หน้าแรก การเมือง พิสิษฐ์ ยันคด...

พิสิษฐ์ ยันคดี ฮั้วสว.ไม่กระทบเดินหน้าทำงาน ลุยหน้าที่เต็มสูบจนกว่าศาลสั่ง

19.09.26 | 17:17 น.

‘กมธ.วุฒิสภา’ เปิดเวทีโชว์ผลงานที่สื่อไม่ควรพลาดด้าน ‘พิสิษฐ์’ ยันคดี ‘ฮั้ว สว.’ ไม่กระทบเดินหน้าทำงาน ลุยหน้าที่เต็มสูบจนกว่าศาลสั่ง ขณะที่ ‘ธณัชญ์พงศ์’ มอง ‘กอ.รมน.’ ยังจำเป็นไปต่อ เตรียมปรับโครงสร้างใหญ่เน้นดับไฟใต้ ส่วน ‘ชวภณ’ ยันคน-เกาะกูดเป็นพื้นที่ไทย พร้อมยึดกรอบ UNCLOS หลังยกเลิก MOU44 ฟาก ‘รัชนีกร’ จี้ หน่วยงานเตรียมแผนป้องกันสู้รบเขมร โวยปล่อยให้พระ-ชาวบ้านช่วยกันตามยถากรรม ด้าน ‘อารีย์’ ยืนกราน สว. ไม่มีแนวคิดล้มบัตรทอง


เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่โรงแรมเมอร์เคียว เกาะช้าง ไฮด์อเวย์ อ.เกาะช้าง จ.ตราด สำนักงานเลขาวุฒิสภา จัดโครงการวุฒิสภาพบสื่อมวลชนสัญจร เป็นวันที่ 2 โดยในเวลา 11.30 น. เป็นการจัดเสวนาในหัวข้อ “เปิดประเด็นเด็ด กมธ. เรื่องที่สื่อไม่ควรพลาด” โดยมีนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. เป็นผู้ดำเนินการ

ในเวทีดังกล่าวมีการแบ่ง กมธ.แต่ละคณะออกเป็น 4 ชุด เพื่อนำเสนอผลงานและการดำเนินงานของกมธ.คณะต่างๆ อาทิ นายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี สว. ตัวแทนจาก กมธ.การทหารและความมั่นคงของรัฐ นำเสนอว่า ตนเป็นได้รับมอบหมายให้ศึกษาเรื่องการคงอยู่ ยุบ หรือปรับโครงสร้าง กอ.รมน. โดย กมธ.ทหารฯ และคณะอนุกมธ.กิจการทหาร ทางด้านไซเบอร์ เทคโนโลยี อาวุธยุทโธปกรณ์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ศึกษาประเด็นที่ประเทศไทยสามารถผลิตยุทโธปกรณ์ได้ แต่ไม่สามารถขายให้กับกองทัพได้

สำหรับผลการศึกษาเรื่อง กอ.รมน.ในชั้นคณะอนุกมธ.ฯ จะมีการประชุมในสัปดาห์หน้า เบื้องต้นได้ข้อสรุปคร่าวๆ ว่า กอ.รมน.ยังคงอยู่ แต่จะต้องปรับโครงสร้าง บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรมมากขึ้น

Advertisement

ส่วนที่ สส.ในสามจังหวัดมีข้อท้วงติงว่า กอ.รมน.ใช้งบประมาณที่สูง นายธณัชญ์พงศ์ กล่าวว่า เราเห็นว่า กอ.รมน.ยังเป็นหน่วยงานที่สำคัญและจำเป็น ยิ่งช่วงนี้สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดเหตุบ่อยครั้งมาก กอ.รมน.ก็สามารถเข้าถึงพี่น้องในพื้นที่ได้มากกว่า เพราะการทำงานไม่ได้อยู่ภายใต้ของกองทัพโดยตรง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งการดูแลความมั่นคงภายใน ส่วนทหารก็จะดูแลบริเวณชายแดน

