ธนาธร ชำหละ 19 กันยา อำนาจกองทัพกับเศรษฐศาสตร์การเมือง ธุรกิจกองทัพ ชี้ 20 ปี ประเทศเสียโอกาส-ทรัพยากรไม่เท่าเทียม แนะ ปรับโครงสร้าง เสนอ 3 ทางออก “สร้างกองทัพที่มีสมถนะการรบสูง, สร้างอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ,สร้างสรรค์ประชาธิปไตย เป็นกองทัพมืออาชีพ ด้าน รังสิมันต์ ชี้ ผลพวงรัฐประหาร ทำนิติรัฐอ่อนแอ-สถาปนาระบอบสีน้ำเงิน ลั่น “ต้องลบล้าง-ให้ทุกคนเคารพกติกา”
เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 19 กันยายน ที่หอศิลปกรุงเทพฯ คณะกรรมาธิการการทหารสภาผู้แทนราษฎร จัดเสวนา “ภาพจำที่(ไม่)คุ้นเคย บาดแผล รัฐประหารและกระบวนการยุติธรรมที่หายไป” เนื่องในวาระ 50 ปี 6 ตุลา 19 และ 20 ปี รัฐประหาร 19 กันยา ชำแหละอำนาจกองทัพกับเศรษฐศาสตร์การเมืองธุรกิจกองทัพ การลบล้างผลพวงรัฐประหาร โดยมีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน นายชยพล สท้อนดี ส.ส.กทม.พรรคประชาชน ร่วมเวทีเสวนา

นายธนาธร กล่าวปาฐกถา อำนาจของกองทัพกับเศรษฐศาสตร์การเมืองประเทศไทย ตอนหนึ่งว่า วันนี้เมื่อ 20 ปีที่แล้ว พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประกาศยึดอำนาจการปกครอง และยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2540 ยุบสภา ยุบส.ว.และคณะรัฐมนตรี โดยอ้าง 4 เหตุผลของการทำรัฐประหาร 4 ประการ คือ รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร มีการทุจริตมโฬาร , รัฐบาลใช้อำนาจควบคุมสื่อ รัฐสภาและระบบตุลาการ ,นายกรัฐมนตรี จาบจ้วงสถาบัน และหลีกเลี่ยงการนองเลือดจากการปะทะระหว่างผู้สนับสนุนและผู้ต่อต้าน โดยช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ทรัพยากรของประเทศถูกใช้ในการแก้ปัญหาการเมืองมากกว่าแก้ปัญหาประชาชน เทียบตัวเลขทางเศรษฐกิจกับเพื่อนบ้าน อาทิ เวียดนาม และเศษฐกิจโลก เป็นตัวบอกได้ดีที่สุด
“โดยตลอดช่วงเวลาดังกล่าว ไทยโตเฉลี่ย 2.6% และหลังรัฐประหารยังล้มเหลวในการปฏิรูประบบราชการ ทำให้โครงสร้างภาครัฐมีขนาดใหญ่ และภาคการเมืองมีการแลกเปลี่ยนกับระบบราชการให้เป็นผู้ค้ำยัน มากกว่ายึดประชาชน ขณะที่งบประมาณแผ่นดิน เหลือน้อยเพราะหมดไปกับการจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้นจากเงินกู้ในอดีตที่ถูกใช้ไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ และจากกฎหมาย ที่ออกแบบเพื่อหวังปราบปรามอำนาจที่มาจากการเลือกตั้ง ตั้งข้อจำกัดที่ไม่เอื้อต่อการลงทุนเชิง รวมถึงยังมีปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาทางการศึกษา ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งของราคาที่เราต้องจ่ายและเสียเวลาไป 2 ทศวรรษที่ไม่ได้เดินไปข้างหน้า ไม่ได้ยืนอยู่ที่เดิมแต่เดินถอยหลัง และไม่รู้ว่าจะใช้เวลาอีกเท่าไหร่ถึงจะแก้ปัญหาและพาประเทศไทยไปสู่จุดเดิมได้” นายธนาธร กล่าว

