‘เด็กใต้’ เล่าความเจ็บปวดไม่รู้จบ อยากเห็นทุกฝ่าย ‘ล้อมวงกินโรตี ถกสันติภาพ’ ย้ำ รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย ไม่ใช่ ‘One Thailand’ ผลักความเป็นอื่น – ด้าน ‘ศรีไพร’ เล่าชะตากรรมแรงงาน
เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมชั้น 1 คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และแนวร่วม อาทิ เครือข่ายจัดงานรำลึก 6 ตุลาฯ, ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw), เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ, Thumb Rights จัดงาน ’19 กันยา กำแพงเมืองไทย: ตามหาระบอบสีน้ำเงิน’ ถอดรหัสกลไกอำนาจผ่านมุมมองของผู้คนข้ามรุ่น เพื่อทำความเข้าใจ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ซึ่งมีบริบทแตกต่างกันไปตามบริบทและยุคสมัย
บรรยากาศเวลา 16.30 น. มีวงเสวนา ‘สีน้ำเงินในยุคคุณคืออะไร’ โดย นายกฤษฎางค์ นุตจรัส หรือ ทนายด่าง จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, ผศ.ภญ.ธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ (นปช.), นายณัฐชนน ไพโรจน์ จากกลุ่ม Thumb Rights, น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ ดำเนินรายการโดย ธีระภัทร ระดับแก้ว

จากนั้นเวลา 18.00 น. มีการ Video Conference จากอดีตนักกิจกรรมทางการเมือง ที่ลี้ภัยในต่างประเทศด้วยข้อหา ม.112 จากการปราศรัย อาทิ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน, นายภาณุพงศ์ มะณีวงศ์ หรือ ไมค์ระยอง รวมถึง นายเกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ หรือ บิ๊ก แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเวลา 19.00 น. มีการปราศรัย ความรันทดภายใต้ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ในปัจจุบัน โดยตัวแทนจากกลุ่มซึ่งผลักดันในประเด็นต่างๆ ร่วมปราศรัยในหลากหลายหัวข้อ อาทิ นายอิสริยะ ไชยมนตรี ‘ปฏิรูปกองทัพฯ’, นางศรีไพร นนทรีย์ กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง ในหัวข้อ ‘ค่าแรง สิทธิ และการคุ้มครองแรงงาน’, นายมุมิน เจ๊ะแว ‘สันติภาพในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้’ , น.ส.ชัชลาวัณย์ เมืองจันทร์ ‘พ.รบ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ’ และ นายณัชปกร นามเมือง จาก iLaw ในหัวข้อ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วม’

เวลา 19.20 น. นายมุมิน เจ๊ะแว กล่าวในหัวข้อ ’สันติภาพในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้’ ความตอนหนึ่งว่า ในสภาฯ มีการใช้ประเด็นอื่น เพื่อเตะถ่วง ให้วาระที่ไม่ต้องการเข้าสู่สภาฯ แทนที่ควรจะทำเรื่อง ‘การเจรจาสันติภาพ’ กลับไม่ได้ใช้งบประมาณไปกับการพูดคุยสันติภาพ แต่ใช้ไปกับการซื้ออาวุธและรถถัง
” ระบอบสีน้ำเงินเป็นแต่ชื่อ เนื้อในคือการทำให้โครงสร้างละทิ้งคนอื่นไวเข้างหลัง และเอาแต่พวกตัวเองเท่านั้นที่อยู่รอดได้ ซึ่งสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของผม เจอเรื่องเช่นนั้นมาตลอด” นายมุมินกล่าว และว่า
เราควรเอากลุ่มต่างๆ มานั่งล้อมวงกินโรตีกัน เพื่อถกปัญหาสันติภาพ แต่จะว่าไปแล้วก็เพิ่งมีการเอาเรื่องชายแดนใต้ มาเพื่อการเตะถ่วงในชั้นกรรมาธิการ
“เพื่อนของผมกลับบ้านไปแล้วถูกถามว่า กลับมาทำอะไรที่นี่ ถ้าจะอยู่บ้านได้ต้องรับราชการ จะสอบราชการ ก็มีการโกงสอบ จะเปิดร้านชา คาเฟ่ ก็ไม่มีคนกิน นี่ไม่ใช้ความรันทด มันคือความเจ็บปวดที่คงอธิบายได้ไม่จบ ถ้าต้องรออีก ไม่รู้ว่าจะได้เห็นสันติภาพเมื่อไหร่ ต้องไม่มองว่า ชาติพันธุ์ในพื้นที่เป็นสิ่งแปลกปลอม เพราะจริงๆ แล้ว รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย ไม่ใช่การรวมตัวเป็น ‘วันไทยแลนด์’ ดังนั้นเพื่อไปสู่สันติภาพ ต้องทำลายความแตกต่าง ความแตกแยก โดยไม่ทำลายตัวตนของพวกเขา” นายมุมิน กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน นางศรีไพร กล่าวในหัวข้อ ‘ค่าแรง สิทธิ และการคุ้มครองแรงงาน‘ ความตอนหนึ่งถึง รัฐบาลที่นำโดยอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าเมื่อ 10 พ.ค.67 นายอนุทินย้ำว่า ค่าจ่างขั้นต่ำ 400 บาท จะได้ทั่วกันทั้งประเทศ แต่ผลสุดท้ายขึ้นอยู่กับ คณะกรรมการไตรภาคี ซึ่งเสียงในหัวเราคือ คณะกรรมการชุดนี้ทะเลาะกันไม่เลิก เลยกลายเป็นว่า 400 บาท ได้แค่บางจังหวัด เช่น สุราษฎร์ธานี ก็ได้แค่ อ.สมุย เท่านั้น
อีกทั้ง จ.นราธิวาส ปัตตานี ยะลา กลับไม่ได้ ซึ่งเป็นปัญหาอย่างมาก และในเรื่องที่ค่าจ้างต่ำนี้ ตนเคยเจอบุคคลในพรรคเพื่อไทยเคยพูดไว้ว่า ถ้ารัฐบาลเพื่อไทยอยู่จนครบ จะได้ 1,000 บาท แต่อยู่ไปอยู่มา รัฐประหารก็มาอีกแล้ว
“ค่าจ้างไม่ใช่เรื่องตัวเลข เพราะพอเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ เจอรัฐบาลห่วยๆ น้ำมันราคาสูงขึ้น พิษเศรษฐกิจ เกิดโรคภัยไข้เจ็บ คนตกงานจำนวนมาก จากที่ต้องทำไม่เกิน 48 ชม./สัปดาห์ ปรากฏว่าไม่ใช่ คนในโรงงานทำไม่ต่ำกว่า 12 ชม. ทำโอที บางคนควง 2 กะ 3 กะก็มี” นางศรีไพร ระบุ
นางศรีไพรเผยว่า จากที่เคยพูดคุย บางคนไม่อยากมีชีวิตต่อ หลังจากนั้นไม่นานเราเห็นข่าว ‘ไรเดอร์ กระโดดสะพานพระราม 7’ จะมีเหตุการณ์แบบนีี้เกิดขึ้นเรื่อยๆ จากการที่ไม่มีระบบคุ้มครองแรงงานนอกระบบ
สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลชุดนี้พยายามบอก คือกู้เงิน 4,000 กว่าล้าน เพื่อจะมาทำให้เกิดการจ้างงาน แต่สุดท้ายไปสร้างสะพาน เงินเข้ากระเป๋าใคร ให้ไปดู ธุรกิจรับเหมาที่นั่น


