หน้าแรก การเมือง สส.อ่างทอง-ระ...

สส.อ่างทอง-ระยอง-สงขลา-อยุธยา-เมืองคอน รุมสับน้ำท่วม รัฐบริหารไร้แผน ชีวิตแขวนบนเส้นด้าย

24.09.26 | 12:00 น.

สส.พร้อมใจหารือปัญหาน้ำท่วม “กรวีร์” จี้ กรมชลฯ-ปภ. เตือนภัยชาวอ่างทอง หลังเขื่อนเจ้าพระยาเร่งระบายน้ำ ด้าน “คงกฤช”ซัดกรมชลฯ บริหารไร้แผน ทำชาวอยุธยา เหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย ส่วน สส.เมืองคอน ร้องแก้ปัญหาน้ำท่วมปากพนัง ปกป้อง “ส้มโอทับทิมสยาม” ขณะที่“จูรี” ทวงแผนรับมือน้ำท่วมหาดใหญ่ หวั่นฝนตกหนัก แต่ชาวบ้านยังงงกับการบริหารจัดการ


เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 กันยายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม โดยเปิดให้สมาชิกปรึกษาหารือปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ในปัญหาน้ำท่วมที่บางจังหวัดกำลังเผชิญอยู่ และบางจังหวัดน้ำกำลังมา โดย นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวให้กำลังใจประชาชนชาวอ่างทอง และประชาชนที่อยู่บริเวณริมน้ำเจ้าพระยา ในสถานการณ์น้ำในช่วงนี้

ขณะที่ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย กล่าวขอบคุณนายเท่าพิภพ ที่ให้กำลังใจชาวอ่างทอง และหารือว่าได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้าน ที่อาศัยบริเวณ แม่น้ำน้อย เกี่ยวกับการบริหารจัดการระบายน้ำของกรมชลประทาน เนื่องจากไม่กี่วันที่ผ่านมาระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ระบายเพิ่มขึ้นสูง จาก 600 กว่าลูกบาศก์เมตรมาปัจจุบันเกือบ 1800 ลูกบาศก์เมตร ทำให้ชาวบ้านเตรียมตัวไม่ทันได้รับผลกระทบ

“จึงฝากถึงกรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) และจังหวัดอ่างทองเร่งรัดการป้องกันการแจ้งข่าวสารให้กับประชาชนในการเตรียมรับน้ำในรอบนี้ และในอีกไม่กี่วัน ดังนั้นช่วงสิ้นเดือนอยากให้เตรียมการป้องกันและแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยาริม แม่น้ำน้อยโดยเร่งด่วน” นายกรวีร์กล่าว

Advertisement

เช่นเดียวกับ นายคงกฤช รามศักดิ์ สส.พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย หารือถึงปัญหาของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมฉับพลัน ว่าขอฝากถามไปยังกรมชลประทาน เกี่ยวกับการบริหารบริหารจัดการระบายน้ำในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยในช่วงหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ดูเหมือนไม่มีอะไรน่ากังวล แต่หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมากรมชลประทานปรับแผนการระบายน้ำเพิ่มก้าวกระโดดจาก 700 ลูกบาศก์เมตรเป็น 1,600 ลูกบาศก์เมตร และมีแนวโน้มที่จะปรับสูงถึง 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเนื่องจากมีฝนตกจำนวนมาก และน้ำป่าไหลหลากภาคเหนือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ที่ไม่เข้าใจคือการบริหารจัดการระบายน้ำของกรมชลประทาน ควรทราบข้อมูล สภาพอากาศล่วงหน้าและคาดการณ์สถานการณ์น้ำได้ล่วงหน้า เหตุใดไม่ทยอยปล่อยน้ำตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้ทุกอย่างสมดุลกัน แต่กลับรอให้น้ำล้นตลิ่งแล้วปล่อยน้ำทีเดียวทำให้ประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถตั้งตัวได้ทันและเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ ยากต่อการใช้ชีวิต