นายธณัชญ์พงศ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ จากการรับฟังจาก ส.ส.ในพื้นที่สามจังหวัด เช่น นายรอมฎอน ปันจอร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน มีการถกกันสนุกมาก จนได้บทสรุป ซึ่งนายรอมฎอนก็ยอมรับว่ากมธ.ฯ เปิดกว้างให้เขาได้มีโอกาสพูดคุยแสดงความคิดเห็น และนายรอมฎอน ก็ยอมรับว่าจะต้องปรับปรุงและพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายธณัชญ์พงศ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องเด่นๆ ที่กมธ.ทหารฯ จะทำเร่งด่วนคือ ปัญหาต่างชาติโดยเฉพาะอิสราเอลที่เข้ามาครอบครองและสร้างปัญหาให้กับชุมชน ทั้งจังหวัดภูเก็ต เกาะพะงัน กรุงเทพฯ และอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเรามีความกังวลเรื่องความมั่นคงในอนาคต

ขณะที่นายชวภณ วัธนเวคิน สว.ในฐานะรองประธานกมธ.การต่างประเทศ กล่าวว่า กมธ.การต่างประเทศ มีการลงพื้นที่หลายครั้ง ที่ จ.ตราด ทั้งนี้แม้คนส่วนใหญ่จะอยู่ในเมือง แต่มีทหารได้ปกป้อง แต่พี่น้องชายแดนเขาไม่ได้เหมือนที่รับรู้จากสื่อ เนื่องจากมีความกังวลมากทั้งเรื่องของการบุกรุกหรือไม่ และตัวเขาเองเป็นคนไทยหรือไม่ แต่โชคดีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยขณะนั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้ความมั่นใจกับประชาชนชาวเกาะกูดว่าเป็นคนไทยอยู่บนพื้นแผ่นดินไทย มีอาณาอธิปไตยของเรา การผลักดันให้มีถนนที่จะเชื่อมต่อคลองพร้าวไปยังฐานที่มั่นแหลมเทียน มีความจำเป็นจริงๆ

นายชวภณ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตนอยู่ในกมธ.พิจารณางบประมาณปี 2570 เมื่อได้ทราบข่าวว่าทางทางหลวงชนบท มีแผนที่จะทำเป็นงบผูกพันปี 70-71 ซึ่งต้องรอทางทหารเรือมีหนังสืออนุญาตไปยังกรมธนารักษ์ ในฐานะ สว.มีหน้าที่สะท้อนข้อมูลจริงให้กับประชาชน ทั้งด้านสถานการณ์จริงที่ก่อเกิดความมั่นคงและการดำรงชีวิตของประชาชนที่อยู่บนเกาะกูด กันการเกษตร การประมง การท่องเที่ยวและการรักษาอธิปไตยผลประโยชน์ทางทางทะเล

นายชวภณ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันตนอยู่ในกมธ.พิจารณาร่างเอ็มโอยูเรามีการผลักดันจนรัฐบาลหันมารับฟังและยกเลิกเอ็มโอยู 2544 โดยการใช้เป็นกรอบ UNCLOS ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่ามีการเจรจาทวีภาคีบนพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งนี้ หลังยกเลิกเอ็มโอยู 44 ประเทศไทยได้รักษาสิทธิ์และรักษาผลประโยชน์ทางทะเลในพื้นที่เกาะกูด ในพื้นที่ OCA ภายใต้กรอบ UNCLOS อย่างไร อยากให้นำเสนอว่าเรามีกรอบ มีกฎมีระเบียบ มีกฎหมายของบ้านเรา มีประชาชนและอธิปไตยที่จะต้องปกป้อง

