หน้าแรก การเมือง เครือข่าวนักป...

เครือข่าวนักปกป้องสิทธิ ประกาศชัยชนะก้าวแรก ต่อสู้เรื่องเขื่อนปากมูล ยุติการปักหลักหน้าก.พลังงาน 

21.09.26 | 17:32 น.

ชัยชนะก้าวแรก ผู้รับผลกระทบเขื่อนปากมูล ได้ร่วมสังเกตที่ประชุมตั้งกก.ระดับพื้นที่ ยุติการปักหลักหน้ากระทรวงพลังงาน ตรียมขับเคลื่อนต่อระดับจังหวัด

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ขบวนเคลื่อนไหวผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย รายงานสถานการณ์การชุมนุมวันที่ 5 ของ ผู้ได้รับผลกระทบจากเขื่อนปากมูลคณะกรรมการเพื่อฟื้นฟูชีวิตและชุมชนลุ่มน้ำมูล หรือ ช.ช.ช. สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูลที่หน้ากระทรวงพลังงาน โดยวันนี้ (21 กันยายน 2569) เครือข่ายฯได้บรรลุข้อเรียกร้องพร้อมอ่านแถลงการณ์ประกาศชัยชนะก้าวแรกหลังผู้แทน 2 คนได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมสังเกตการณ์ และที่ประชุมเห็นชอบให้ตั้งคณะอนุกรรมการระดับพื้นที่ซึ่งต้องมีตัวแทนจากผู้ได้รับผลกระทบ 1,632 ครอบครัวร่วมอยู่ด้วย ก่อนที่ทั้งหมดจะเก็บเต็นท์ยุติการปักหลักหน้ากระทรวงพลังงาน และเตรียมเดินหน้าต่อในระดับจังหวัดเพราะการรับรองรายชื่อทั้ง 1,632 ครอบครัวและผลการศึกษาผลกระทบจากเขื่อนปากมูลยังไม่แล้วเสร็จ


ทั้งนี้ ก่อนเริ่มการประชุม ช.ช.ช. ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ ขอให้ผู้แทนของผู้ได้รับผลกระทบอย่างน้อย 3 คน ได้แก่ นางสมปอง เวียงจันทร์ นายบัวลี โพธิวงศ์ และนางพวงพยอม ขันใหญ่ เข้าร่วมประชุมในฐานะผู้สังเกตการณ์

ข้อเรียกร้องดังกล่าวสืบเนื่องจากมติของคณะอนุกรรมการรวบรวมข้อมูล หลักฐาน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และกำหนดหลักเกณฑ์ผู้ประกอบอาชีพกลุ่มประมงที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนปากมูล เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ซึ่งรับรองรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบจำนวน 1,632 ครอบครัวอย่างเป็นทางการ

Advertisement

ผู้ได้รับผลกระทบแสดงความกังวลว่า องค์ประกอบของคณะกรรมการชุดปัจจุบันอาจไม่มีผู้แทนที่ครอบคลุมทั้ง 1,632 ครอบครัว และการประชุมอาจไม่สะท้อนข้อเท็จจริง ความต้องการ และเสียงของผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด จึงเรียกร้องให้ผู้แทนที่ผู้ได้รับผลกระทบให้การยอมรับเข้าร่วมสังเกตการณ์ เพื่อรับฟังข้อมูลและนำผลการประชุมกลับไปสื่อสารกับผู้ได้รับผลกระทบ

ก่อนเริ่มการประชุม เจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงานได้ลงมาเจรจากับผู้ชุมนุมและแจ้งว่า ไม่สามารถอนุญาตให้ผู้แทนของผู้ได้รับผลกระทบเข้าร่วมสังเกตการณ์ได้ เนื่องจากมีรายชื่อของนายศักดิ์สิทธิ์ สอดสะอาด เป็นตัวแทนอยู่ในคณะกรรมการแล้ว และตามคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ นายศักดิ์สิทธิ์ไม่ยินยอมให้ผู้แทนของกลุ่มดังกล่าวเข้าร่วม

