‘ส.ว.พรชัย’ เสนอผ่าโครงสร้าง กกต. แยกอำนาจจัดเลือกตั้ง-ตรวจสอบ หวั่นเกิดข้อกังขาความขัดกันของบทบาท พร้อมเรียกร้องเร่งแก้รัฐธรรมนูญ
เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม พิจารณารับทราบรายงานการพิจารณา เรื่อง รายงานการศึกษาและข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนากระบวนการเลือกตั้งของไทยอย่างเสรีและเป็นธรรม ของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่พิจารณาเสร็จแล้ว
เวลา 10.50 น. นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ ส.ว. อภิปรายรายงานของ กมธ.พัฒนาการเมืองฯว่า ตนเห็นว่ารายงานฉบับนี้ละเอียดดีมาก แต่เมื่อเรามองโครงสร้างของ กกต.ในปัจจุบันเราจะพบปัญหาพื้นฐานคือ กกต.เป็นทั้งผู้จัดการเลือกตั้ง และในขณะเดียวกันก็มีอำนาจสืบสวน ไต่สวน วินิจฉัย รวมทั้งสั่งนับคะแนนใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่เมื่อเห็นว่าการเลือกตั้งมีปัญหา ซึ่งนี่ไม่ใช่ข้อกล่าวหา แต่เป็นโครงสร้างอำนาจของ กกต. ตามกฎหมายปัจจุบัน เหมือนเราให้องค์กรเดียวเป็นทั้งผู้ปฏิบัติการ ตำรวจ และอัยการ ต่อให้คนทำงานสุจริตเพียงใด โครงสร้างลักษณะนี้ก็ย่อมทำให้เกิดคำถามเรื่องความขัดกันของบทบาท และหน้าที่ความรับผิดชอบ รายงานฉบับดังกล่าวมองเห็นปัญหาเดียวกันโดยเสนอชัดว่าให้แยกอำนาจการจัดการเลือกตั้งออกจากการตรวจสอบการเลือกตั้งเพื่อป้องกันการตรวจสอบการทำงานของตัวเอง

นายพรชัยกล่าวว่า การเลือก ส.ว.ปี 67 ทำให้เห็นความจำเป็นที่จะต้องทบทวนระบบ ล่าสุด กกต.พิจารณาสำนวนที่มีผู้ถูกร้อง 427 ราย และมีมติเมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา ให้ยื่นคำร้องต่อศาลและดำเนินคดีอาญาจำนวน 77 ราย โดยในจำนวนนี้เป็น ส.ว. 26 ราย ซึ่งตนขอย้ำว่าการส่งดำเนินคดียังไม่ใช่คำพิพากษาว่าบุคคลเหล่านั้นมีความผิด แต่สิ่งที่เราควรต้องถามคือถ้ากระบวนการหนึ่งนำไปสู่ข้อร้องเรียน การสอบสวน และข้อกังขาจำนวนมากขนาดนี้ เราจะปรับเพียงรายละเอียดปลีกย่อย หรือเราควรจะกลับไปตรวจสถาปัตยกรรมของระบบตั้งแต่ต้น
นายพรชัยกล่าวว่า ขอเสนอว่าเราควรชำแหละโครงสร้าง กกต.และประกอบใหม่ คือแยกอำนาจที่ถูกรวมกันแล้วออกแบบใหม่ว่าอำนาจใดควรจะอยู่กับใคร คนจัดเกมไม่ควรเป็นคนเดียวกับคนที่ตัดสินเกมของตัวเอง นอกจากนี้ เรื่องสำคัญที่สุดคือ กกต.มีเพียง 7 คน มีอำนาจตามกฎหมายอย่างสูงต่อกระบวนการทางการเมือง ทั้งอำนาจทางสืบสวน ไต่สวน สั่งนับใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่ ยิ่งอำนาจมากความรับผิดชอบต่อประชาชนก็ต้องมากตามไปด้วย โดยรายงานฉบับนี้เสนอให้ฟื้นกลไกประชาชน 5 หมื่นคน เข้าชื่อเพื่อเริ่มกระบวนการถอดถอนองค์กรอิสระ ซึ่งตนคิดว่าหลักการนี้สำคัญมาก
“ขอเรียกร้องให้รัฐสภา รัฐบาล ช่วยเคารพ 21.6 ล้านเสียง ของประชาชนที่เห็นชอบให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยเร็ว และแก้ไขรายมาตราควบคู่ไป โดยเฉพาะมาตราเรื่องการเลือก ส.ว. และบทบาทของ กกต.” นายพรชัยกล่าว

