สว.สัญจร ลงพื้นที่เกาะช้าง ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว ‘ชาวบ้าน’ โอด น้ำประปาไม่เพียงพอ เชื่อหากผลักดันได้ ต้นทุนการท่องเที่ยวต่ำลง กระตุ้น ศก.บนเกาะมากขึ้น วอนเร่งรัดการก่อสร้างถนนรอบเกาะ หวังอำนวยความสะดวกให้กับคนในพื้นที่
เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 18 กันยายน ที่เกาะช้าง จ.ตราด โครงการวุฒิสภาสัญจร นำโดยนายพิศูจน์ รัตนวงศ์ นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว อ.เกาะช้าง จ.ตราด ซึ่งขณะนี้รอการนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการอนุมัตินำพื้นที่ป่ามาทำอ่างเก็บน้ำ เนื่องจากพื้นที่บนเกาะช้างไม่มีระบบปะปา ชาวบ้านต้องซื้อน้ำใช้ ขุดบ่อบาดาล รวมถึงดึงน้ำจากน้ำตก ดังนั้น อ่างเก็บน้ำจึงเป็นความจำเป็นต่อประชาชน และผู้ที่เข้ามาพักอาศันในพื้นที่ ซึ่งทั้งเกาะ จะต้องใช้อ่างเก็บน้ำจำนวน 4 อ่าง ถึงจะเพียงพอ
ทั้งนี้ จากรับฟังรายงานพบว่า อ่างเก็บน้ำจะต้องเสร็จเมื่อปี 2567 และหลังจากนั้นระบบปะปาจะเข้าวางระบบและจะแล้วเสร็จในปี 2571 แต่เมื่ออ่างเก็บน้ำยังไม่เสร็จ จึงทำให้การวางระบบปาปะต้องล่าช้าไปอีก 1-2 ปี โดยเลขานุการนายกเทศมนตรีอำเภอเกาะช้าง กล่าวว่า ปัจจุบัน มีความยากลำบากมาก เนื่องจากน้ำไม่พอใช้ และส่วนใหญ่คนในพื้นที่ประกอบอาชีพการท่องเที่ยว ทำให้ต้นทุนสูง ทำให้ราคาที่พักและสถานบริการต่าง ๆ มีราคาสูงขึ้นด้วย มองว่าหากผลักดันสำเร็จ จะช่วยพัฒนาเกาะช้างให้มีรายได้เพื่มมากขึ้น

ขณะที่คนในพื้นที่สะท้อนว่า โครงการอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว ถือเป็นความหวังของเกาะช้าง เพราะช่วงหน้าแล้ง โดยเฉพาะปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพื้นที่จำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำ ซึ่งน้ำถือเป็นต้นทุนสำคัญทั้งภาคการท่องเที่ยว และการเกษตร
ปัจจุบันท้องถิ่นต้องนำรถน้ำไปแจกจ่ายให้ประชาชนบางพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำ ขณะที่โรงแรมต้องซื้อน้ำปีละหลักล้านบาท ส่งผลให้ต้นทุน และราคาห้องพักสูงขึ้น โดยช่วงไฮซีซั่น นักท่องเที่ยวราวร้อยละ 90 เป็นชาวต่างชาติ อีกร้อยละ 10 เป็นคนไทย หากโครงการสำเร็จ และมีน้ำเพียงพอ จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มการเข้าถึงของนักท่องเที่ยวไทย และให้เกิดการพัฒนาการเกษตร การท่องเที่ยว เพื่อทำให้เกาะช้างเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ เป็นสากลของโลก
นอกจากนี้ วุฒิสภายังติดตามโครงการก่อสร้างถนนรอบเกาะช้าง ช่วงบ้านบางเบ้า-บ้านสลักเพชร อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด ระยะทาง 11.230 กม.ซึ่งการทำถนนดังกล่าว เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการขนส่ง การเดินทาง โดยเดิมจะมีการลงพื้นที่ไปดูเส้นทาง แต่เนื่องด้วยสภาพอากาศที่มีฝนตกจึงทำให้ไม่สามารถไปที่จุดโครงการก่อสร้างถนนรอบเกาะได้ จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปนำเสนอที่โรงแรมแทน





