สาทิตย์ ลั่น ไม่กระทบประสิทธิภาพฝ่ายค้าน หลังไร้กล้าธรรม ชี้เหลือ 5 พรรค 149 เสียง ไม่เป็นปัญหายังสู้ได้ บอกจริงๆไม่มีใครบังคับให้เป็นฝ่ายค้าน “กล้าธรรม”สามารถเลือกได้จะอยู่ฝ่ายไหน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 กันยายน ที่รัฐสภา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี การทำงานของฝ่ายค้านภายหลังที่พรรคกล้าธรรมไม่ได้อยู่ในวิปฝ่ายค้านแล้ว ว่า จริง ๆ ตนก็เสียดาย เพราะตลอดระยะเวลาการเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคกล้าธรรมเป็นพรรคที่มีวินัยและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ก็เห็นใจที่พรรคกล้าธรรม มีมติโหวตเห็นชอบ พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 จึงทำให้มติสวนทางกับวิปฝ่ายค้าน
นายสาทิตย์ กล่าวว่า ดังนั้นเมื่อมีเรื่องของการอภิปรายไม่ไว้วางใจเข้ามา ท่าทีของพรรคกล้าธรรมจึงไม่ชัดเจน จึงทำให้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.ฉะเชิงเทรา ในฐานะโฆษก พรรคกล้าธรรม หันมาคุยกัน ก็ทราบว่านายอรรถกรไม่ขัดข้องที่จะถอยออกจากวิปฝ่ายค้าน ส่วนนี้นายพริษฐ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน ก็ต้องตัดสินใจว่าจะต้องทำอย่างไร
“หลังจากนี้ แกนนำของพรรคร่วมฝ่ายค้านต้องคุยกัน เพราะพรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีจำนวนลดลง ซึ่งมองว่า จะไม่กระทบต่อเสถียรภาพการทำงานของฝ่ายค้านที่เหลือเพียง 5 พรรค มี ส.ส.149 คน ถือเป็นเสียงที่น้อย แต่ประสิทธิภาพการทำงานไม่ลด ยังคงตั้งใจทำงานเต็มที่กันอยู่” นายสาทิตย์ กล่าว
เมื่อถามว่าการทำงานของฝ่ายค้านจะอ่อนแอลงหรือไม่ หลังไม่มีพรรคกล้าธรรม ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีได้ออกมายืนยันว่า พรรครัฐบาลแข็งแกร่งทั้งแผ่นดิน นายสาทิตย์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญอยู่ที่พฤติกรรม การบริหารราชการแผ่นดินว่าจะสามารถสร้างศรัทธา และความไว้วางใจให้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนได้หรือไม่ และผลลัพธ์ในการบริหารราชการแผ่นดินจะทำให้ประชาชน อยู่ดีกินดี จะมีเงินในกระเป๋าขึ้นหรือไม่ ซึ่งเท่าที่พบตอนนี้ จาก 4 เดือนเหมือน 4 ปี 6 เดือนเหมือน 6 ปี เพราะมีความล้มเหลวในหลายเรื่อง และยังถูกซ้ำเติมด้วยเรื่องของการทุจริต
นายสาทิตย์ กล่าวว่าหลายเรื่องก็จะปรากฏในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่จะชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่สามารถจัดการได้ และหลายเรื่องจะเข้าไปเกี่ยวพันกับคนที่อยู่ในแวดวงของรัฐบาล โดยเฉพาะตัวรัฐมนตรี นอกจากไร้ประสิทธิภาพแล้วยังถูกทับถมด้วยความระแรงในเรื่องของฮั้วสว.ทำให้ศรัทธาในตัวของรัฐบาลมีปัญหาวิกฤต จนถึงขั้นล้มแผนพลังงาน นำเงินมาแจกจ่ายประชาชน เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงกลับมา ทำให้วิกฤตการคลัง เลวร้ายขึ้นไปอีก
เมื่อถามว่า การถอนชื่อพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายคาน จะกระทบต่อการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย หรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และมติต่างๆของฝ่ายค้านหรือไม่ นายสาทิย์ กล่าวว่า 149 เสียงที่มีไม่กระทบอะไร เช่นการเสนอกฎหมายสำคัญใช้เพียง 100 เสียง และการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ใช้เสียงเพียง 1 ใน 5 หรือ 100 เสียงเท่านั้น ส่วนการยื่นถอดถอนตามรัฐธรรมนูญบางมาตรา ก็ใช้เพียง 140 เสียง ส่วนนี้ยังไม่มีปัญหายังสู้ได้อยู่
“จริง ๆ ฝ่ายค้านไม่มีใครบังคับให้เป็น เพราะในรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่า พรรคฝ่ายค้านคือ พรรคซึ่งไม่มีสมาชิกดำรงตำแหน่งใดในรัฐบาลก็ถือว่าเป็นฝ่ายค้านซึ่งกรณีของพรรคกล้าธรรมเขาก็สามารถเลือกอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ เช่นเดียวกับพรรคเล็กในสภา” นายสาทิตย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในการประชุมวิปฝ่ายค้านวันนี้ กรรมการวิปฝ่ายค้านในสัดส่วนพรรคกล้าธรรม จำนวน 7 คน ไม่ได้เข้าร่วมประชุม ภายหลังถูกปรับพ้นจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ทำให้องค์ประชุมไม่ครบ จึงอาจทำให้ไม่สามารถเปิดประชุมหรือลงมติในวาระสำคัญได้ เนื่องจากกรรมการวิปฝ่ายค้านสัดส่วนพรรคกล้าธรรมยังไม่ได้แจ้งชื่อออก ส่วนนายวสวรรธน์ พวงพรศรี สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง ที่จะเข้ามาเป็นวิปฝ่ายค้านใหม่ ก็ยังไม่ได้แจ้งรายชื่อ แต่ได้เข้าร่วมประชุมด้วยแล้ว



