หน้าแรก การเมือง นิกร จี้ ฝ่าย...

นิกร จี้ ฝ่ายค้าน-iLaw เร่งชงร่างแก้ไข รธน. หวั่น ฉบับใหม่คลอดไม่ทันเลือกตั้งครั้งหน้า

22.09.26 | 12:11 น.

นิกร กระทุ้ง ‘ฝ่ายค้าน-iLaw’ เร่งชงร่างแก้ไข รธน. พร้อมกางไทม์ไลน์ หวั่นฉบับใหม่คลอดไม่ทันเลือกตั้งครั้งหน้า ปรามอย่าเดินการเมืองซับซ้อน ชี้แก้ปัญหา สว.-หมายเลขผู้สมัคร สส. ต้องแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แก้แมลงหวี่-แมลงวัน

เมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่รัฐสภา นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการกลั่นกรองและยกร่างกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสเรียกร้องให้พรรคภูมิใจไทย ในฐานะแกนนำรัฐบาล เร่งจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามผลการออกเสียงประชามติ ที่ประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า พรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมตั้งแต่ก่อนปิดสมัยประชุมสภาครั้งที่ 1 ปี 2569 ก่อนวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย ถูกบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมรัฐสภาแล้ว แต่เนื่องจากประธานวิปฝ่ายค้าน ได้หารือกับประธานวิปรัฐบาล เพื่อขอให้รอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจากภาคประชาชน ที่กำลังริเริ่มการเข้าชื่อกันก่อน เพื่อให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมด ถูกพิจารณาไปในคราวเดียวกัน


นายนิกร กล่าวต่อว่า เท่าที่ตนทราบ ขณะนี้ภาคประชาชนได้ชื่อครบเกิน 100,000 เสียงแล้ว แต่เหตุใดจึงยังไม่มีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้รัฐสภา บรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมเพื่อพิจารณา ซึ่งตนขอตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการรอเพื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้พิจารณาคดีฮั้ว ส.ว.เพื่อล้ม ส.ว.ก่อนหรือไม่ แต่เมื่อขณะนี้เหตุการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว และเวลาไม่รอแล้ว เพราะตนคำนวณกรอบระยะเวลา แม้จะดำเนินการขั้นตอนตามกรอบระยะเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด ก็แทบจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ทันต่อการเลือกตั้งครั้งต่อไป ดังนั้น จึงขอให้เร่งดำเนินการ

เมื่อถามถึง ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจากพรรคการเมืองต่าง ๆ นั้น นายนิกร กล่าวว่า พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ จะเสนอต่อรัฐสภา แต่ขณะนี้ก็ยังไม่มีการเสนอต่อประธานรัฐสภา และมีเพียงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย ที่บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมไปแล้ว ดังนั้น จะโทษว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ฟังเสียงประชามติประชาชน 21 ล้านเสียงไม่ได้ เพราะพรรคภูมิใจไทย ดำเนินการตามคำสั่งประชาชนแล้ว แต่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภาคประชาชน ที่ iLaw ดูแลนั้น

นายนิกร กล่าวต่อว่า ขณะนี้อยู่ที่ไหนและเมื่อได้รายชื่อครบแล้วก็ขอให้เสนอรัฐสภาเลย แต่เมื่อไม่ยื่นแล้ว กลับมาโทษรัฐบาลไม่ดำเนินการ ทั้งที่รัฐบาลทำแล้ว ฟังแล้วและรออยู่ รวมถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านด้วย เพราะเวลาไม่คอยท่า จะรอให้ได้เปรียบแล้วค่อยยืนไม่ได้ เพราะเป็นรัฐธรรมนูญที่ยกร่างเพื่อประชาชน จึงขอให้รีบดำเนินการกัน อย่าเดินการเมืองซับซ้อนกันแบบนี้ และยังอ้างประชาชนกันอีก ขอให้นับเวลากัน และทราบว่าเวลาที่มีล่อแหลมแล้ว

