หน้าแรก การเมือง ณัฐชนน ชวนลบม...

ณัฐชนน ชวนลบมรดกรัฐประหาร19 พา ‘อานนท์’ ออกมาช่วยเขียนรัฐธรรมนูญประชาชน

19.09.26 | 21:57 น.

ณัฐชนน ชวนลบมรดกรัฐประหาร ปล่อยเชลยการเมือง พา ‘อานนท์’ ออกมาช่วยเขียนรัฐธรรมนูญประชาชน


ในวาระครบรอบ 20 ปี เหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ. 2549 โดย คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คมช.) นำโดย พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น ได้ทำการยึดอำนาจจากรัฐบาลรักษาการ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร อันเป็นเหตุให้ต้องลี้ภัยทางการเมือง ซึ่งในวันนี้มีการจัดกิจกรรมในหลายจังหวัดเพื่อตอกย้ำถึงพวงพวงของการรัฐประหาร ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ‘การร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560’ ที่นำมาสู่เดดล็อกทางการเมืองในปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ห้องประชุมชั้น 1 คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และแนวร่วม อาทิ เครือข่ายจัดงานรำลึก 6 ตุลาฯ, ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw), เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ, Thumb Rights จัดงาน ’19 กันยา กำแพงเมืองไทย: ตามหาระบอบสีน้ำเงิน’ ถอดรหัสกลไกอำนาจผ่านมุมมองของผู้คนข้ามรุ่น เพื่อทำความเข้าใจ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ซึ่งมีบริบทแตกต่างกันไปตามบริบทและยุคสมัย

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศตั้งแต่เวลา 16.30 น. มีประชาชนหลากหลายช่วงวัย ทยอยเดินทางเข้าร่วมงาน พร้อมลงชื่อ เสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เพื่แเน้นย้ำว่า ส.ส.ร.ต้องมาจากการเลือกตั้ง 100% โดยภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการ ‘กำแพงเมืองไทย’ ตลอดจนซุ้มกิจกรรมและของแจกสุดพิเศษเฉพาะในงานนี้ อาทิ ชวนผู้ร่วมงานร่วมตามหา ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ที่แท้จริง, การเข้าชื่อเสนอกฎหมายยกเลิกมรดกคณะรัฐประหาร 6 ตุลา 19, สมุด PASSPORT ประชาธิปไตย, สกรีนเสื้อ FREE นักโทษการเมือง
และเขียนจดหมายถึงในเรือนจำ โดย แอมเนสตี้ฯ ประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีการบรรเลงดนตรีสด โดย พอร์ทไฟเย็น และ ELEVENFINGER

Advertisement

บรรยากาศเวลา 16.30 น. มีวงเสวนา ‘สีน้ำเงินในยุคคุณคืออะไร’ โดย นายกฤษฎางค์ นุตจรัส หรือ ทนายด่าง จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, ผศ.ภญ.ธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ (นปช.), นายณัฐชนน ไพโรจน์ จากกลุ่ม Thumb Rights, น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ ดำเนินรายการโดย ธีระภัทร ระดับแก้ว

ในตอนหนึ่ง นายณัฐชนน กล่าวว่า ตอนนี้เรากำลังเจอกับเผด็จการที่กำลังปรับตัว ตั้งแต่ในยุค 6 ตุลาคม 2519 หรือแม้แต่ยุคประยุทธ์ จันทร์โอชา จนถึงระบอบสีน้ำเงินในปัจจุบัน ซึ่งเป็นคนกลุ่มเดียวกัน ทั้งรัฐบาล รัฐสภา องค์กรอิสระ และอื่นๆ ที่สถาปนาอำนาจตัวเองผ่านรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เชื่อว่า ออกแบบมาเพื่อต่อต้านเสียงข้างมาก

“พระเอกคือรัฐธรรมนูญ 60 ส่วนพระรอง ผมมองว่าคือ ส.ว. เพราะที่มาแทบไม่อิงกับประชาชน ทำอะไรก็ทำไม่ได้รู้สึกว่าหน้าบาง แต่กลับมีอำนาจเหลือล้น” นายณัฐชนนชี้

นายณัฐชนนกล่าวต่อว่า ย้อนไปช่วงที่ กำลังแข่งกันเลือกตั้ง จนถึงปัจจุบันฝ่ายนั้นก็พลิกกลับมาชนะได้ หรือ แม้แต่กรณีบัตรเลือก ที่ยังไม่มีคำตอบ ต้องลุ้นกันสิ้นเดือนนี้, องค์กรอิสระที่เลือกได้ว่าจะเอาใคร หรือ ‘ฮั้ว ส.ว.’ โดยหลักใหญ่คือทำให้ระบอบสีน้ำเงินนีเปกครองประเทศต่อไปได้ โดยไม่สนว่าประชาชนจะคิดอย่างไร