นายธนาธร กล่าวว่า เป็นโอกาสดีที่จะทบทวนว่าการทำรัฐประหารที่ผ่านมาส่งผลต่อเศรษฐกิจการเมืองอย่างไร วันนี้ถึงเวลาที่ต้องออกแบบการเมืองใหม่ โดยคำนึงถึงปัญหาที่สะสมและตระหนักถึงอนาคตไปพร้อมกัน ที่ผ่านมาบทบาทของกองทัพ เป็นเจ้าของทรัพยากรของประเทศอย่างมหาศาล ทั้งสนามกอล์ฟ สนามมวย มีอำนาจกำหนดทิศทางการเมือง รัฐวิสาหกิจ ผ่านการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ตรงนี้ส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และเศรษฐศาสตร์ที่ทรัพยากรมีจำกัด การใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพจึงมีความสำคัญ และเป็นสิ่งชี้ขาดว่าประเทศไหนจะพัฒนาได้เร็วกว่ากัน แต่ความอ่อนแอของภาคการเมืองทำให้การตรวจสอบการใช้ทรัพยากรรัฐของกองทัพไม่เกิดขึ้น และยังอ้างเรื่องความมั่นคงมาปกปิดการใช้ทรัพยากรไม่ให้มีการตรวจสอบจากรัฐบาลพลเรือนและสภา โดยไม่ต้องรับผิดชอบ ทำให้สังคมเสียโอกาส ปัญหาเหล่านี้
นายธนาธร กล่าวด้วยว่า วันนี้ต้องมองอนาคต โดยเสนอปรับโครงสร้างกองทัพ ด้วย 3 เป้าหมาย คือ สร้างกองทัพที่มีสมถนะการรบสูง, สร้างอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และสร้างสรรค์ประชาธิปไตย เป็นกองทัพมืออาชีพ โดยเคารพรัฐบาลพลเรือน เคารพหลักสิทธิมนุษยชน ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองและไม่มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ พร้อมเสนอให้นำทรัพย์สินของกองทัพ มาใช้ให้ประโยชน์กับสาธารณะและประชาชน อาทิ เปลี่ยนหอประชุมนานาชาติกองทัพบก รามอินทรา เปลี่ยนสนามกอล์ฟธูปะเตมีย์ เป็นสวนสาธารณะ เชื่อมระบบขนส่งแก้ปัญหาการเดินทาง เปลี่ยนโครงข่ายไฟฟ้าของกองทัพเรือที่สัตหีบ ให้เป็นนิติบุคคลและเป็นพื้นที่ทดลอง ก่อนขยายผลไปทั่วประเทศ เป็นต้น และจากการทำงานกับกองทัพ 3 ปี พบว่ากองทัพ พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง หากทำได้ประเทศจะไปไกลเนื่องจากทรัพยากรในกองทัพ ยังมีอีกมหาศาลที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หากกล้าหาญที่จะเปลี่ยนเราจะไปได้ และอย่าเพิ่งหมดหวังหมดกำลังใจในการฟื้นฟูประเทศไทย

ด้านนายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน ร่วมเสวนา ถึงการรัฐประหารและลบล้างผลพวงรัฐประหาร ตอนหนึ่ง ว่า เมื่อนิติรัฐล่มสลาย จึงเปิดช่องให้มีการปล้นประเทศ ซึ่ง 20 ปีผลพวงยังไม่จบสิ้น อาทิ กรณีที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคนหนึ่ง ที่ถูกอ้างเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ เรื่องนี้รัฐบาลไม่ควรให้เป็นแค่เรื่องส่วนตัวเพราะกระทบกับประเทศ แต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ต้องตั้งคำถามกับตัวเอง ว่าจะทำอย่างไรทั้งที่มีการอภิปรายในเรื่องนี้มาแล้ว รวมถึงเรื่องการโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น ที่ทำลายระบบคุณธรรม เอาภาษีไปบำรุงคนโกง จ่ายเป็นสวัสดิการหล่อเลี้ยงคนโกงประเทศและให้คนโกงเป็นสมุนรับใช้ของระบอบน้ำเงิน หากไม่ทำตามก็ถูกเปิดเผยข้อมูลทำลายข้าราชการคนนั้นต่อไป
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ภัยคุกคามของเราวันนี้ มาจากสิ่งที่คณะรัฐประหารอ้างขึ้นว่ามีคนคิดไม่ดีกับเจ้าเลยต้องยึดอำนาจไปจากประชาชน และเมื่อกลับมาทบทวนจะเห็นว่า หากมีอะไรมาขวางก็ยกเลิก และสร้างกลไกใหม่ขึ้นมาแการรัฐประหารทุกครั้ง คือ การทำให้นิติรัฐอ่อนแอ และวันนี้ยังสถาปนาองค์กรอาชญากรรมสีน้ำเงินขึ้นมา ผลพวงของรัฐประหาร ไม่ใช่แค่รัฐธรรมนูญถูกทำลาย ไม่ใช่แค้คำสั่งของคณะรัฐประหาร ไม่ใช่แค่นายพลขึ้นเป็นนายกฯ แต่คือ ระบบที่ทำซ้ำเพื่อให้สังคมยอมรับว่า การรัฐประหารโดยอ้างเบื้องสูงสามารถอยู่เหนือกติกาได้ ทน ดังนั้นสิ่งที่เราเสนอทำให้นิติรัฐ แข็งแรงและมีบทบาทมากขึ้น โดยคนต้องเคารพกฎหมายมากกว่ากลัวคนที่มีอำนาจ รัฐธรรมนูญต้องเป็นกติกาของประชาชน ไม่ใช่พินัยกรรมของผู้ยึดอำนาจ ไม่ใช่เพื่อแก้แค้นในเรื่องอดีตแต่ต้องการตัดวงจรที่จะเกิดในอนาคต