คำชี้แจงดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ชุมนุม ซึ่งตั้งคำถามว่า การอนุญาตให้ผู้สังเกตการณ์เข้าร่วมประชุมควรเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในฐานะประธานคณะกรรมการ หรือเป็นมติของคณะกรรมการ มิใช่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของบุคคลเพียงคนเดียว

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งต่อผู้ชุมนุมว่า ไม่สามารถอนุญาตให้เข้าไปภายในอาคารได้ เนื่องจากกระทรวงพลังงานเช่าพื้นที่จากเอกชนและต้องได้รับอนุญาตก่อน

นายบัวลี โพธิวงศ์ ตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบ ยืนยันว่า ผู้ได้รับผลกระทบเดินทางมาที่กระทรวงพลังงานเพื่อสนับสนุนให้การประชุมเกิดขึ้นและดำเนินต่อไป ไม่ได้มาเพื่อขัดขวางหรือล้มการประชุมตามที่เคยถูกกล่าวหา

เรามาเพื่อสนับสนุนให้มีการประชุมอย่างต่อเนื่อง แต่ในการประชุมนั้นต้องมีตัวแทนของผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงเข้าไปนั่งฟัง คนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องและไม่ได้อยู่ในรายชื่อ 1,632 ครอบครัว ทำไมจึงมีอำนาจตัดสินใจแทนผู้ได้รับผลกระทบ”

นายบัวลีกล่าวว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ระดับผู้อำนวยการกองและผู้ตรวจราชการได้ลงมาพูดคุยและแจ้งว่าจะอนุญาตให้ผู้แทนของผู้ได้รับผลกระทบ 2 คนเข้าร่วมสังเกตการณ์ ต่อมาผู้ได้รับผลกระทบได้ขอเพิ่มเป็น 4 คน โดยยืนยันว่าจะไม่สร้างความวุ่นวาย ไม่แสดงความคิดเห็น และไม่ร่วมลงมติ แต่ภายหลังกลับได้รับแจ้งว่าไม่สามารถเข้าร่วมได้แม้แต่คนเดียว

นายบัวลียังตั้งคำถามต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานว่า การแก้ไขปัญหาครั้งนี้จะยึดการตัดสินใจของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือยึดสิทธิและความเดือดร้อนของผู้ได้รับผลกระทบทั้ง 1,632 ครอบครัวเป็นสำคัญ
เขายืนยันว่า การมีผู้แทนของผู้ได้รับผลกระทบเข้าร่วมสังเกตการณ์เป็นหลักประกันสำคัญว่า ข้อมูลและข้อเสนอของผู้ได้รับผลกระทบจะไม่ถูกนำเสนออย่างคลาดเคลื่อน พร้อมระบุว่า หากไม่มีผู้แทนเข้าร่วม ผู้ที่ปักหลักอยู่หน้ากระทรวงจะร่วมกันตัดสินใจเกี่ยวกับแนวทางการเคลื่อนไหวต่อไป

ภายหลังผู้ได้รับผลกระทบยืนยันข้อเรียกร้องและเจรจากับเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง กระทรวงพลังงานได้เชิญนางสมปอง เวียงจันทร์ และนายบัวลี โพธิวงศ์ เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุม ขณะที่ผู้ได้รับผลกระทบคนอื่นยังคงปักหลักรอฟังผลอยู่ด้านหน้ากระทรวง โดยมีการขับร้องเพลงและหมอลำที่สะท้อนปัญหาและประวัติศาสตร์การต่อสู้ของคนลุ่มน้ำมูลเป็นระยะ

การเข้าร่วมสังเกตการณ์ของนางสมปอง เวียงจันทร์ ยังสะท้อนความสำคัญของการรับรองบทบาทของผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงผู้ได้รับผลกระทบ แต่เป็นผู้จัดตั้งชุมชน นำการเคลื่อนไหวและการเจรจา ดูแลผู้คนและความสัมพันธ์ภายในชุมชน ตลอดจนรักษาความทรงจำและความต่อเนื่องของการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมของคนลุ่มน้ำมูลมาอย่างยาวนาน