ด้าน น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ สว. ตัวแทนจากกมธ.การบริหารราชการแผ่นดิน และกมธ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ตนทำงานด้านภัยพิบัติมาก่อนจะมาเป็น สว. โดยดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์สึนามิระหว่างประเทศ มา 20 กว่าปี และอยากมาเป็น สว. เพราะอยากผลักดันเรื่องนโยบายด้านภัยพิบัติให้เกิดขึ้นจริง ประเทศไทยเรามีนักวิชาการ มีผู้เชี่ยวชาญ และคลังความรู้ที่ยิ่งใหญ่มาก หากสามารถเชิญผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ มาช่วยกันทำงานภัยพิบัติ ก็จะทำให้นโยบายมีแนวทางชัดเจนมากขึ้น ตนต้องการผลักดันระบบสนับสนุนการตัดสินใจ หรือ Single DSS เพราะที่ผ่านมาการบูรณาการไม่ได้เกิดขึ้นจริง

น.ส.รัขนีกร กล่าวต่อว่า ยกตัวอย่างเช่น กรณีน้ำท่วมหาดใหญ่ ที่ไม่มีการส่งข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ทำให้เกิดความสูญเสียมากกว่า 4 หมื่นล้านบาท ดังนั้น จึงต้องมีฐานข้อมูลที่ทุกคนรวมถึงประชาชนทั่วไป สามารถประเมินสถานการณ์ของบ้านตนเองได้ เหมือนกับประเทศญี่ปุ่น ที่มีเว็บไซต์เดียวเห็นข้อมูลจากทุกหน่วยงาน

น.ส.รัชนีกร กล่าวอีกว่า หรือในกรณีที่มีบางหน่วยงานกำลังคิดจะซื้อแพลตฟอร์มทั้งที่ยังไม่ได้งบ แต่รู้แล้วว่าจะซื้อแพลตฟอร์มจากประเทศอะไร จึงตั้งคำถามถึงความเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย สำคัญที่สุดคือ อธิปไตยข้อมูล เรากังวลว่าเขาจะรู้สภาพพื้นที่ของเรา จึงเสนอให้ผู้เชี่ยวชาญของไทย เป็นผู้จัดทำระบบ Single DSS อาจจะแบ่งเป็น 22 ลุ่มน้ำ และพัฒนาให้ได้ใช้ในระยะยาว

”หน่วยงานที่ดิฉันจะเสนอยุบคือ หน่วยงานที่จะไปซื้อเทคโนโลยีมาจากต่างประเทศแล้วไม่ได้ใช้ ดิฉันขอเสนอให้ยุบไปเลย หากไม่ใช้ความคิดของคนในหน่วยงาน ท่านจะซื้ออย่างเดียวเลย ท่านก็ไม่ต้องทำงานแล้ว“ น.ส.รัชนีกร กล่าว

น.ส.รัชนีกร ยังกล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า เราไม่สามารถคาดการณ์อนาคตได้ว่าจะมีรอบ 3 เกิดขึ้นหรือไม่ สิ่งที่ควรทำขณะนี้คือ การเตรียมพร้อมป้องกัน อย่าปล่อยเป็นหน้าที่ของชาวบ้านและภิกษุสงฆ์ในการทำถนนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในฝั่งภาคอีสาน กว่าจะได้ถนน กากยางมะตอยยากลำบากมาก เหตุใดรัฐบาลถึงไม่มีงบประมาณสักก้อนเพื่อทำถนนตามแนวชายแดนให้หมด ข้อดีของการมีถนนคือ อาณาเขตชัดเจน และส่งกำลังบำรุงกรณีเกิดสงครามได้โดยง่าย ความสูญเสียก็จะน้อยลงด้วย

ส่วนนายสาลี สิงห์คำ สว. ตัวแทนจาก กมธ.การแรงงาน กล่าวว่า จากการทำงานมา สิ่งที่ตนมีความกังวล คือเรื่องกองทุนประกันสังคมซึ่งประกอบไปด้วย มาตรา 33 (ผู้ประกันตนมีนายจ้าง) มาตรา 39 (ผู้ประกันตนที่เคยอยู่ในมาตรา 33 มาก่อน แล้วออกมาส่งเงินประกันตนเอง) และมาตรา 40 (แรงงานนอกระบบ ส่งเงินสมทบเอง) ซึ่งที่น่าห่วงคือสิทธิประโยชน์เงินบำนาญชราภาพที่มีนักคณิตศาสตร์วิเคราะห์ว่าอีก 30 ปี เงินกองทุนนี้จะหมด

