วินิจฉัยคดีฮั้วส.ว. ย้ำ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ชี้ ต้องยึดหลักประชาธิปไตย คำตัดสินออกมาอย่างไรต้องยอมรับ บอก “คนครหา-คนไม่ติดใจ” เห็นหน้ากันอยู่ เชื่อ จุดเริ่มเป็นเรื่องการเมืองตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว

เมื่อเวลา 12.35 น. วันที่ 18 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีฮั้วส.ว. หากยังไม่หยุดโจมตีจะมีมาตรการมากกว่าการฟ้องร้องดำเนินคดีที่เพิ่งดำเนินการไปหรือไม่ ว่า ตนยังยืนยันเหมือนเดิมว่ารัฐบาลไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ การตัดสินใจหรือการส่งดำเนินคดีใดๆก็ตาม ในส่วนที่ตนรับผิดชอบอยู่ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลมันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนั้นตนไม่มีข้อมูลที่จะให้ความเห็นใดๆได้


ส่วนกรณีที่คดีฮั้วส.ว. มีการตัดสินจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไปแล้ว แต่ขณะนี้กกต.เสียงข้างมากถูกวิพากย์วิจารณ์ ส่วนกกต. เสียงข้างน้อยออกมาเปิดเผยข้อมูลมองอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ตนไม่ได้มองอะไรเลย เพราะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับรัฐบาลหรืองานที่ตนรับผิดชอบอยู่ ตนคิดว่าทุกอย่างมีหลักของมัน หลักประชาธิปไตยเขาถืออะไรเป็นหลัก พร้อมย้ำว่า การวินิจฉัยคดีความต่างๆขององค์กรอิสระ ตนเคยเห็นทั้งคะแนนที่เป็นเอกฉันท์ คะแนนเสียงข้างมาก คะแนนก้ำกึ่ง และบางครั้งประธานต้องลงถึงสองครั้ง ตนเห็นมาหมดทุกรูปแบบ แต่ที่สำคัญคือทุกรูปแบบต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

ก่อนย้อนถามว่า เขามีเขียนหรือไม่ว่าเสียงข้างน้อยต้องชนะ ถ้าไม่มี ก็แสดงว่าเสียงข้างมากวินิจฉัยอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามเสียงข้างมาก ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเรื่องของ กกต. แต่รวมถึงทุกหน่วยงานอื่นๆ ในคณะรัฐมนตรีก็เช่นกัน ในหัวข้อวาระพิจารณาเรื่องต่างๆถ้าถึงจุดที่เห็นไม่ตรงกัน ก็ต้องจบด้วยการลงมติ เมื่อมติเสียงข้างมากเป็นอย่างไรทุกคนต้องปฏิบัติตาม อย่างตนเคยเป็นมติเสียงข้างน้อยครั้งหนึ่งในสมัยรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ขอให้บันทึกความเห็นของรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยว่าเห็นเช่นนี้ แต่เมื่อเสียงส่วนใหญ่เห็นเป็นอย่างนั้น ชอบหรือไม่ชอบเราก็ต้องทำตาม

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการกลับการให้ปากคำ ทำให้คนมองพรรคภูมิใจไทยในทางลบ พรรคจะดำเนินการเอาผิดคนให้ข้อมูลแล้วมากลับคำให้การในตอนหลังหรือไม่ นายกฯ ระบุว่า อย่างที่บอกว่ามันไม่ได้เป็นผลลบกับพรรคภูมิใจไทย แต่มีคนพยายามลากพรรคภูมิใจไทยเข้าไปเกี่ยวข้อง พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการฮั้วส.ว. ตนยังยืนยันเหมือนเดิมให้ยึดถือประกาศคำสั่งข้อห้ามของหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยที่ออกเป็นข้อปฏิบัติ ให้ผู้ที่มีตำแหน่งทางการเมืองในสังกัดพรรคภูมิใจไทยไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับการได้มาซึ่งส.ว. ซึ่งตนไม่มีอะไรข้องใจ เพราะได้ทำหน้าที่ของตนไปแล้ว ส่วนคนที่ไม่ปฏิบัติตามก็ต้องไปรับผิดชอบในสิ่งที่เขาได้ทำ ในเมื่อมีข้อห้ามแล้วยังทำก็ต้องไปแก้ต่างในความเป็นส่วนตัวของเขา เพราะถือว่าไม่ได้ทำในนามพรรค

Advertisement

เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรที่จะทำให้ข้อครหานี้หมดไปจากพรรคภูมิใจไทย ไม่ให้ถูกลากไปเกี่ยวข้อง นายกฯ กล่าวว่า คนที่ครหาก็เห็นหน้าอยู่ ส่วนคนที่ไม่ติดใจตนก็เห็นหน้าอยู่

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่ามองเรื่องนี้การเมืองล้วนใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “จุดเริ่มเป็นการเมืองอยู่แล้ว จุดเริ่มตั้งแต่ก่อนมาถึงตรงนี้นานมาแล้ว 2 ปี มันเป็นการเมืองครับ ผมพูดอย่างนี้ก็แล้วกัน”