ในขณะที่ขบวนเคลื่อนไหวผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนประเทศไทย รายงานว่ายังคงติดตามสถานการณ์และกระบวนการประชุม โดยยืนยันว่า ตามหลักสิทธิมนุษยชนสากลและหลักการของสหประชาชาติ ผู้ได้รับผลกระทบทุกคนมีสิทธิเข้าถึงกระบวนการเยียวยาที่เพียงพอ มีประสิทธิผล รวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม รวมถึงสิทธิในการเข้าถึงข้อมูล กำหนดผู้แทนของตนเอง และมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายในกระบวนการที่กำหนดสิทธิ การเยียวยา และอนาคตของตน โดยต้องรับรองเสียงและอำนาจร่วมรวมการตัดสินใจของผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง

ความแตกต่างทางความคิดเห็น การสังกัดกลุ่ม หรือข้อพิพาทเรื่องสถานะสมาชิกภายในองค์กร ต้องไม่ถูกนำมาใช้เป็นเหตุในการกีดกันผู้ได้รับผลกระทบออกจากกระบวนการพิจารณา การตัดสินใจ หรือการเข้าถึงการเยียวยา

ภายหลังการประชุม นายไพรัช เพชรล้ำ ผู้อำนวยการกองตรวจราชการ กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้พิจารณา 3 ประเด็น ได้แก่ การรับรองรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบจากเขื่อนปากมูลของสมัชชาคนจนจำนวน 1,632 ครอบครัว การรับรองผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบจากเขื่อนปากมูล และการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการระดับจังหวัด

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมมีมติรับรองเพียงประเด็นเดียว คือ การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการระดับพื้นที่ โดยนายไพรัชยืนยันว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้กำชับให้มีผู้แทนของผู้ได้รับผลกระทบทั้ง 1,632 ครอบครัวเข้าร่วมเป็นคณะอนุกรรมการระดับจังหวัด เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบมีส่วนร่วมในกระบวนการแก้ไขปัญหาโดยตรง

สำหรับการรับรองรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบจำนวน 1,632 ครอบครัว นายไพรัชระบุว่า กระบวนการตรวจสอบยังมีประเด็นที่ต้องแก้ไข จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปดำเนินการและนำเสนอต่อที่ประชุมอีกครั้ง พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีการตัดรายชื่อทั้ง 1,632 ครอบครัวออกจากกระบวนการพิจารณา

ส่วนผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเขื่อนปากมูล ที่ประชุมยังไม่ได้ให้การรับรอง เนื่องจากยังต้องพิจารณาว่าจะมอบหมายให้หน่วยงานใดรับผิดชอบดำเนินการต่อ และข้อมูลจากงานศึกษายังมีข้อค้นพบสองด้าน ทั้งส่วนที่ระบุว่าความเสียหายเกิดจากเขื่อนปากมูลและส่วนที่เห็นว่าไม่ได้เกิดจากเขื่อน จึงต้องมีการพิจารณาข้อมูลและข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

ผลการประชุมครั้งนี้จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการ โดยยังไม่มีมติรับรองรายชื่อ 1,632 ครอบครัวและผลการศึกษาวิจัยอย่างเป็นทางการ ผู้ได้รับผลกระทบจึงยังต้องติดตามว่าการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการระดับพื้นที่จะเกิดขึ้นเมื่อใด มีองค์ประกอบอย่างไร และจะรับรองการมีส่วนร่วมของผู้แทนที่ผู้ได้รับผลกระทบให้การยอมรับอย่างแท้จริงหรือไม่

การยุติการปักหลักครั้งนี้จึงไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการต่อสู้ แต่เป็นการเปลี่ยนพื้นที่การขับเคลื่อนจากหน้ากระทรวงพลังงานกลับไปสู่ระดับจังหวัด เพื่อทำให้ข้อตกลงจากการประชุมเกิดผลในทางปฏิบัติ ทั้งการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการที่ผู้ได้รับผลกระทบมีอำนาจร่วมอย่างแท้จริง การรักษารายชื่อทั้ง 1,632 ครอบครัว และการกำหนดกรอบเวลาสำหรับการรับรองสิทธิและการเยียวยาที่ตรวจสอบได้

