หน้าแรก การเมือง ‘สมชัย’ ไล่ไท...

‘สมชัย’ ไล่ไทม์ไลน์ ‘เอกราช’ ให้การคดีฮั้วสว.ก่อนถูกขับ ภท. ข้องใจเหตุใดถูกตัดความน่าเชื่อถือ

21.09.26 | 11:14 น.

‘สมชัย’ ไล่ไทม์ไลน์ ‘เอกราช’ ให้การคดีฮั้วสว.ก่อนถูกขับ ภท. ข้องใจเหตุใดถูกตัดความน่าเชื่อถือ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเพจ “ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร” วิเคราะห์กรณีหนังสือกลับคำให้การของนายเอกราช ช่างเหลา โดยระบุว่า เอกสารดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์หลายแห่งพร้อมกันในช่วงบ่ายวันที่ 11 กันยายน 2569 ก่อนวันที่ กกต.แถลงผลวินิจฉัยคดีฮั้ว สว. ในวันที่ 14 กันยายน เป็นเวลา 3 วัน


นายสมชัยตั้งข้อสังเกตถึงที่มาของเอกสารว่า ผู้เผยแพร่น่าจะเป็นเจ้าของหนังสือ เนื่องจากเอกสารมีตราประทับ “สำเนาคู่ฉบับ” ซึ่งตามขั้นตอนเมื่อส่งเอกสารถึงหน่วยงานราชการแล้ว จะมีสำเนาคู่ฉบับส่งคืนแก่ผู้ยื่น อย่างไรก็ตาม นายสมชัยระบุว่า ยังไม่ควรตัดความเป็นไปได้ว่าเอกสารอาจถูกเผยแพร่จาก กกต.เอง โดยตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการประทับตรา “สำเนาคู่ฉบับ” เพื่อเบี่ยงเบนแหล่งที่มาของเอกสาร

สำหรับเนื้อหาในหนังสือ นายสมชัยระบุว่า มีการอ้างถึงเลขสอบสวนที่ 151/2568 ซึ่งมีบันทึกถ้อยคำลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 และคดีพิเศษที่ 24/2568 ซึ่งมีบันทึกคำให้การลงวันที่ 9 เมษายน 2568 จึงคาดว่า นายเอกราชเคยให้การก่อนหน้านี้อย่างน้อย 2 ครั้ง

นายสมชัยเรียงลำดับเหตุการณ์ว่า วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 นายเอกราชให้การต่อ กกต.ครั้งที่ 1 และวันที่ 9 เมษายน 2568 ให้การครั้งที่ 2 ต่อมา วันที่ 17 เมษายน 2568 ศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำพิพากษาจำคุกนายเอกราช เป็นเวลา 5 ปี 93 เดือน และให้ชดใช้เงินแก่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นให้ครบจำนวน 405 ล้านบาท ก่อนที่วันที่ 18 เมษายน 2568 นายเอกราชจะถูกขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย

Advertisement

จากนั้น วันที่ 2 ตุลาคม 2568 สำนักงาน กกต.มีหนังสือเชิญนายเอกราชไปให้ถ้อยคำเพิ่มเติม โดยนัดหมายให้เข้าให้ปากคำด้วยตนเองวันที่ 17 ตุลาคม 2568 และวันที่ 29 ตุลาคม 2568 นายเอกราชได้ทำถ้อยคำเป็นหนังสือส่งถึงประธาน กกต. ซึ่งมีเลขรับลงวันที่ 30 ตุลาคม 2568 เวลา 13.30 น.

นายสมชัยตั้งข้อสังเกตว่า ประเด็นสำคัญอยู่ที่คำให้การ 2 ครั้งแรกเกิดขึ้นก่อนนายเอกราชถูกขับออกจากพรรคภูมิใจไทย แต่ในรายงานการประชุมหลายครั้งของคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ฝ่ายเลขานุการอนุกรรมการฯ ได้รายงานความเห็นเกี่ยวกับพยานรหัส 16/26 ซึ่งคือนายเอกราช ในทำนองว่า เป็นอดีต ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และเมื่อถูกขับออกจากพรรคจึงมาให้การเป็นปฏิปักษ์กับพรรค ก่อนภายหลังจะมีหนังสือกลับคำให้การ ทำให้มีข้อพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือของพยานรายนี้

นายสมชัยจึงตั้งคำถามว่า เมื่อไทม์ไลน์ปรากฏว่าการให้การสองครั้งเกิดขึ้นก่อนนายเอกราชถูกขับออกจากพรรค การรายงานข้อมูลดังกล่าวต่อคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 จะเข้าข่ายเป็นการให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ จนนำไปสู่การวินิจฉัยที่ตัดคำให้การทั้งหมดของนายเอกราชซึ่งเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่