หน้าแรก การเมือง ภูมิธรรม ชี้ ...

ภูมิธรรม ชี้ 20 ปีรัฐประหาร บทเรียนไทย เปลี่ยนผู้มีอำนาจในคืนเดียว แต่ใช้เวลาฟื้นชั่วชีวิตคน

19.09.26 | 19:11 น.

ภูมิธรรม โพสต์ “20 ปี 19 กันยา รัฐประหารรัฐบาล จากการเลือกตั้ง” ชี้เป็นบทเรียนที่ประเทศไทยต้องเรียนรู้ อยากแก้ปัญหาด้วยความขัดแย้งขัด บอกประชาธิปไตยอาจไม่ทำให้เราได้รัฐบาลที่ถูกใจทุกครั้ง ประเทศอาจเปลี่ยนผู้มีอำนาจได้ในคืนเดียว แต่การฟื้นโอกาส-ความเชื่อมั่น ให้กลับคืนมาอาจต้องใช้เวลาทั้งชั่วชีวิตคน


เมื่อวันที่ 19 กันยายน นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความบนเฟสบุ๊กระบุ “20 ปี 19 กันยน รัฐประหารรัฐบาล จากการเลือกตั้ง” ว่า บทเรียนที่ประเทศไทยต้องเรียนรู้ จดจำและไม่ยอมให้เกิดการทำลายโอกาสของประเทศอีกต่อไป

“ยี่สิบปี 19 กันยายน 2549 มีคำถามสำคัญที่ทิ้งให้คนไทยต้องจดจำ ผมเป็นคนหนึ่งที่เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลซึ่งถูกยึดอำนาจ ในวันนั้นประเทศไทยได้ผ่านทั้งความขัดแย้ง ความสูญเสียโอกาสและผลกระทบที่ตามมาตลอดสองทศวรรษ

บทเรียนสำคัญ ที่ผมได้บทสรุปของเหตุการณ์วันนั้น คือการใช้อำนาจนอกระบบ มาทำลายกลไกและความต่อเนื่อง ของระบอบประชาธิปไตย ควรต้องถูกตั้งคำถาม และถูกตรวจสอบอย่างจริงจัง จากคนในสังคมไทยใหม่อีกครั้ง” นายภูมิธรรม ระบุ

Advertisement

นายภูมิธรรม ระบุอีกว่า รัฐประหารอาจเปลี่ยนรัฐบาลได้ในคืนเดียว แต่กลับสร้างปัญหาใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม และทำให้โอกาสของประชาชน ศักยภาพของประเทศสูญหายไปอย่างไม่อาจยอมรับได้

“ยี่สิบปีที่ผ่านมา เราเห็น…การเปลี่ยนรัฐบาล เปลี่ยนรัฐธรรมนูญ และเปลี่ยนกติกาหลายครั้ง แต่ปัญหาและความขัดแย้งไม่ได้หมดไป ขณะที่ประเทศสูญเสียทั้งเวลา ฃความต่อเนื่อง ความเชื่อมั่น และโอกาสของประชาชน นี่คือบทเรียนที่ผมคิดว่าประเทศไทยไม่ควรต้องเผชิญซ้ำอีก” นายภูมิธรรม ระบุ

นายภูมิธรรม ระบุต่อว่า ประชาธิปไตยไม่ได้หมายความว่า “เสียงข้างมากมีอำนาจเบ็ดเสร็จ
เด็ดขาดในการทำอะไรก็ได้” แต่ก็ต้องคำนึงถึงสิทธิของเสียงข้างน้อยและการยอมรับของประชาชน
ประชาธิปไตยที่มั่นคงจึงต้องมีทั้ง รัฐบาลที่มาจากประชาชน และระบบตรวจสอบที่ประชาชนเชื่อถือ
รัฐบาลทำผิด ต้องถูกตรวจสอบ นักการเมืองทุจริต ต้องถูกดำเนินคดี รัฐบาลล้มเหลว ต้องถูกเปลี่ยน
พรรคการเมืองผิดคำสัญญา ต้องรับผิดชอบ

ทว่า ทั้งหมดต้องเกิดขึ้นภายใต้กฎหมายและกติกาประชาธิปไตย เพราะหัวใจของประชาธิปไตย ไม่ใช่การรับประกันว่าเราจะได้รัฐบาลที่ดีที่สุดทุกครั้ง แต่คือการมีระบบที่ทำให้ คนทำผิดถูกตรวจสอบได้ รัฐบาลที่ล้มเหลวถูกเปลี่ยนได้ และที่สำคัญประชาชนต้องเป็นผู้ตัดสินอนาคตของตนเอง

“ผมยังเชื่ออีกว่า ประชาธิปไตยจะมั่นคงไม่ได้ หากประชาชนมองไม่เห็นความหมายของมันในชีวิตจริง ประชาธิปไตยต้องตอบคำถาม พื้นฐานให้ได้ว่าประชาชนมีรายได้พออยู่หรือไม่ เกษตรกรมีอนาคตหรือไม่ คนตัวเล็กเข้าถึงการรักษาพยาบาลหรือไม่ ลูกหลานมีการศึกษา มีงาน และมีความหวังหรือไม่ นี่คือสิ่งที่ผมเรียกมาตลอดว่า “ประชาธิปไตยที่กินได้” ประชาธิปไตยจึงต้องมีทั้งเสียงของประชาชน และมีการตรวจสอบการใช้อำนาจมีรัฐบาลที่ทำงานได้ และมีกติกาที่ไม่มีใครอยู่เหนือกติกา” นายภูมิธรรม ระบุ

นายภูมิธรรม ระบุว่า เมื่อมองย้อนกลับไป 20 ปี ผมไม่อยากให้วันที่ 19 กันยายน เป็นเพียงวันแห่งการกล่าวโทษว่าใครผิด ใครถูก ใครชนะหรือใครแพ้ สิ่งที่มีคุณค่ากว่าคือการถามว่าเราจะทำอย่างไรให้ความผิดพลาดในอดีต กลายเป็นภูมิคุ้มกันของอนาคต ประเทศไทยควรมีระบบที่รัฐบาลถูกตรวจสอบได้โดยไม่ต้องล้มระบอบ มีความขัดแย้งได้โดยไม่ต้องฉีกกติกา และเปลี่ยนรัฐบาลได้โดยไม่ต้องใช้อำนาจนอกระบบ

เพราะท้ายที่สุด ถ้าประชาชนเลือกผิด ประชาชนต้องมีสิทธิเลือกใหม่ ถ้ารัฐบาลทำผิด ต้องถูกตรวจสอบและรับผิดชอบ การแก้ความผิดพลาด ไม่ควรแก้ด้วยการสร้างความผิดพลาดที่ใหญ่กว่า

นายภูมิธรรม ระบุด้วยว่า ยี่สิบปีของ 19 กันยา จึงควรฝากบทเรียนไว้กับประเทศไทยว่า “อย่าแก้ปัญหาและความขัดแย้ง ด้วยการทำลายกติกาที่จะใช้แก้ปัญหา และความขัดแย้งนั้น” “ประชาธิปไตยอาจไม่ทำให้เราได้รัฐบาลที่ถูกใจทุกครั้ง แต่ต้องทำให้เรามีกติกาที่เปลี่ยนรัฐบาลได้โดยไม่ต้องทำลายประเทศ”เพราะประเทศอาจเปลี่ยนผู้มีอำนาจได้ในคืนเดียว แต่การฟื้นโอกาสและความเชื่อมั่น ให้กลับคืนมาอาจต้องใช้เวลาทั้งชั่วชีวิตคน