‘รุทธพล’ ย้ำ ‘ดีเอสไอ’ เดินหน้าคดีฮั้ว ส.ว.ตามพยานหลักฐาน รอคำวินิจฉัย กกต.ก่อนดำเนินการต่อ ปัดมีใบสั่งการเมืองแทรกแซง ชี้สำนวนรวบรวมไว้ก่อนรับตำแหน่ง
เมื่อเวลา 09.25 น. วันที่ 22 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงคดีฮั้ว ส.ว.ว่า เท่าที่ทราบคงต้องรอคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งมีคำร้องส่งไปที่ศาลฎีกา จากนั้นถึงจะมีความชัดเจน และจะมีการประสานกับทางอัยการ ซึ่งอัยการก็เป็นคณะกรรมการในการสอบสวนร่วมด้วย เมื่อได้เอกสารคำวินิจฉัย จึงจะมีการดำเนินการต่ออีกครั้ง
เมื่อถามถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่าจะมีการเรียกมาสอบในเดือน ก.ย.นี้ รวมถึงกรณีที่ กกต.ไม่ส่งฟ้องแกนนำพรรคการเมือง จะมีสิทธินำเรื่องนี้มาพิจารณาเกี่ยวกับการฟอกเงินด้วยหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า มีการแจ้งว่าข่าวที่ออกมาไม่ตรงกับทางดีเอสไอ จึงมีหนังสือยืนยันในเพจดีเอสไอ โดยขอให้ฟังข่าวจากดีเอสไอ ยอมรับว่าได้เห็นจากข่าว แต่เมื่อมีการสอบถามทางดีเอสไอแล้ว ดีเอสไอบอกว่าไม่มีการแจ้ง ไม่มีอะไร จึงอยากให้รับฟังข้อมูลข่าวสารจากทางเพจดีเอสไอน่าจะชัดเจนกว่า
เมื่อถามย้ำว่า เรื่องนี้เกี่ยวกับการโยกย้ายอธิบดีดีเอสไอหรือไม่ ถึงมีข่าวออกมาเพื่อดิสเครดิต พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน
เมื่อถามถึงกรณีที่ กกต.มีมติส่งฟ้อง 77 ส.ว. แล้ว DSI จะมีการส่งฟ้องมากกว่า 8 รายหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลย้ำว่า จะต้องรอดูคำวินิจฉัยของ กกต.ให้ชัดเจนก่อน ซึ่งคณะกรรมการสืบสวนคดีพิเศษที่ 24 จะต้องมีการนำมาพิจารณากันอีกครั้ง
เมื่อถามกรณี ส.ว.สีส้มว่าจะมีการทำสำนวนใหม่ ตั้งเป็นคดีพิเศษใหม่หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า เรื่องยังไม่มีเข้ามาในระบบของดีเอสไอซึ่งตนยังไม่ทราบในรายละเอียดเรื่องนี้
เมื่อถามย้ำอีกว่า กกต.มีมติส่งฟ้อง 77 สว. แต่ดีเอสไอส่งฟ้องแค่ 8 ราย เหมือนเป็นการมีใบสั่งทางการเมืองเข้ามาแทรกแซงการทำงานของดีเอสไอหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า เป็นเรื่องของพยานหลักฐาน ซึ่งยืนยันว่า ในเรื่องของสำนวน ฝ่ายการเมืองและตนในฐานะกระทรวงยุติธรรมไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายอยู่แล้ว เพราะเขาก็ดำเนินการไป และในส่วนนี้ก็มีทั้งอัยการเข้ามาร่วมสอบสวนด้วย
“ผมเชื่อว่าพนักงานสอบสวน แม้กระทั่งอธิบดีดีเอสไอก็ไม่สามารถชี้นำได้ เพราะพยานหลักฐานถูกรวบรวมก่อนที่ผมจะมารับตำแหน่งด้วย ซึ่งก็น่าจะเป็นการพิจารณาจากพยานหลักฐานที่ได้รวบรวมไว้ก่อนแล้ว” พล.ต.ท.รุทธพลกล่าว