ผลงานที่ดังตอนนี้คือ นโยบาย TH-AI Passport ที่ใช้เงินมหาศาล ซ้ำร้ายเมื่อออกนโยบายมาแล้วยังมีปัญหา ถึงขั้นว่า จะไปทำนโยบายกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อให้คนสมัคร หรืออย่าง ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เงินเดือนละ 1,000 บาท ก็ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างหรือแก้ปัญหาสังคม ขณะเดียวกันก็เห็นข่าวว่า ราคาใบกระเพราสูงขึ้น

“สรุปแล้ว ระบอบสีน้ำเงิน สำหรับผมคือเครือข่ายกลุ่มคนที่พยายามรวบรวมอำนาจ เพื่อให้อยู่ได้นานที่สุด ในสภาพที่ตัวเองก็เปราะบาง ระบอบนี้ขัดขวางประชาธิปไตยอย่างแน่นอน มันต่อต้านทุกคนที่ไม่เห็นด้วยกับระบอบนั้น ไม่ได้เหมือนระบอบประชาธิปไตยที่ต้องปกป้องเสียงข้างน้อย กลับกัน นอกจากไม่เคารพเสียงมากแล้ว ยังทำลาย ต่อต้าน” นายณัฐชนน ชี้

ในช่วงหนึ่ง นายณัฐชนนกล่าวด้วยว่า ใครอยากให้ นายอานนท์ นำภา ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน มาช่วยร่างรัฐธรรมนูญบ้าง ?

โดยผู้ร่วมงานต่างส่งเสียงแสดงความเห็นด้วย

นายณัฐชนนกล่าวต่อไปว่า ดังนั้นต้องช่วยกันให้ นายอานนท์ได้ออกมาก่อน  ตอนนี้เรามีผู้ต้องขังทางการเมืองจาก คดี ม.112 มากขึ้น

“ผมคิดว่า มีเรื่องเล็กๆ ที่เราช่วยได้ คือช่วยกันพูด หล่อเลี้ยงความหวังให้กัน รวมถึงเก็บแรงไว้เลือกตั้ง เพราะวันนั้นสำคัญกับฝ่ายประชาธิปไตยเสมอ” นายณัฐชนนกล่าว

นายณัฐชนนกล่าวต่อว่า ตอนนี้เรามีผู้ต้องขัง อย่างน้อย 55 คน ในจำนวนนั้น 31 คนคือคดี ม.112 กล่าวคือ มากกว่าครึ่ง ยังไม่นับ จำนวนผู้ลี้ภัยทางการเมือง ที่ล้วนมาจากมาตรา 112 ซึ่งเราไม่ควรจะมองข้ามคนกลุ่มนี้ คนเหล่านี้ไม่ได้ทำเพื่อตัวเองเลย เขาทำเพื่อส่วนร่วมให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้

‘ครูใหญ่’ ชวนเขียนตอบจบของนิทานร่วมกัน
‘รุ้ง’ ประกาศข้อเสนอ 10 ข้อ
‘ไมค์’ บอกว่าถ้าเราย้ายต้นไม้ไปที่ถูก จะได้ถนนที่มีประสิทธิภาพ และต้นไม้ที่สวยงามไปพร้อมกัน

‘อานนท์’ ปราศรัยความทุกข์ยาก และความหวัง
‘เพนกวิน’ ประกาศปัญหาที่มีอยู่ตอนนี้และชวนคิดแก้ปัญหา

“บางคนติดคุก ลี้ภัย ไม่อยู่แล้ว ผมไม่อยากให้เขาเหมือนดอกไม้ไฟ เรามาช่วยกัน ให้พวกเขาไม่ดับตลอดกาล มาพูดถึง มาเยี่ยมเขาตอนขึ้นศาล หรือร่วมกันลงชื่อ เพื่อลบมรดกบาป 6 ตุลาฯ” นายณัฐชนนกล่าวทิ้งท้าย

จากนั้นเวลา 18.00 น. มีการ Video Conference จากอดีตนักกิจกรรมทางการเมือง ที่ลี้ภัยในต่างประเทศด้วยข้อหา ม.112 จากการปราศรัย อาทิ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน, นายภาณุพงศ์ มะณีวงศ์ หรือ ไมค์ระยอง รวมถึง นายเกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ หรือ บิ๊ก แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายมีการปราศรัย ความรันทดภายใต้ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ในปัจจุบัน โดยตัวแทนจากกลุ่มซึ่งผลักดันในประเด็นต่างๆ ร่วมปราศรัยในหลากหลายหัวข้อ อาทิ นายอิสริยะ ไชยมนตรี ‘ปฏิรูปกองทัพฯ’, นางศรีไพร นนทรีย์ กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง ในหัวข้อ ‘ค่าแรง สิทธิ และการคุ้มครองแรงงาน’, นายมุมิน เจ๊ะแว ‘สันติภาพในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้’ , น.ส.ชัชลาวัณย์ เมืองจันทร์ ‘พ.รบ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ’ และ นายณัชปกร นามเมือง จาก iLaw ในหัวข้อ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วม’