“2-3เดือนที่ผ่านมากรมชลประทานพึ่งจะประกาศให้ประชาชนเตรียมรับมือภัยแล้ง แต่วันนี้กลับมีน้ำท่วมฉับพลัน มีฝนตกจำนวนมากในหลายพื้นที่ภาคกลาง จึงอยากให้กรมชลประทาน หยุดแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแบบไร้การวางแผน ไม่ใช่รอให้น้ำล้นตลิ่ง แล้วเร่งระบายน้ำ ราวกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่แขวนอยู่บนเส้นได้ นี่คือความผิดพลาดใช่หรือไม่ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ของผมต้องเผชิญปัญหาแบบนี้แทบทุกปี ฝนตกมากน้ำก็ท่วม ฝนตกน้อยน้ำก็ท่วม พี่น้องประชาชนไม่ได้ต้องการเงินเยียวยา ขออย่างเดียวเพียงแค่ให้น้ำไม่ท่วมในบ้านของเขา มันเทียบไม่ได้กับความเสียหายที่พวกเขาต้องเจอ นี่ไม่ใช่ปัญหาเชิงโครงสร้าง แต่คือปัญหาในการบริหารจัดการน้ำ“นายคงกฤช กล่าว

ส่วน นายสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ สส.กทม. พรรคประชาชน หารือเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมขังในซอยสถภาพงษ์1 แยก 7 แขวงหนองบอ นเขตประเวศ บริเวณโรงเรียนอยู่เป็นสุขอนุสรณ์ น้ำท่วมขังเป็นเวลานานตั้งแต่ปากซอยถึงหน้าโรงเรียน ทำให้เด็กนักเรียนหลบขึ้นทางเท้าไม่ได้ เพราะมีสิ่งของกีดขวางทำให้ต้องเดินลุยน้ำทุกวันซึ่งส่งผลต่อความสะดวกและสุขภาพของเด็กนักเรียน นอกจากนี้ยังชี้มีปัญหาน้ำท่วมขังในซอยอ่อนนุช 10 และซอยศิริพจน์ ส่งผลต่อผู้ที่อยู่อาศัยและผู้สัญจรไปมา จึงฝากสำนักงานระบายน้ำกรุงเทพมหานครเร่งสูบน้ำตรวจสอบลอกท่อระบายน้ำ เพื่อช่วยบรรเทาเหตุเดือดร้อนของประชาชนไม่ใช่ต้องให้ประชาชนรอน้ำลดทุกครั้งที่ฝนตก

ด้าน นางนันทวัน วิเชียร สส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย หารือ ปัญหาความเดือดร้อนชาวปากพนังเกี่ยวกับการระบายน้ำ ตำบลคลองน้อย เมื่อฝนตกหนักน้ำทะเลหนุนทำให้น้ำระบายยากท่วมพื้นที่เกษตรกรรม น้ำท่วมขังเป็นระยะเวลานานส่งผลต่อพืชทางเศรษฐกิจเช่น ส้มโอทับทิมสยาม ซึ่งเป็นพืชที่สร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ ดังนั้นขอเสนอให้แก้ไขในระยะยาว ยกระดับถนนให้สูงขึ้นและสร้างแนวกั้นน้ำที่ถาวร ส่วนในระยะสั้นต้องติดตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่

ขณะที่ นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ หารือว่า ตอนนี้สิ่งที่ชาวหาดใหญ่กังวลมากที่สุด และต้องการเห็นคือแผนการรับมือน้ำในหาดใหญ่ ว่ารัฐฐาลจะจัดการอย่างไร เข้าใจว่าก่อนหน้านี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมและถอดบทเรียนเตรียมแผนรับมือ และตั้งคณะกรรมการน้ำ ซึ่งประชุมกันเป็น 100 ครัง แต่สิ่งที่ประชุมมารู้เฉพาะในหน่วยงาน ชาวบ้านยังไม่ได้รับรู้ จึงมีความกังวลในใจ