นายสาลี กล่าวต่อว่า เพราะเกณฑ์เกษียณในชวงอายุน้อย บางคน 55 ปีก็เกษียณแล้ว ทั้งที่ยังแข็งแรงอยู่ ปัญหาคือ ปัจจุบันคนเกิดน้อย คนเกษียณมาก เงินเข้าน้อย เงินเข้านิดเดียว แต่เงินออกมาก นักคณิตศาสตร์เขาก็เลยประเมินว่า อีก 30 ปีข้างหน้า เงินชราภาพจะไม่มีจ่าย แล้วบางคนบอกว่าไม่ต้องห่วง มีมาตรา 24 รองรับอยู่ อย่าไปคิดถึงตรงนั้น เราต้องหาเงินของตัวเองให้ได้ก่อนอย่าไปหวังรัฐบาล

“ปัจจุบันกองทุนมีเงินกว่า 3.3 ล้านล้านบาท ใหญ่สุดในประเทศการมาจากการส่งเงินสมทบของผู้ประกันตนส่ง 5% นายจ้างส่ง 5% รัฐส่ง 2.7% แต่รัฐบาลเอาเงินของเราไปบริหาร ไม่หนำซ้ำรัฐบาลยังติดหนี้เรา 40,000 กว่าล้านบาท เอาเงินไปไม่มีดอก ทวงแล้วทวงอีก ทวงแล้วก็แล้ว เดี๋ยวคืนให้ เดี๋ยวคืนให้ ทวงแล้วยิ่งกว่าเกี่ยวกรรมทวงอีก ไม่ยอมคืน” นายสาลี กล่าว

นายสาลี กล่าวต่อว่า ดังนั้น เพื่อทำให้กองทุนมีความยั่งยืน สิ่งหนึ่งคือ การจัดตั้งองค์กรเฉพาะบำนาญชราภาพบางส่วน ซึ่งตอนนี้ทำไปเกือบเสร็จแล้ว ต่อไปถ้าเสร็จก็ยื่นไปที่วุฒิสภาเพื่อเข้า ครม.ต่อไป ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ตนขอบอกผู้ใช้แรงงานท่านไม่ต้องห่วง ท่านก็ได้รับเงินชราภาพในอนาคตแน่นอน

ฟากนางอารีย์ บรรจงธุรการ สว. ในฐานะโฆษก กมธ.การสาธารณสุข กล่าวว่า กมธ.พยายามเชื่อมโยงปัญหาประชาชนกับข้อมูลหลักฐาน การปกป้องสิทธิ์ของทุกหน่วยผู้รับบริการ ปกป้องเจ้าหน้าที่ที่ทำงาน รวมทั้งทำให้โรงพยาบาลอยู่รอด โดยที่ผ่านมาได้ผลักดันการดูแลผู้ป่วยโรคไตที่บ้าน ลดการเดินทางผู้ป่วย ลดค่าใช้จ่าย ลดความเสี่ยง รวมถึง ได้ผลักดันวัคซีนป้องกันกลุ่มโรคสมองอักเสบ จนสามารถให้บริการฟรีได้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา และทำระบบปฐมภูมิให้คนในชุมชนมีสุขภาพดี ยืนยันว่าวุฒิสภาไม่มีการเสนอให้ยกเลิกบัตรทอง หรือสิทธิ์ 30 บาทรักษาทุกโรคตามที่มีข่าว แต่ต้องการทำให้ระบบดีขึ้นเท่านั้น

เมื่อถามว่า คดีฮั้ว สว. มีผลต่อการดำเนินงานของกรรมาธิการแต่ละคณะหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า เรื่องคดีดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อการทำงาน เพราะ สว. มีอำนาจหน้าที่อยู่จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำสั่งให้เราหยุดปฏิบัติหน้าที่