Advertisement

นายนิกร กล่าวต่อว่า สำหรับกรอบเวลาดำเนินการ ซึ่งแต่เดิมคาดว่า จะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในปี 2572 นั้น แต่เวลาในการดำเนินการขณะนี้ มีเวลาเริ่มดำเนินการได้ถึงวันที่ 22 ธันวาคมนี้ ก่อนปิดสมัยประชุมสภา ซึ่งหากรัฐสภา ยังไม่สามารถรับหลักการและตั้งกรรมาธิการได้ก็จะเกิดปัญหา ทำให้ต้องรออีก 3 เดือน จนกว่าจะมีการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญปี 2570 ซึ่งตนก็หวังว่า ในช่วงปิดสมัยประชุมหลังเดือนธันวาคม กรรมาธิการจะสามารถพิจารณาไปพลางก่อนได้ และเสนอรัฐสภา ลงมติหลังเปิดสมัยประชุม และเมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ก็จะต้องดำเนินการจัดการออกเสียงประชามติอีก 100 วัน รวมถึงการสรรหา สสร. และการรับฟังความเห็นประชาชนในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกราว 1 ปี ก่อนจัดทำประชามติขั้นสุดท้ายอีก 3 เดือน ดังนั้น กรอบเวลาจึงแทบไม่พอ เพราะยังจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องอีก 6 เดือน ดังนั้น หากจะฟัง 21 ล้านเสียง ก็ต้องฟังให้ชัด และมีความจริงใจ

เมื่อถามว่า หากต้องใช้เวลาดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับนานแล้ว จะมีการดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราในประเด็นที่ยังเป็นปัญหาก่อนหรือไม่นั้น นายนิกร กล่าวว่า เป้าหมายใหญ่ พรรคภูมิใจไทยต้องการยกร่างใหม่ทั้งฉบับ เพราะมิเช่นนั้นจะถูกครหาว่าเตะถ่วงอีก เพราะผลการออกเสียงประชามติ ประชาชนไม่ได้ต้องการแก้ไขรายมาตรา แต่ต้องการฉบับใหม่ และระหว่างรอพรรคภูมิใจไทย จะเสนอแก้ไขรายมาตราในการกระจายอำนาจ และการปกครองท้องถิ่น หรือความเห็นจากวุฒิสภาที่ต้องการให้แก้ไขให้หมายเลขผู้สมัคร ส.ส.แบ่งเขต เป็นหมายเลขเดียวกับพรรคการเมืองนั้น ก็ถูกรัฐธรรมนูญล็อกไว้ว่า จะต้องสมัคร ส.ส.แบ่งเขตก่อน จึงจะสามารถสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อได้ ยกเว้นจะต้องมีการรื้อกันใหม่

นายนิกร กล่าวต่อว่า แต่การแก้ไขนี้จะเป็นการแก้ไขในประเด็นแมลงวัน แมลงหวี่หรือไม่ เพราะเรื่องหมายเลขนั้น ถือเป็นเรื่องเล็กมาก อย่ามองเรื่องเล็ก เป็นเรื่องใหญ่ และหากจะแก้ไขระบบการเลือกตั้งนั้น ควรจะถามประชาชนก่อนหรือไม่ ไม่ใช่คิดกันไปเอง

เมื่อถามถึง กรณีที่มีการเรียกร้องให้การแก้ไขระบบการเลือก ส.ว.ใหม่นั้น นายนิกร กล่าวว่า ตนยืนยันมา ตั้งแต่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยกร่างแล้วว่า ระบบการเลือกกันเองจะเป็นปัญหา ซึ่งตนไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้น และปัญหาที่เกิดนี้ จะต้องโทษรัฐธรรมนูญ วิธีการแก้ไข ไม่ใช่การล้ม กกต. หรือจัดการกับ ส.ว. ซึ่งเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ แต่ต้นเหตุอยู่ที่รัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบ ก็ต้องสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ รวมถึง กกต.ก็ต้องยกร่างระเบียบให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย รวมถึงศาลก็ต้องวินิจฉัยภายใต้รัฐธรรมนูญ ฉะนั้น วิธีการแก้ปัญหา สว.ก็จะต้องยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แก้ปัญหาให้ถูกจุด ไม่ใช่แก้ตามแนวทางที่ตนเองต้องการ