“เวลาน้ำท่วมไม่ได้ท่วมพวกท่าน มันท่วมชาวบ้าน หลังจากนี้สิ่งที่สื่อสารออกมาแต่ละหน่วยงาน มันสะเปะสะปะจนไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดี และชาวบ้านก็งงในแผนรับมือ ท่านต้องประกาศออกมาเลย เช่น จะมีคณะคณะกรรมการน้ำจังหวัดสงขลา ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด กรมอุตุฯ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ ปภ. มอนิเตอร์น้ำที่ไหนอย่างไร ใช้ที่ไหนเป็นศูนย์บัญชาการ จุดติดตั้งดัน้ำตอนนี้มีเท่าไหร่ เมื่อน้ำเสร็จแล้วแจ้งเตือนประชาชนผ่านช่องทางไหนบ้าง”นายจูรีกล่าว

นายจูรี กล่าวต่อว่าหากสถานการณ์หนักขึ้น รถชาวบ้านที่ออกใหม่ป้ายแดงต้องจอดไว้ที่ไหนถึงจะปลอดภัย คนป่วยติดเตียงคนเปราะบางต้องอยู่ที่ไหน สิ่งเหล่านี้ชาวบ้าน ยังไม่รู้เลย จึงขอฝากรัฐบาลไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งจัดชุดสื่อสารให้เป็นชุดเดียวกันแล้วยิงตรงไปที่ชาวบ้าน หากท่านสื่อสารล้มเหลวเหมือนปีที่แล้วเท่ากับว่าบทเรียนปีที่แล้วไม่ได้นำกลับมาปรับปรุงแก้ไขเลย จะให้ชาวบ้านรู้จักกรมอุตุฯว่าอีก3วัน ฝนจะตกไปพร้อมกับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วรอฝนตกแบบนี้ไม่ได้ ต้องมีการบริหารจัดการในเชิงป้องกัน

ส่วน นายพศิน ปิตุเตชะ สส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ หารือเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งวางมาตรการเชิงป้องกันปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดระยองเป็นการด่วน หลังกรมอุตุนิยมวิทยาออกเตือนรับมือพายุฝนตกหนัก ว่า จากรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่าช่วงวันที่ 23–27 กันยายน จะมีปริมาณฝนตกหนักถึงหนักมากจากอิทธิพลของพายุ ซึ่งสถานการณ์จริงในพื้นที่ จ.ระยองเริ่มมีฝนตกหนักตั้งแต่คืนที่ผ่านมา สภาพปัญหาในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน โดยในพื้นที่อำเภอเมืองระยอง ซึ่งเป็นชุมชนหนาแน่น มักเผชิญปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบาย ขณะที่อำเภอเขาชะเมาซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขา น้ำจะชะลอตัวและมวลน้ำจะไหลลงสู่พื้นที่ต่ำ ส่งผลให้อำเภอแกลง โดยเฉพาะในตำบลบ้านนา ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำ เกิดน้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำทุกปี

นายพศิน กล่าวต่อว่า ขอเสนอมาตรการป้องกันและรับมือไปยังปภ. และจังหวัดระยอง ใน 3 ประเด็นหลัก คือ1.เตรียมความพร้อมเครื่องสูบน้ำ โดยขอให้ ปภ. ติดตั้งและตรวจเช็กสภาพเครื่องสูบน้ำประจำจุดเสี่ยงต่างๆ ให้พร้อมใช้งานได้ทันที 2. จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว เสนอให้ทางจังหวัดบูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดตั้งศูนย์พักพิงล่วงหน้า เพื่อรองรับการอพยพประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ และ 3.เปิดใช้งานระบบแจ้งเตือนภัย Cell Broadcast ขอให้ยกระดับการสื่อสารและแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast เพื่อส่งข้อมูลข่าวสารเตือนภัยถึงมือถือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างแม่นยำและรวดเร็ว
นายพศิน กล่าวว่า ตนได้ฝากประเด็นดังกล่าวไปยัง นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทยแล้ว ซึ่งได้รับการยืนยันว่าพร้อมรับฟังและเดินหน้าแก้ปัญหา ทั้งนี้ หากภาครัฐเร่งเตรียมแผนรับมือตั้งแต่ตอนนี้ จะช่วยลดและป้องกันความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้ทันเวลา ไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยปัญหาน้ำท่วมใหญ่อย่างพื้นที่หาดใหญ่ในอดีต