หน้าแรก การเมือง พิสิษฐ์ จี้ ส...

พิสิษฐ์ จี้ สว.สีส้ม เข้ากระบวนการแบบที่ 138 คนไม่ใช่ปากบอกประชาธิปไตย

20.09.26 | 09:25 น.

พิสิษฐ์ จี้ สว.สีส้ม เข้ากระบวนการแบบที่ 138 คนไม่ใช่ปากบอกประชาธิปไตย

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 กันยายน ที่โรงแรมเมอร์เคียว เกาะช้าง ไฮด์อเวย์ อ.เกาะช้าง จ.ตราด นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเวทีฝ่ายค้านที่ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. ไปร่วมงานด้วยและมีการระบุว่า มีการบอกว่าโดนขุด สีน้ำเงินเอาคืน


โดยนายพิสิษฐ์ ได้ยกการประชุมของผู้สมัครวุฒิสภาที่ห้องจูปิเตอร์ อิมแพคอารีน่า เมือทองธานี 1 วันก่อนวันเลือก สว. พร้อมกล่าวว่า ตนขอตั้งข้อสังเกต 5 ข้อ คือ 1.น.ส.พรรณิการ์ วานิช ได้เคยออกมาเปิดเผยว่ามีการเชิญ กกต.เข้าร่วมการประชุมด้วย แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นคนไหน เพราะน.ส.พรรณิการ์ไม่เคยพูดชื่อออกมา และไม่แน่ใจว่าจะได้ยินคำตอบหรือไม่ 2.จากที่นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว.ให้สัมภาษณ์ว่า งานวันนั้นไม่ใช่ไอลอว์จัด ตนก็เอะใจในคำตอบ เพราะนายเทวฤทธิ์บอกว่าได้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์หนึ่งคือ senate67 ซึ่งเป็นโครงการของไอลอว์ จึงมองว่าคำตอบของนายเทวฤทธิ์ย้อนแย้งกันหรือไม่ ซึ่งไม่แน่ใจว่าใครเป็นผู้จัดงานแต่เชื่อว่ามีคนจัดงานแน่นอน

นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า 3.งานดังกล่าว เกี่ยวข้องกับการให้ การรับผลประโยชน์หรือไม่ เพราะการจัดงานที่อิมแพคอารีน่า โดยเฉพาะห้องจูปิเตอร์มีค่าใช้จ่าย ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้ทราบมาว่าออกมาเป็นบิลใบเสร็จใบเดียว ซึ่งคนที่ไปในงานวันนั้นบอกว่ามีกล่องบริจาคและใส่เงินบริจาคเข้าไปจึงเกิดคำถามว่าการตั้งกล่องบริจาคเก็บไปเท่าไหร่เก็บไปมากกว่าหรือเก็บไปน้อยกว่า หากเก็บไปมากกว่าใครได้ประโยชน์ ถ้าเก็บน้อยกว่าแสดงว่ามีคนเติมเข้าไปใช่หรือไม่แต่ไม่มีการชี้แจง

นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า 4.ก่อนที่จะเข้างานวันนั้นจะต้องลงทะเบียนในsenate67 ก่อน ซึ่งในงานมีการตั้งคำถามถึง ประเด็นมาตรา 112 ส่วนตัวจึงมีคำถามเกิดขึ้นในใจว่าทำไมคนที่จะมาเป็นสมาชิกวุฒิสภาต้องถามประเด็นเหล่านี้ด้วย

Advertisement

”ลองเปิดข้อมูลในไอลอว์ได้เลย จะมีบอกเลยว่าใครตอบคำถามใดบ้างและที่สำคัญไปกว่านั้นถ้าบอกว่าเป็นการประชุมแบบเปิดเผยเปิดเผยจริงหรือไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปทำข่าวพอจะประชุมกันนักข่าวเชิญข้างนอกแล้วเก็บมือถือ จึงเกิดคำถามว่าทำไมต้องเก็บมือถือ ถ้าบริสุทธิ์ใจก็แนะนำตัวกันธรรมดา แต่เท่าที่ผมทราบมามีอะไรมากกว่านั้น“ นายพิสิษฐ์ กล่าว

นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า 5.ตนถามไปยังผู้เข้าร่วมงานและไม่มีใครตอบตนได้เกี่ยวกับริสแบนด์ 3 สี สีขาว สีเขียว สีฟ้า ใส่เพื่ออะไร ทำไมต้องมี 3 สีหากบริสุทธิ์ใจจะหมายถึง กลุ่มอาชีพก็ต้องเป็น 20 สี 20กลุ่มอาชีพ แต่ทำไมมีเพียงแค่ 3 สี

“แล้วคุณไปดูสีที่ท่านเทวฤทธิ์ใส่กับสีที่อ.นันทนา ใส่เป็นสีเดียวกันแล้วได้เป็นสมาชิกวุฒิสภา ผมก็อยากรู้ว่าคนที่ใส่สีนี้ ทุกคนได้เป็นหรือไม่แล้วถ้าไม่ได้เป็นคนอื่นที่เป็นสีอื่นได้เป็นหรือไม่ก็ไม่มีใครมาชี้แจง แล้วจะมาบอกว่าผมต้องการเรียกร้องอะไร ผมต้องการเรียกร้องให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกกต.ควรใช้มาตรการเดียวกันกับ ตรวจสอบการฮั้ว สว.ของสมาชิกวุฒิสภา 138 คน ผมขอความเป็นธรรมแค่นั้นเองไม่ได้มีเจตนาที่ให้ทำอะไรนอกเหนือจากนี้ ให้ได้มีระดับการตรวจสอบที่เข้มข้นเดียวกัน” นายพิสิษฐ์กล่าว

เมื่อถามว่า สว.สีส้มไม่ได้ไปให้การกับกกต.สะท้อนอะไรบ้าง นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า สมาชิกวุฒิสภา ที่โดนกล่าวหา 138 คนได้เข้าให้การกับกกต. อยากครบถ้วนและได้ให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ จึงคิดว่าถ้าบริสุทธิ์ใจก็ควรไปให้การทุกอย่างเหมือนกับที่ทางวุฒิสภา 138 คนได้ทำ

เมื่อถามว่า จะเดินหน้าอย่างไรต่อหากอีกฝ่ายยังคงเล่นเกมอยู่แบบนี้ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ประชาธิปไตยของท่าน ที่ท่านพูดท่านไม่ได้พูดอย่างที่ท่านปฏิบัติ ท่านพูดว่าตัวเองเป็นนักประชาธิปไตยแต่เอามวลชนลงทำถนน อย่างนี้เรียกว่าประชาธิปไตยหรือไม่ถ้าเป็นประชาธิปไตยที่พูดจริงก็ต้องใช้กระบวนการ ตามระบบระเบียบตามระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญปี 60 ในเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติอยู่แล้วส่ง 26 คน ไปศาลฎีกานั่นคือมติของกกต. กกต.เป็นองค์กรอิสระที่อย่าลืมว่าทุกคนถูกรับรองมาจากกกต. และรัฐธรรมนูญปี 60 ก็ถูกรับรองจากประชาชน

“คุณต้องเคารพกติกาและ ก็เคารพกฎหมายเป็นสำคัญไม่ใช่ปากบอกประชาธิปไตยแต่พฤติกรรมมันไม่ใช่อย่างนี้ก็ไม่จบสักทีผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่จบในเมื่อกกตยุติแล้ว และขอเรียกร้องไปยังสื่อมวลชนทุกคนให้ทุกฝ่ายตรวจสอบในมาตรฐานเดียวกันกับ ที่ทำกับสมาชิกวุฒิสภา 138 คนให้เป็นมาตรฐานเดียวกันข้อมูลต่างๆ ก็ขอให้เจาะลึกและเผยแพร่ต่อสาธารณชนต่อประชาชนให้ตรงตามความเป็นจริง“ นายพิสิษฐ์ กล่าว