พิพัฒน์ ตั้งเป้าปี 71 เปลี่ยนรถเมล์ ขสมก. เป็นอีวี 100% จ่อถกคลังอุ้มค่าโดยสารกลุ่มรายได้น้อย
เมื่อวันที่ 24 กันยายน ที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานงานครบรอบ 50 ปี วันก่อตั้ง องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ถึง แผนการจัดหารถโดยสารไฟฟ้า (EV) ของขสมก. ว่า ขสมก.มีนโยบายเปลี่ยนรถโดยสารจากระบบสันดาป ทั้งรถที่ใช้น้ำมันและก๊าซ มาเป็นรถพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด เพื่อก้าวเข้าสู่การใช้พลังงานสะอาดและช่วยลดปัญหาฝุ่น PM2.5
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับการจัดหารถ EV ชุดแรกจำนวน 1,520 คัน ขสมก.จะทยอยรับมอบภายในปี 2570 แบ่งเป็นภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2570 จำนวน 500 คัน สิ้นเดือนเมษายน 2570 อีก 500 คัน และสิ้นเดือนพฤษภาคม 2570 อีกประมาณ 520 คัน รวม 1,520 คัน เพื่อทยอยทดแทนรถโดยสารระบบสันดาปเดิม อย่างไรก็ตาม รถจำนวน 1,520 คันยังไม่เพียงพอต่อการปรับปรุงการให้บริการ ดังนั้นรัฐบาลจึงสนับสนุนให้ ขสมก.จัดหารถ EV เพิ่มอีก 800 คัน โดยคาดว่าจะได้รับรถภายในเดือนธันวาคม 2570 และตั้งเป้าภายในสิ้นปี 2571 รถโดยสารของ ขสมก.ที่ให้บริการประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะเปลี่ยนเป็นรถ EV ทั้งหมด
“สิ้นปี 2571 รถเมล์ของ ขสมก.ที่ออกมาให้บริการผู้โดยสารในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะเป็นรถ EV ทั้งหมด 100%” นายพิพัฒน์ กล่าว
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การเปลี่ยนมาใช้รถ EV นอกจากลดการปล่อยมลพิษแล้ว ยังช่วยลดภาระต้นทุนของ ขสมก. โดยเฉพาะค่าซ่อมบำรุงและต้นทุนพลังงาน เนื่องจากรถส่วนหนึ่งเป็นระบบเช่า ซึ่งเมื่อรถมีปัญหาไม่จำเป็นต้องแบกรับภาระการซ่อมในลักษณะเดิม ขณะที่ต้นทุนพลังงานไฟฟ้ามีความผันผวนน้อยกว่าน้ำมันและก๊าซ
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนอัตราค่าโดยสารสำหรับประชาชน ยืนยันว่าค่าโดยสารเริ่มต้นจะปรับจาก 8 บาท เป็น 15 บาท แต่สำหรับการช่วยอุดหนุนกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ยังอยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อออกแบบกลไกช่วยเหลือให้เหมาะสม หลังรถเมล์ร้อนทยอยหมดไป โดย ขสมก. อยู่ระหว่างจัดทำข้อมูลการใช้บริการ เพื่อให้สามารถแยกกลุ่มผู้โดยสารและออกแบบมาตรการช่วยเหลือได้ตรงกลุ่มมากขึ้น ทั้งนี้ บทบาทของ ขสมก. และระบบขนส่งสาธารณะ ไม่ได้มุ่งแสวงหากำไรจากประชาชน แต่ต้องทำหน้าที่ให้บริการและช่วยลดภาระค่าเดินทาง โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ขณะเดียวกันการลดต้นทุนการดำเนินงานจะช่วยลดจำนวนเงินที่ภาครัฐต้องเข้ามาสนับสนุนในอนาคต
“อะไรที่เป็นเรื่องของเพื่อมวลชน อย่าไปหวังเลยว่าจะมีกำไร ไม่ว่าจะเป็นรถเมล์หรือรถไฟ เพราะเป็นการให้บริการประชาชน รัฐต้องเข้ามาช่วยเหลือ” นายพิพัฒน์กล่าว
นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่า ปัจจุบัน ขสมก. ยังอยู่ภายใต้แผนฟื้นฟู และจะเดินหน้าตามแนวทางที่กำหนดไว้ โดยคาดว่าหากโครงการจัดหารถโดยสารไฟฟ้าใหม่แล้วเสร็จ จะช่วยให้สถานะทางการเงินของ ขสมก.ดีขึ้น โดยภาวะขาดทุนจะลดลง และมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น เนื่องจากรถใหม่จะเข้ามาแทนรถโดยสารระบบสันดาปที่มีต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าซ่อมบำรุงสูง



