หน้าแรก การเมือง ปริญญาขยี้ปม ...

ปริญญาขยี้ปม ‘ฮั้ว ส.ว.’ โพยขนาดนี้กันลืมแน่นะ ขุดเจอหลักฐานมีน้ำหนัก ตอกย้ำ กกต.ขัดรัฐธรรมนูญ?

22.09.26 | 12:55 น.

ปริญญาขยี้ปม ‘ฮั้ว ส.ว.’ โพยขนาดนี้ไม่ใช่กันลืมแน่ ชี้หลายจุด กกต.ทำผิดหลักการ ขัดรัฐธรรมนูญ  – ขุดเจอหลักฐานมีน้ำหนัก’ ทั้งพยานบุคคล เส้นเงินชัด – รอติดตามเหตุผลทางกฎหมาย ทำไมไม่ส่งเคสโพย


เมื่อวันที่ 22 กันยายน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงานเสวนาวิชาการ ‘การตรวจสอบ ฮั้ว ส.ว. ปราการด่านสุดท้ายของนิติธรรมไทย’ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ นักเขียน นักแปลชื่อดัง, ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุทธิชัย งามชื่นสุวรรณ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ รองศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ มาเม้า คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น

รศ.ดร.ปริญญากล่าวว่า ความจริงแล้วเรื่องของ ฮั้ว ส.ว. นั้นเริ่มพูดกันตั้งแต่มิถุนายน 2567 เพราะพบหลักฐานเป็น ‘โพย’ จำนวนมาก และประชาชนมีความคาดหวังว่า กกต.ต้องทำอะไรบ้างอย่าง แต่ กกต.บอกว่า “ประกาศก่อน สอยทีหลัง” 2 ปีกับอีกเกือบ 3 เดือนถึงจะดำเนินการ และในจำนวนผู้ที่ได้รับเลือก 200 คน กกต.ก็มีมติส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเพื่อพิจราณา ดำเนินคดีอาญากับผู้ต้องหาคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว.  เพียงแค่ 26 คนเท่านั้น

Advertisement

“ผมเรียนว่า ระบบของเรามีปัญหาอยู่แล้ว การเลือกกันเอง อย่างไรก็ต้องเกิดการแลกคะแนน หรือการเลือกซึ่งกันและกัน ทีนี้ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ 2560 อาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ ซึ่งไม่ทราบว่าท่านรู้สึกอย่างไรกับผลงานของท่าน เพราะเรื่องที่ร้ายกาจที่สุดของรัฐธรรมนูญ 2560 คือ ระบบการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่ไปเลือกองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ

และที่สำคัญคือ เลือก กกต. และ ป.ป.ช. ถ้าหากว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน เครือข่ายเดียวกัน ระบบการตรวจสอบจะพังไปทั้งหมด

ในวรรคที่ 2 มาตรา 107 ของรัฐธรรมนูญ ก็บอกว่า ต้องมีมาตรการที่จำเป็นเพื่อให้การเลือกกันเองเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม อยู่ใน พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 อย่างชัดเจน แต่ทีนี้ใน พ.ร.ป.เองก็มีปัญหา”

“เรื่องโพยไม่ต้องพูดถึงว่ามีจริงหรือไม่ แต่ขณะนี้ก็มีการพูดกันโดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากพยานที่กลับคำให้การ คุณเอกราช ช่างเหลา บอก ‘โพยเนี่ย ทำหลังจากเลือกเสร็จ’ แต่โพยเล่านี้เก็บได้ ณ วันที่เลือก 26 มิ.ย.67 ซึ่งผมถามว่าการมีโพยถึงขนาดนั้น ไม่ใช่แค่กันลืมว่าเราจะเลือกใคร หรือกลัวจำไม่ได้ เพราะมันมีข้ามกลุ่ม มีทุกกลุ่ม นี่คือสิ่งที่เป็นการเลือก ส.ว.โดยสุจริต และเที่ยงธรรมหรือ” รศ.ดร.ปริญญากล่าว และว่า

 

วรรค 2 ของ มาตรา 107 บอกไว้ชัดเจน ต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้มีการเลือกที่เป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม อันนี้มันชัดเจน ไม่ใช่ว่าจะเลือกใครบ้างกลัวลืมหมายเลข แต่เป็นการทำขึ้นมา

รศ.ดร.ปริญญากล่าวต่อว่า ที่สำคัญคือ โพยเหล่าทำขึ้นมาก่อน โดยทำขึ้นหลังจากการเลือกระดับประเทศเสร็จสิ้น แล้วก็จึงมีการเอาหมายเลขมาทำเป็นโพย เพื่อให้มั่นใจว่ากลุ่มคนที่จัดทำขึ้นมาเป็นเครือข่ายที่จะสามารถเลือกกันจนเข้ามาเป็น ส.ว.ได้

