‘อนุทิน’ ยังกั๊กปม ‘กธ.’ อ้างอยู่มะกัน-สัญญาณมาไม่ถึง ‘เท้ง’ แถลงยื่น ป.ป.ช.ฟัน 7 กกต. หาช่องเอาผิดอนุชุด 36 ด้วย ไอติมจับตาตั้ง ‘ปิยะ’ คุม DSI 25 ก.ย.’สนธิ’ นำม็อบบี้ฮั้ว ส.ว. ศาลไม่รับนายกปูร้องคดีข้าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 กันยายน (ตามเวลาท้องถิ่นนครนิวยอร์ก ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เตรียมร่วมรัฐบาล โดยกล่าวว่า “ใจเย็นๆ นี่เราอยู่อเมริกา ไกล สัญญาณมาไม่ถึง เอาเรื่องนี้ก่อน” ก่อนกล่าวอีกว่า วันนี้มาทำงานให้ประเทศไทย 3 วันที่อยู่นิวยอร์ก มีโอกาสพบผู้นําประเทศต่างๆ ภาคเอกชน สภาธุรกิจ และนักลงทุน จึงขอเวลาที่อยู่ที่นี่ ที่ได้มีโอกาสพบคนทั้งโลก สร้างความเชื่อมั่นในประเทศไทยมากขึ้น โดยเน้นเรื่องความเป็นหุ้นส่วน และการเป็นประเทศที่มีความพร้อมในทุกๆ ด้าน ทั้งการเป็นส่วนกระจายสินค้า และแหล่งผลิตสินค้าต่างๆ ที่พร้อมรับการลงทุน
ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงว่า เตรียมยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในวันที่ 25 กันยายน เพื่อให้ไต่สวนและดำเนินคดีกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)คดีฮั้ว สว. โดยพรรคประชาชนเห็นว่ามติของกกต.เกี่ยวกับคดีโกงเลือกสว.เป็นมติที่ไม่ชอบ เข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขัดต่อกฎหมายหลายประการ อาทิ รัฐธรรมนูญมาตรา 234 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญมาตราว่าด้วย ป.ป.ช.มาตรา 172 พ.ร.ป.กกต. มาตรา 69 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 โดยจะยื่นต่อ ป.ป.ช. ใน 2 กลุ่ม กลุ่มแรก คือ มติของกกต.วันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา เห็นว่าสุ่มเสี่ยง หรือเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ส่วนที่ 2 เห็นว่าการดำเนินการของกกต.ที่ผ่านมาก่อนการลงมติ มีข้อพิรุธส่อว่ามีการปล่อยปละละเลย หรือ รู้เห็นเป็นใจในกระบวนการโกงเลือก ส.ว.
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้ง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล มาเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งหลายคนมองว่าตั้งมาเพื่อดูเรื่องคดีฮั้วสว. หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า การยื่น ป.ป.ช. จะร้องกกต.ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ประการแรก ไม่ทราบว่ากกต.คนไหนลงมติอย่างไร เพราะมีการเปิดเผยเฉพาะตัวเลขมติสั่งฟ้อง ข้อหาอะไร จึงร้อง กกต.ทั้ง 7 คน ส่วนใครลงมติอย่างไร จะเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นขั้นตอนที่ ป.ป.ช. ต้องไปไต่สวนข้อเท็จจริง
“ทีมกฎหมายกำลังดูว่าฐานความผิดที่อาจเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบนั้น มีฐานความผิดไหนสามารถร้องอนุกรรมการชุดที่ 36 ได้หรือไม่ เพราะในอนุฯชุดที่ 36 เสียงข้างมาก คาดกันว่าเป็นมติ 5 ต่อ 2 ลงความเห็นว่า กกต.ไม่ควรสั่งฟ้องใครแม้แต่คนเดียว ซึ่ง 1 ใน 5 คนเสียงข้างมาก คือ ร.ต.อ.ปิยะ ซึ่งการเสนอความเห็นว่าไม่ควรมีการสั่งฟ้องใครแม้แต่คนเดียว มันขัดกับทั้งหลักการ หลักกฎหมาย และหลักฐานที่ปรากฏต่อสาธารณชน ส่วนกรณีครม.มีมติแต่งตั้งร.ต.อ.เป็นอธิบดีดีเอสไอนั้น ต้องบอกว่าหลังกกต. มีมติแต่งตั้งผู้เกี่ยวข้องคดีฮั้วสว.ไปที่ศาล 77 คน แม้จะน้อยกว่าจำนวนที่เราคิดว่าควรจะเป็น แต่ชัดเจนแล้วว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้น ดังนั้นดีเอสไอจึงมีส่วนสำคัญมากในการสอบสวนอย่างเข้มข้น ตรงไปตรงมาหรือไม่เพื่อขยายผลนำตัวผู้กระทำความผิดมารับผิดชอบตามกฎหมาย ดังนั้นการเปลี่ยนตัวอธิบดีดีเอสไอเป็น ร.ต.อ.ปิยะ หนึ่งในอนุกรรมการชุดที่ 36 ที่ลงมติว่าไม่มีใครมีความผิดแม้แต่คนเดียว จึงทำให้เกิดข้อกังวลว่า เป็นการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการเพื่อพยายามทำให้การทำงานของดีเอสไอเป็นคุณต่อคนในรัฐบาลหรือผู้ถูกกล่าวหาในรัฐบาลหรือไม่ นี่เป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบต่อไป และขอเรียกร้องไม่ให้มีการแทรกแซงการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการนี้” นายพริษฐ์กล่าว
วันเดียวกัน พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการ กกต.ได้ประชุมร่วมกับ พ.ต.อ.ยุทธศิลป์ การินทร์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง และเจ้าหน้าที่ส่วนเกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมรักษาความสงบเรียบร้อยภายในพื้นที่ กรณีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) นำโดย นายสนธิ ลิ้มทองกุล นัดรวมพลังแผ่นดิน ขะเดินทางมายื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อขอให้ตรวจสอบกระบวนการได้มาซึ่ง ส.ว. ในวันที่ 25 กันยายน เวลา 10.00 น. ขณะที่ กกต.กำหนดมาตรการอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยบริเวณชั้น 2 โดยขอให้ผู้สื่อข่าวลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ล่วงหน้าภายในวันที่ 24 กันยายน เวลา 16.30 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับนายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามี ยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองพิจารณาคดีใหม่ ในคดีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กับสามี ฟ้องนายกรัฐมนตรี กับพวกรวม 9 คน ร่วมกันให้กระทรวงการคลัง มีคำสั่งที่น.ส.ยิ่งลักษณ์รับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ในฐานะนายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวและเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทางราชการตามอำนาจหน้าที่ เป็นเงิน 10,028,861,880.83 บาท โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ล่าสุด ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามศาลปกครองกลางไม่รับคำขอพิจารณาคดีใหม่ โดยให้เหตุผลว่า คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ฟังไม่ขึ้น



