‘ทนายด่าง’ ยัน คำตอบมีทางเดียว ‘ประชาชนเขียนกฎหมายเอง’ เชื่อโลกเปลี่ยนแล้ว ทำรัฐประหารแบบเดิมไม่ได้
ในวาระครบรอบ 20 ปี เหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ. 2549 โดย คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คมช.) นำโดย พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น ได้ทำการยึดอำนาจจากรัฐบาลรักษาการ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร อันเป็นเหตุให้ต้องลี้ภัยทางการเมือง ซึ่งในวันนี้มีการจัดกิจกรรมในหลายจังหวัดเพื่อตอกย้ำถึงพวงพวงของการรัฐประหาร ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ‘การร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560’ ที่นำมาสู่เดดล็อกทางการเมืองในปัจจุบัน
เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ห้องประชุมชั้น 1 คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และแนวร่วม อาทิ เครือข่ายจัดงานรำลึก 6 ตุลาฯ, ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw), เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ, Thumb Rights จัดงาน ’19 กันยา กำแพงเมืองไทย: ตามหาระบอบสีน้ำเงิน’ ถอดรหัสกลไกอำนาจผ่านมุมมองของผู้คนข้ามรุ่น เพื่อทำความเข้าใจ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ซึ่งมีบริบทแตกต่างกันไปตามบริบทและยุคสมัย
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศตั้งแต่เวลา 16.30 น. มีประชาชนหลากหลายช่วงวัย ทยอยเดินทางเข้าร่วมงาน พร้อมลงชื่อ เสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เพื่แเน้นย้ำว่า ส.ส.ร.ต้องมาจากการเลือกตั้ง 100% โดยภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการ ‘กำแพงเมืองไทย’ ตลอดจนซุ้มกิจกรรมและของแจกสุดพิเศษเฉพาะในงานนี้ อาทิ ชวนผู้ร่วมงานร่วมตามหา ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ที่แท้จริง, การเข้าชื่อเสนอกฎหมายยกเลิกมรดกคณะรัฐประหาร 6 ตุลา 19, สมุด PASSPORT ประชาธิปไตย, สกรีนเสื้อ FREE นักโทษการเมือง
และเขียนจดหมายถึงในเรือนจำ โดย แอมเนสตี้ฯ ประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีการบรรเลงดนตรีสด โดย พอร์ทไฟเย็น และ ELEVENFINGER
บรรยากาศเวลา 16.30 น. มีวงเสวนา ‘สีน้ำเงินในยุคคุณคืออะไร’ โดย นายกฤษฎางค์ นุตจรัส หรือ ทนายด่าง จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, ผศ.ภญ.ธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ (นปช.), นายณัฐชนน ไพโรจน์ จากกลุ่ม Thumb Rights, น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ ดำเนินรายการโดย ธีระภัทร ระดับแก้ว
ในตอนหนึ่ง นายกฤษฎางค์ หรือ ทนายด่าง กล่าวว่า ตนรู้สึกว่ามันเป็นบทเรียนเดิมๆ ที่คนเหล่านั้นใฝ่ฝันให้อำนาจกลับมาอยู่ในมือ ในยุค 6 ตุลาคม 2519 คือการต่อสู้ระหว่าง เสรีนิยม และฝ่ายขวา ด้วยข้อกล่าวหาว่า นักศึกษาธรรมศาสตร์เป็นคอมมิวนิสต์
“ผมเสียใจอยู่อย่าง คือ 14 ตุลา 16 คนไทยรักษาชัยชนะไว้ไม่ได้ เพราะมีความแตกแยกกันเอง ทำให้สูญเสียสิ่งที่สร้างมาใน 3 ปีให้หลัง (6 ตุลาคม 2519) ซึ่งไม่ใช่ความผิดของใคร แต่เป็นบทเรียน
ไม่ว่าจะถอยสักสองก้าว หรือเดินหน้า 3 ก้าว อย่าละทิ้งประชาชน เพราะนั่นคือหลังพิง
ผมไม่ได้รู้สึกว่าแผ่ว การต่อสู้ของประชาชนชนะแน่ เพราะโลกมันเปลี่ยนไปขนาดที่ว่า เขาไม่สามารถก่อรัฐประหาร แล้วฆ่าคนแบบนั้นได้อีก เพราะถ้าทำเมื่อไร่ เขาจะอยู่ไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว” นายกฤษฎางค์ กล่าว

ในช่วงหนึ่ง นายกฤษฎางค์เน้นย้ำด้วยว่า ชนใดเขียนกฎหมาย ก็ย่อมเพื่อชนชั้นนั้น ดังนั้นเราต้องหาทางทำให้ประชาชนเป็นคนเขียนกฎหมายเอง มันเป็นคำตอบเดียว
“ตอนยื่นประกัน ครูใหญ่ อรรถพล บัวบัฒน์ ศาลไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง กลัวหลบหนี เดชะบุญ ตชด.ที่ยิงวินมอเตอร์ไซค์ดับ ยื่นประกันพร้อมครูใหญ่ แต่ดันให้ประกัน ตชด. ซึ่งเขาไม่ได้ผิด ทุกคนมีสิทธิได้ปล่อยตัวชั่วคราว ระบบเขียนดี แต่คนที่อยู่ในระบบนั้นไม่ดี ระบอบสีน้ำเงิน เปลี่ยนคนดี เป็นคน…. “ นายกฤษฎางค์ กล่าว และว่า
กำแพงที่คุณเห็น มันทรุดโทรมมาก ไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่เห็น ถ้าโดนลมเป่าก็อาจล้มได้
จากนั้นเวลา 18.00 น. มีการ Video Conference จากอดีตนักกิจกรรมทางการเมือง ที่ลี้ภัยในต่างประเทศด้วยข้อหา ม.112 จากการปราศรัย อาทิ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน, นายภาณุพงศ์ มะณีวงศ์ หรือ ไมค์ระยอง รวมถึง นายเกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ หรือ บิ๊ก แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายมีการปราศรัย ความรันทดภายใต้ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ในปัจจุบัน โดยตัวแทนจากกลุ่มซึ่งผลักดันในประเด็นต่างๆ ร่วมปราศรัยในหลากหลายหัวข้อ อาทิ นายอิสริยะ ไชยมนตรี ‘ปฏิรูปกองทัพฯ’, นางศรีไพร นนทรีย์ กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง ในหัวข้อ ‘ค่าแรง สิทธิ และการคุ้มครองแรงงาน’, นายมุมิน เจ๊ะแว ‘สันติภาพในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้’ , น.ส.ชัชลาวัณย์ เมืองจันทร์ ‘พ.รบ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ’ และ นายณัชปกร นามเมือง จาก iLaw ในหัวข้อ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วม’