ดังนั้น ถ้าหาก กกต. หรือ ผอ.เลือกตั้งระดับประเทศ เพียงแค่เริ่มต้นนับเบอร์ใหม่ เรียงเบอร์กันใหม่ เริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ คือทุกคนมีหลายเลขใหม่พร้อมกันในวันที่ 26 มิ.ย.2567 โพยนี้ก็ไม่มีความหมายแล้ว

คำถามง่ายๆ ทำไม ผอ.ระดับประเทศ คือ เลขาธิการ กกต. คุณแสวง บุญมี ถึงไม่ยอมเปลี่ยนเลข ทั้งๆ ที่มีการเตือนแล้วว่าจะมีการทำแบบนี้ มีข่าวหลุดมาแล้ว ว่ามีการประชุมที่ใดบ้าง แต่กลับไม่มีการเปลี่ยน ใช้หมายเลขเดิม ดังนั้นก็เลยทำโพยได้ ซึ่งคุณแสวงพูดว่า ‘ประกาศก่อน สอยทีหลัง’ ”

นอกจากปัญหาของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ ส.ว. เป็นคนเลือก กกต.แล้ว ปัญหาคือหาก ส.ว.มาโดยไม่สุจริตเที่ยงธรรม แล้วเขาจะเลือกใครเพื่อมาตัดสินเรื่องของเขา ว่าควรส่งศาลฎีกาวินิจฉัยหรือไม่ นี่คือปัญหา ไม่ทราบว่าผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้คิดถึงเรื่องนี้ไว้หรือไม่ คือจุดที่ผิดพลาดที่สุด

และข้อที่สำคัญกว่านั้นคือ ดันไปเขียนว่า ‘มีแต่ กกต.เท่านั้น ที่ส่งให้ศาลฎีกาได้’ ซึ่งผิดกับหลักกระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างยิ่ง ปกติผู้เสียหายในคดีโดยเฉพาะอาญา หากตำรวจไม่ดำเนินคดี หรืออัยการสั่งไม่ฟ้อง ผู้เสียหายจะสามารถฟ้องเองได้

ก่อนเราจะมี กกต. ผู้เสียหายไปร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ที่ศาลจังหวัดได้ ซึ่งถ้าพิจารณาไปแล้วเห็นว่ามีมูล ก็จะส่งศาลฎีกา ให้จัดเลือกตั้งใหม่ แต่ก่อนผู้สมัครที่ถูกโกง ไปร้องได้ แต่ปัจจุบันให้ กกต.เท่านั้นที่ผูกขาด ซึ่งมันผิดหลักกระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างยิ่งรศ.ดร.ปริญญาชี้

ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม มาตรา 62 ของ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มีถ้อยคำที่แตกต่างอย่างมีประเด็นสำคัญ กับมาตรา 226 ของรัฐธรรมนูญา

ในช่วงหนึ่ง รศ.ดร.ปริญญากล่าวถึงเรื่องที่ตนได้คาดการณ์ไว้แล้ว คือ จุดตัดว่าจะส่งมากหรือน้อย อยู่ที่เรื่องโพย

ถ้าไม่ส่งเรื่องโพยเข้าไป จะมีแค่หลักสิบ ถ้าส่งเรื่องโพยด้วยก็เป็นร้อย ที่ผมรอติดตามคือ เหตุผลทางกฎหมายของเขา ในการไม่ส่งคืออะไร ซึ่งการไม่ส่งเรื่องโพยก็ไม่ผิดคาด

ในตอนหนึ่ง รศ.ดร.ปริญญากล่าวถึง ข้อค้นพบหลังจากที่ตนไปเปิดดูสำนวนรายงานของ ชุด 26 (ที่เห็นควรสั่งฟ้อง กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยและเครือข่ายรวม 22 คน ฐานวางแผนหาผู้สมัครส่อครอบงำวุฒิสภา) เป็นเรื่องจริง ประมาณ 80 % เป็นพยานบุคคล แต่ปรากฎว่ามีหลักฐานสภาพแวดล้อมอื่นอีกมาก

“ถ้าพูดคร่าวๆ พยานบุคลมีสัก 20% อีก 20% คือโรงแรมที่มีการประชุมกัน หลักฐานการใช้โทรศัพท์ มีหลักฐานเป็นแชทไลน์คุยกัน พยานที่อยู่คนละจังหวัด ให้การสอดคล้องต้องกัน และมีเส้นเงินเข้ามาเกี่ยว เป็น 20 % ที่มีน้ำหนักรับฟังได้” รศ.ดร.ปริญญากล่าว