‘ณัฐพงษ์’ บอก แพ้เลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี เหตุประชาชนออกมาใช้สิทธิน้อย ขณะที่ ‘พิจารณ์’ ยันคะแนนนิยมพรรคยังไม่ลด หากเทียบเลือกตั้งครั้งก่อน รับ ปชช.คิดไม่เหมือนกัน เลือกตั้งใหญ่ชนะยกจังหวัด เพราะอยากเปลี่ยน ‘รัฐบาล’
เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 21 กันยายน ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงผลเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี ที่พรรคประชาชนแพ้ แม้จะชนะได้ ส.ส.ทั้ง 8 เขต สะท้อนอะไรบ้างว่า ถ้าดูสัดส่วนคะแนนหรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ช่องว่างคะแนนลดลง พวกเราในฐานะพรรคการเมือง ผลการเลือกตั้งเป็นแบบไหนเราก็ต้องยอมรับแบบนั้น หากฟังการแถลงของนายเดชรัต สุขกำเนิด เป็นช่วงเวลาหาเสียงที่สนุก ตัวนายเดชรัต ตน และทีมงาน ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากการหาสิ่งที่ผ่านมา
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า หากสังเกตเวลาไปปราศรัยย่อยพบประชาชนก็จะมีการนำเสนอนโยบายเพิ่มจาก 20 นโยบายที่ใช้ในการหาเสียง สาระสำคัญ ตน และพรรคประชาชนมาทำงานการเมืองเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง สื่อสารวิธีคิดชุดนโยบายที่ต้องการนำเสนอต่อประชาชน ผลที่ออกมาแม้จะน้อมรับ แต่ตรงกันข้าม ถ้าไม่ส่งผู้สมัครเราจะเสียใจมากกว่านี้ เหตุผลที่ส่งลงสนามเพื่อวัตถุประสงค์ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

เมื่อถามว่า ผลคะแนนการเลือกตั้งครั้งนี้เพิ่มขึ้น หรือลดลงจากครั้งก่อน นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับคนที่ออกมาใช้สิทธิ ช่องว่างถือว่าน้อยลง ส่วนเป็นเพราะมีผู้สมัครจำนวนมากทำให้คะแนนกระจายหรือไม่ ตนไม่อยากบอกว่าเป็นปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง มันคงมีหลายปัจจัย แต่ตัวเลขที่เห็นได้ชัดคือคนออกมาใช้สิทธิน้อยลงจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด และความจริงเป็นหน้าที่ของทุกพรรคการเมือง และผู้สมัครที่จะช่วยกันรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิให้มากที่สุด
เมื่อถามว่า พรรคประชาชนจะทำอย่างไรกับผลการเลือกตั้ง เพราะล่าสุดการเลือกตั้งนายก อบจ.ราชบุรี ที่ตั้งเป้าว่าจะได้เก้าอี้ แต่ก็แพ้ รวมถึงครั้งล่าสุดด้วย ขณะที่ ส.ส.ได้ยกจังหวัด แต่การเลือกตั้งท้องถิ่นแพ้จะแก้ไขอย่างไร นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค กล่าวว่า หากดูการเลือกตั้งแต่ปี 2566 ในรอบพรรคก้าวไกล ต่อเนื่องมาจนถึงการเลือกตั้ง และ จ.นนทบุรี ปี 2568 และการเลือกตั้งใหญ่ ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2569 ถ้าดูสัดส่วนคะแนนดิบ พรรคได้รับ 4 การเลือกตั้งที่ผ่านมา ความนิยมของพรรคไม่ได้ลดลง และสัดส่วนกลับเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ
นายพิจารณ์กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นการเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี ต้องยอมว่าผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยหากเทียบการเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี เมื่อปี 2568 คนใช้สิทธิ 41% แต่เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา 35% ตัวเลขลดลงน่าตกใจมาก ซึ่งประชาชนอาจจะไม่ได้รับรู้ว่ามีการเลือกตั้ง

นายพิจารณ์กล่าวด้วยว่า ส่วนวิธีคิดในการเลือกตั้งใหญ่ และการเลือกตั้งท้องถิ่น อาจมีวิธีคิดที่แตกต่างกัน เลือกตั้งใหญ่ ประชาชนรู้สึกอยากเปลี่ยนรัฐบาล อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ก็ออกมาใช้สิทธิค่อนข้างมาก ขณะที่การเลือกตั้งท้องถิ่น อาจจะไม่ทราบว่ามีการเลือกตั้ง รวมถึงรู้สึกว่าการเลือกตั้งระดับ อบจ.มีผลต่อชีวิตประจำวันอย่างไร อยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงมากเท่าระดับชาติหรือไม่ จึงทำให้คนออกมาใช้สิทธิน้อยตาม
นายพิจารณ์กล่าวว่า หากถามถึงความนิยมของพรรค ต้องบอกอย่างตรงไปตรงมาว่าในเชิงสถิติไม่ได้ลดลง แต่โจทย์คือจะทำอย่างไรให้ประชาชนรู้ว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นมีผลต่อการใช้ชีวิตของเขา ทุกวันที่เดินหาเสียงตลอด 31 วัน แม้กระทั่งวันสุดท้ายยังพบว่ามีประชาชนที่สนับสนุนพรรค แต่เพิ่งจะทราบว่าจะมีการเลือกตั้งนายก อบจ. ตรงนี้เป็นโจทย์ใหญ่ในการสื่อสาร ซึ่งก็มีการสื่อสารหลายรูปแบบกับประชาชน อาจจะทำให้ประชาชนเข้าไม่ถึง ไม่ทราบว่าจะมีการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่า ตัวบุคคลมีผลต่อการเลือกตั้งหรือไม่ เพราะนายเดชรัตถือเป็นผู้สมัครคนใหม่ แต่หากใช้ผู้สมัครคนเดิมประชาชนจะจำได้ เพราะเคยเป็นผู้สมัคร นายพิจารณ์กล่าวว่า การคัดสรรตัวบุคคลรอบนี้ พรรคพยายามเลือกเฟ้นคนที่มีความพร้อมครบทุกด้าน และนายเดชรัตเป็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในนนทบุรีมาโดยตลอด เป็นมันสมอง เป็นกระดูกสันหลังหลักในการคิดนโยบายของพรรคมาโดยตลอด จึงเชื่อว่าเป็นหนึ่งในหลายคนที่มีความพร้อมในการลงเลือกตั้งครั้งนี้ ยืนยันว่าบุคคลที่เราคัดสรรมาดีที่สุดสำหรับประชาชน แต่โจทย์คือจะทำอย่างไรในการเลือกตั้งครั้งต่อไป โดยเฉพาะการเลือกตั้งท้องถิ่น ในเรื่องของเวลาเพื่อให้ประชาชนรับรู้

