หน้าแรก การเมือง ไอซ์ รักชนก ฉ...

ไอซ์ รักชนก ฉะ สปส.บิดเบือน ปมจดโพย ชี้คนส่วนใหญ่ไม่รู้มีเลือกตั้ง สงสัยใช้งบรณรงค์ยังไง

24.09.26 | 11:44 น.

‘ไอซ์ รักชนก’ จวก ‘เลขาฯ ประกันสังคม’ ทำงานห่วย มีระบบราชการคุ้มกะลาหัว ไม่เข้าใจให้ข้อมูลขัดกฎหมาย ปมนำโพยเข้าคูหาเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม’ ชี้กฎหมายห้ามเฉพาะสื่อผู้สมัคร ลั่นอย่าทำผู้ประกันตนใช้สิทธิ์ยาก ลั่น ถ้าเป็น ‘รมว.แรงงาน’ จะเรียกมาคุย ขอแรง ‘ผู้ประกันตน’ ช่วงโค้งสุดท้าย กำจัดเห็บ-หมัดที่กัดกินมา 30 ปี

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 กันยายน ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม กมธ.ฯ วาระติดตามการใช้งบประมาณการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ว่า การจดโพยเข้าไปเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ภายหลังที่เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ออกมาให้สัมภาษณ์แบบกำกวมว่าจะสามารถนำโพยเข้าไปได้หรือไม่ว่า ยืนยันว่า ในมาตรา 44 ได้ระบุชัดเจนว่า ห้ามนำสิ่งที่เกี่ยวข้องที่เป็นสื่อของผู้สมัครเข้าไปในคูหาเลือกตั้ง แต่ถ้าเป็นเอกสารส่วนตัว เช่น กระดาษที่พกเข้าไปเอง ก็ควรจะตีความว่า สามารถนำเข้าไปได้ ซึ่งตนเองไม่เข้าใจเหมือนกันว่า เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ทำไมถึงออกมาให้ข้อมูลที่ขัดกับตัวบทกฎหมาย


น.ส.รักชนกกล่าวต่อว่า เข้าใจว่ามติวันที่ 9 กันยายน มีเอกสารออกมาให้พวกเราหลายคนได้อ่านแล้ว ซึ่งอ้างอิงจากคำพิพากษาของศาลในคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. ซึ่งสามารถที่จะนำโพยเข้าไปได้ จึงขอตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดสำนักงานประกันสังคม มีความพยายามที่จะทำให้การไปใช้สิทธิ์ มีความยากลำบาก เพราะหากตีความตามตัวบทกฎหมาย และตามมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ก็ควรที่จะสามารถนำโพยเข้าไปได้ แต่การออกมาสื่อสารว่า ไม่สามารถนำเอกสารเข้าไปได้ หรือให้เป็นดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่นั้น เลขาธิการประกันสังคมคิดว่า เจ้าหน้าที่จะทำอย่างไร ซึ่งเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ก็จะต้องปกป้องตัวเองก่อน เพราะไม่อยากตัดสินอะไรที่ลำบาก ก็ต้องห้ามนำโพยเข้าอยู่แล้วแน่นอน

ถ้าดิฉันเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จะเรียกเลขาธิการประกันสังคมเข้าไปคุยว่า ท่านเป็นข้าราชการมาตั้งนาน ทำไมท่านถึงบิดเบือนตัวบทกฎหมาย อ่านดูก็รู้อยู่แล้วว่ามันน่าจะต้องตีความยังไง ทำไมถึงยังบิดเบือนให้คนเข้าใจผิด แล้วทำไมถึงต้องทำให้ผู้ประกันตนไปใช้สิทธิ์ยาก แต่บังเอิญว่าดิฉันก็ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ดิฉันก็ไม่ได้มีอำนาจนั้น แต่ถ้ามีก็คงจะทำ” น.ส.รักชนกกล่าว

น.ส.รักชนกกล่าวต่อว่า เรื่องนี้ทางที่เซฟที่สุดก็คงเป็นการจดใส่มือตามที่หลายคนได้แนะนำกัน และขอแนะนำว่า ถ้าวันจริงใครไปใช้สิทธิ์แล้วพนักงานประกันสังคมคนไหนที่มีปัญหา ขอถ่ายคลิปวิดีโอ และภาพถ่ายไว้แล้วส่งมาที่ตน ซึ่งจะตามหาตัว และหลังจากการเลือกตั้งก็จะดำเนินการในส่วนที่คณะกรรมาธิการสามารถจะดำเนินการได้ แต่ก็ไม่อยากให้สำนักงานประกันสังคมลุแก่อำนาจมากไปกว่านี้ เพราะการเลือกตั้งก็มีความยากลำบากอยู่แล้ว ก็หวังว่าในวันเลือกตั้งจะไม่มีความวุ่นวาย อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขอแรงผู้ประกันตนเพราะไม่มีอะไรที่ไว้ใจได้