ต่อมากลุ่มได้อ่านแถลงการณ์ระบุว่า แถลงการณ์สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล ฉบับที่ ๓ เรื่อง ข้อสรุปและท่าทีของสมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูลหลังเข้าสังเกตการณ์การประชุมของคณะกรรมการการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล ของสมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล

ตามที่พี่น้องผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนปากมูล ในนาม “สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล” ได้ติดตามและเรียกร้องการแก้ไขปัญหามายาวนานกว่า ๓๖ ปี กระทั่งได้มีความก้าวหน้าสำคัญ และเกิดข้อตกลงร่วมกันในการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน กรณีปัญหาเขื่อนปากมูล ในวันนี้ (๒๑ กันยายน ๒๕๖๙) นั้น

สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล ขอแสดงความขอบคุณเป็นอย่างสูงต่อนายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล ของสมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล ตลอดจนคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน เจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องจากทุกฝ่ายทุกองค์กร ที่ได้แสดงความจริงใจในการรับฟังปัญหาของพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนปากมูล จนสามารถร่วมกันผลักดันให้เกิดข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมดังนี้

วาระที่หนึ่ง มติให้ยกเรื่องการรับรองรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบจำนวน ๑,๖๓๒ ครอบครัว ตามมติคณะอนุกรรมการรวบรวมข้อมูล หลักฐาน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และกำหนดหลักเกณฑ์ กลับไปที่จังหวัดเนื่องจากมีข้อมูลไม่ครบถ้วน

วาระที่สอง ประเด็นการศึกษาเรื่องเขื่อนปากมูล ให้คณะอนุกรรมการจังหวัดรวบรวมข้อมูลแล้วนำเสนอขึ้นมาให้ส่วนกลางพิจารณา

วาระที่สาม ให้มีการแต่งตั้งอนุกรรมการรวบรวมข้อมูล หลักฐาน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และกำหนดแนวทางการช่วยเหลือ ในระดับจังหวัด โดยการแต่งตั้งอนุกรรมการให้ครอบคลุมทั้งสองฝ่าย โดยรายชื่อต้องมาจากผู้ได้รับผลกระทบที่แท้จริง ส่วนการเสนอรายชื่อคณะอนุกรรมการสัดส่วนของตัวแทนสมัชชาคนจน ต้องมาจากมติคณะอนุกรรมการจากจังหวัด ไม่ผ่านฝ่ายเลขานุการของภาคประชาชน

การก้าวข้ามความต่างและความเห็นที่ไม่ตรงกันในครั้งนี้ ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่สะท้อนถึงเจตจำนงในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน ผู้ใหญ่และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้แสดงให้เห็นถึงเมตตาธรรม ความใจกว้าง และความจริงใจในการแก้ไขปัญหาที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนาน

พวกเราขอยืนยันด้วยความบริสุทธิ์ใจว่า พวกเราไม่มีอคติ หรือความขุ่นข้องหมองใจใดๆ ต่อบุคคลหรือกลุ่มฝ่ายใดทั้งสิ้น สิ่งเดียวที่พวกเรามุ่งหวังและถือเป็นหัวใจสำคัญสูงสุด คือการเห็นพี่น้องผู้เดือดร้อนทั้ง ๑,๖๓๒ ครอบครัว ได้รับการแก้ไขปัญหาและได้รับการเยียวยาอย่างเป็นธรรม รวมทั้งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของชาวบ้านได้รับการคืนกลับมา และวิถีชีวิตของชุมชนได้รับการฟื้นฟูอย่างแท้จริง

จากนี้เป็นต้นไป สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล ขอยืนยันที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มกำลังกับกระทรวงพลังงาน ภาครัฐ และทุกองค์กรที่เกี่ยวข้อง ด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการแก้ไขปัญหาในรายละเอียดให้ลุล่วง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพี่น้องจะได้รับการเยียวยาอย่างเป็นธรรมก่อนสิ้นลมหายใจ

ทั้งนี้ภายหลังอ่านแถลงการณ์เสร็จสิ้นเครือข่ายฯได้เก็บเต๊นท์เตรียมกลับจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อเตรียมขับเคลื่อนคณะทำงานในระดับจังหวัดต่อไป