หน้าแรก การเมือง ยศชนัน ชูวิสั...

ยศชนัน ชูวิสัยทัศน์ ป.ย.ป. ทะลวง 4 แรงเสียดทานประเทศ ดันกรอบทำงาน 5S ยกระดับสู่รบ.มุ่งผลลัพธ์

21.09.26 | 15:31 น.

‘ยศชนัน’ ชูวิสัยทัศน์ ป.ย.ป. ในฐานะ System Integrator ทะลวง 4 แรงเสียดทานประเทศ ดันกรอบทำงาน 5S ยกระดับสู่รัฐบาลที่มุ่งผลลัพธ์ พร้อมสถาปนา ‘ความทรงจำแห่งการปฏิรูป’ ข้ามวาระรัฐบาล

เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่ รร.พูลแมนเพาเวอร์กรุงเทพฯ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) กล่าวปาฐกถาพิเศษและมอบนโยบายหัวข้อ Thailand Regulatory Reform Forum 2026: From rules to results ปลดล็อกกติกา สร้างผลลัพธ์ ยกระดับประเทศไทย


นายยศชนัน กล่าวว่า ประเทศไทยในปัจจุบันเปรียบเสมือน “รถสปอร์ต” ที่มีสมรรถนะสูง แต่กลับต้องมาจอดติดแหง็กอยู่ในสภาพการจราจรที่ติดขัดของกรุงเทพมหานคร ทำให้ไม่สามารถดึงศักยภาพที่แท้จริงออกมาใช้ได้เต็มที่ ท่านเน้นย้ำว่าประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนคนเก่งหรือเทคโนโลยี หากขาดก็สามารถใช้แนวทางการทูตเชิงวิทยาศาสตร์เพื่อดึงดูดเข้ามาได้ และไม่ได้ขาดแคลนเม็ดเงินลงทุน แต่สิ่งที่นักลงทุนและนักนวัตกรรมระดับโลกมองหาคือ “ที่ไหนที่ไปได้เร็วที่สุด” ประเทศไทยจึงต้องเร่งสร้างสิ่งที่เรียกว่า ความเร็วเชิงสถาบัน (Institutional Speed) เพื่อให้ประเทศขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วและแข่งขันได้ในเวทีโลก

นายยศชนัน กล่าวต่อว่า ศัตรูตัวฉกาจที่ทำให้การบริหารราชการแผ่นดินล่าช้าคือแรงเสียดทาน หรือข้อจำกัดเชิงระบบในขั้นตอนการทำงาน ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 มิติหลัก ได้แก่ 1. Regulatory Friction: กฎระเบียบที่ทับซ้อนและล้าหลัง ซึ่งต้องได้รับการสะสาง (Regulatory Guillotine) 2. Process Friction: กระบวนการทำงานที่ล่าช้าและมีขั้นตอนมากเกินความจำเป็น 3. Organizational Friction: การทำงานแบบแยกส่วน ขาดเจ้าภาพหลักในการบูรณาการ โดยเฉพาะโครงการข้ามกระทรวง 4. Data Friction: ปัญหาการไม่แบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ซึ่งเป็นคอขวดสำคัญในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) และวิทยาศาสตร์ข้อมูล

Advertisement

นายยศชนัน กล่าวว่า หากรัฐบาลสามารถจัดการกับแรงเสียดทานทั้ง 4 ด้านนี้ได้ จะส่งผลให้ Innovation Friction ลดลง เปิดทางให้ประเทศสามารถสร้างนวัตกรรมของตนเองได้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมยา หรือเทคโนโลยีขั้นสูง วิสัยทัศน์ต่อมาคือการเปลี่ยนผ่านจากการบริหารราชการที่ยึดติดกับกฎระเบียบไปสู่การบริหารที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ โดยต้องปรับวิธีการทำงานเป็นรูปแบบ Agenda-based หรือ Project-based มากขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการทดสอบทางคลินิก ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ทั้ง อว. สาธารณสุข พาณิชย์ คลัง และ BOI การทำงานแบบเดิมที่ต่างคนต่างทำจะทำให้เกิดความล่าช้า (เช่น ไทยใช้เวลาอนุมัติ 1-3 เดือน ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านใช้เวลาเพียง 3 สัปดาห์) ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีกฎระเบียบที่ชาญฉลาด (Smart Regulation / Better Regulation) ที่ไม่ได้แปลว่าต้องยกเลิกกฎหมายทั้งหมดเพื่อความรวดเร็ว แต่คือการใช้กฎหมายให้คล่องตัว ปลอดภัย และเอื้อให้เกิดผลลัพธ์จริง

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า ขอเสนอแนวทางการทำงานผ่านกระบวนการ 5S ที่เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง ประกอบด้วย Scan : การสแกนปัญหาและค้นหาคอขวดทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างครอบคลุม เพื่อเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และเทคโนโลยี Simplify : การลดทอนความยุ่งยากของขั้นตอน ตัดสิ่งที่ทับซ้อนออกไป Sandbox : การสร้างพื้นที่ทดลองนำร่อง ซึ่งไม่ใช่แค่การผ่อนปรนกฎเกณฑ์ให้ง่ายขึ้น แต่เป็นการทดลองในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ เพื่อให้แน่ใจว่าระบบมีความรัดกุม ปลอดภัย และได้มาตรฐานสากล ก่อนนำไปใช้งานจริง Scale : เมื่อทดลองใน Sandbox สำเร็จและได้ผลลัพธ์ที่ดี ต้องเร่งขยายผลการบังคับใช้ให้ครอบคลุมระดับประเทศ Sustain : การสร้างความยั่งยืน โดยเฉพาะการที่ภาครัฐต้องเป็นผู้สนับสนุนและใช้งานนวัตกรรมนั้นๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและสามารถส่งออกสู่ตลาดโลกได้

นายยศชนัน กล่าวว่า ยกตัวอย่างปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจใหม่ เช่น การผลักดันงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยสู่ตลาด หรือ Deeptech Startup ซึ่งมักติดหล่มระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง และความกลัวต่อการถูกตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐ ทำให้มหาวิทยาลัยไม่กล้าลงทุนในนวัตกรรมของตนเอง ทั้งที่หากมหาวิทยาลัยสามารถตั้ง Holding Company และลงทุนใน Startup จนเติบโตเป็นยูนิคอร์นได้ ผลตอบแทนที่กลับมาอาจมากพอที่จะช่วยอุดหนุนค่าเทอมให้นักศึกษาเรียนฟรีได้ด้วยซ้ำ การปลดล็อกกติกาเหล่านี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวก แต่คือการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจมหาศาล

“กฎหมายไม่ใช่จำเลย แต่กระบวนการต่างหากที่เราต้องทำให้เร็ว ป.ย.ป.ต้องยืนหยัดเป็นความทรงจำให้คนไทย เป็นหน่วยงานกลางที่สร้างความต่อเนื่องของการปฏิรูป แม้รัฐบาลจะเปลี่ยนวาระไป แต่ระเบียบวาระการแก้ไขปัญหาของประเทศต้องถูกสานต่อจนสำเร็จ” นายยศชนัน กล่าวพร้อมเสนอให้เปิดกว้างนำเทคโนโลยี (LawTech / AI) จากภาคเอกชนมาช่วยลดภาระขั้นตอนของรัฐ เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้อย่างแท้จริง