จาตุรนต์ ชี้ รัฐประหาร ปี’49 ไม่เสียของ แต่ฉุดประเทศไทย ไม่เป็นอารยะ ล้าหลังลงไปอีก
เมื่อวันที่ 19 กันยายน นายจาตุรนต์ ฉายแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย(พท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ไม่ “เสียของ” อย่างที่พูดกัน
การรัฐประหาร 19 กันยา 2549 ได้หยุดยั้งพัฒนาการทางการเมืองที่เป็นผลจากการปฏิรูปการเมืองที่ก่อตัวขึ้นในปี 2535 และต่อมาได้มีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน คือรัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งทำให้ระบอบประชาธิปไตยของไทยพัฒนาต่อมาอีกเป็นเวลา 9 ปี
การรัฐประหารปี 2549 ได้เริ่มต้นและวางรากฐานให้กับแนวคิด อุดมการณ์ กระบวนการ และระบบที่สร้างความเสียหายแก่ประเทศชาติต่อเนื่องมาอีกหลายปีใน 4 เรื่อง ได้แก่
1.การสมคบกันของผู้มีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมาย โดยจงใจส่งเสริมให้เกิดการกระทำผิดกฎหมายได้อย่างไม่จำกัดในการเคลื่อนไหวต่อต้านโค่นล้มรัฐบาล สร้างสถานการณ์ให้อยู่ในสภาพที่รัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งไม่สามารถบริหารประเทศได้ เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการทำรัฐประหาร
2.การใช้ฝ่ายตุลาการเข้ามาจัดการกับการเมืองที่เรียกกันว่า “ตุลาการภิวัตน์” ซึ่งได้ครอบคลุมไปถึงการใช้องค์กรอิสระ นำไปสู่การยุบพรรคการเมืองอย่างไม่เป็นธรรม การลงโทษย้อนหลัง การเพิกถอนสิทธิทางการเมืองที่ขัดต่อปฏิญญาสากล การเลือกปฏิบัติในการบังคับใช้กฎหมาย การละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และการทำร้ายผู้เห็นต่างโดยกระบวนการยุติธรรมเอง ซึ่งหลังการรัฐประหาร สิ่งเหล่านี้ได้ถูกทำให้เป็นระบบอยู่ในรัฐธรรมนูญปี 2550 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
3.มีการแก้ไข พ.ร.บ.สภากลาโหม (พ.ศ. 2551) เพื่อให้กองทัพไม่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งใช้บังคับและมีผลทางปฏิบัติมาจนปัจจุบัน
4.มีการออก พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 (พ.ร.บ.ความมั่นคงภายใน) ที่นอกจากจะเพิ่มอำนาจและบทบาทของฝ่ายความมั่นคงในการจัดการกับสถานการณ์ความไม่สงบแล้ว ยังสถาปนา กอ.รมน. ให้กลับมาเป็นองค์กรที่มีอำนาจบทบาทอย่างมาก และพัฒนาไปสู่ความเป็นรัฐซ้อนรัฐในเวลาต่อมา
การวางระบบที่เข้มแข็งและใช้กลไกต่าง ๆ เพื่อกำหนดความเป็นไปของบ้านเมืองให้ได้นั้น ได้ผลในเกือบทุกด้าน ยกเว้นก็แต่การทำลายพรรคการเมืองบางพรรค กับการกำหนดให้พรรคการเมืองใดเป็นรัฐบาล เนื่องจากประชาชนไม่เอาด้วยและแสดงออกในการเลือกตั้งในเวลาต่อมาถึงสองครั้ง จนฝ่ายอำนาจนิยมเห็นว่าการรัฐประหารครั้งนั้นเป็นเรื่อง “เสียของ”
แต่หากมองพัฒนาการทางการเมืองต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ก็จะเห็นว่าการรัฐประหาร 19 กันยา 2549 ไม่ใช่เรื่อง “เสียของ” แต่อย่างใด เพราะได้วางรากฐานสำหรับระบบการปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งได้รับการเสริมสร้างต่อยอดด้วยการรัฐประหารปี 2557 ที่ทำให้ประเทศไทยอยู่ในสภาพไม่เป็นอารยะ ล้าหลังลงไปอีก
19 กันยายน 2569 วันครบรอบ 20 ปีการรัฐประหาร 2549 หากนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในไม่กี่วันมานี้ ก็เป็นที่ประจักษ์ว่าแนวคิด อุดมการณ์ และระบบที่ได้ถูกวางรากฐานจากการรัฐประหารครั้งนั้น ได้ถูกเสริมสร้างให้เข้มแข็งยิ่งกว่ายุคสมัยใด ๆ