Advertisement

น.ส.รักชนกกล่าวอีกว่า คูหาจะเปิดตั้งแต่ 08.00-16.00 น. ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงของทุกท่าน กว่าเราจะหากันได้แต่ละคะแนนมันยากลำบาก แต่ว่าการที่มันจะหายไป มันหายไปได้ง่ายมาก จากคนที่ขานเขาขานผิด หรือขานว่าเป็นบัตรเสียหาย มันง่ายมาก ดังนั้น ก็อยากจะเชิญชวนว่า หลังจากการเลือกตั้งเสร็จแล้ว ถ้ามีเวลาดูการนับคะแนนต่อ ตนคิดว่าคงใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมงในการนับคะแนน

เมื่อถามว่า มองเรื่องการทำงานของสำนักงานประกันสังคม ในการประชาสัมพันธ์บอร์ดเลือกตั้งครั้งนี้อย่างไร น.ส.รักชนกกล่าวว่า ตนเคยไปถามประชาชนในพื้นที่ที่มีมนุษย์เงินเดือนจำนวนมาก เช่น สยาม นนทรี หรือสีลม และแม้กระทั่งประชาชนที่อยู่ในเมืองชั้นใน และใช้โซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่องได้ติดตามข่าวสารนั้น พบว่ามีประมาณ 70% ยังไม่ทราบเลยว่าจะมีการเลือกตั้ง และ 90% ไม่ทราบว่าบอร์ดประกันสังคมมีหน้าที่อะไร จึงขอตั้งคำถามกับสำนักงานประกันสังคมว่า งบประชาสัมพันธ์ของประกันสังคมที่ทุกปีจะมีงบประชาสัมพันธ์อยู่ที่ประมาณ 300 ล้านบาท และงบเลือกตั้ง 270 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นงบเฉพาะการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งประกันสังคม 40 ล้านบาท จึงอยากถามว่า เอาไปทำอะไร เอาเงินไปละลายกับอะไรหมด เพราะหนึ่งเดือนก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง เพิ่งจะมีการคิกออฟจากสำนักงานประกันสังคม หรือเริ่มจัดซื้อสร้างเอกสาร ที่ออกไปรณรงค์ ทำให้เห็นความจริงใจของสำนักงานประกันสังคม

“รู้มาเป็นปีแล้วว่าจะมีการเลือกตั้ง แต่เพิ่งทำเอกสารในการรณรงค์ในเดือนสุดท้าย และการที่เลขาธิการประกันสังคมไปแจกแผ่นประชาสัมพันธ์ด้วยตัวเอง ประมาณ 2-3 อาทิตย์ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง จึงขอตั้งคำถามว่า ถ้าท่านมีความจริงใจจริงๆ นี่คือการเตรียมตัวของสำนักงานประกันสังคมเหรอ ถ้าท่านทำงานในบริษัทเอกชน ท่านทำงานห่วยแตกแบบนี้ ท่านไม่มีโอกาสได้ไปต่อนะคะ แต่โชคดีไงที่ท่านยังอยู่ในระบบราชการ และระบบระเบียบต่างๆ มันคุ้มกะลาหัวพวกท่านได้ ทำให้พวกท่านทำงานห่วยๆ แล้วยังสามารถอยู่ในสำนักงานประกันสังคมต่อไปได้” น.ส.รักชนกกล่าว

น.ส.รักชนกกล่าวต่อว่า แม้ว่าตนจะไม่ได้เป็นผู้ประกันตน และไม่ได้เป็นนายจ้าง แต่ตนอยากเห็นสำนักงานประกันสังคมดีขึ้น มีความโปร่งใส และอยากจะทำให้คนที่มีการทุจริตคอร์รัปชั่น เห็บ-หมัด ที่มีการกัดกินประกันสังคมมาอย่างยาวนานตลอด 30 ปีต้องถูกจัดการ ซึ่งถ้าเรามีเจตจำนงตรงกันที่อยากเห็นสำนักงานประกันสังคมดีขึ้น ต้องขอแรงทุกคนในโค้งสุดท้ายให้ช่วยกันจริงๆ