หน้าแรก การเมือง ปกรณ์ เดินหน้...

ปกรณ์ เดินหน้าปฏิรูปรัฐ ชูแนวคิดเปลี่ยน ‘ผู้ควบคุม’ สู่ ‘ผู้ส่งเสริม’ ปรับปรุงกม.ล้าหลัง ลดขั้นตอนไม่จำเป็น

24.09.26 | 15:25 น.

‘ปกรณ์’ ชูแนวคิดปฏิรูปรัฐ จาก ‘ผู้ควบคุม’ สู่ ‘ผู้ส่งเสริม’ ลดกฎหมายอุปสรรค-สร้างความเชื่อมั่น รับโลกยุค ‘Super Dynamic’

เมื่อวันที่ 24 กันยายน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน “Do’s and Don’ts: ประเทศไทยในเกมโลก” ถึงแนวทางการปฏิรูปภาครัฐเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุค “Super Dynamic” ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Quantum Computing ซึ่งล้วนส่งผลต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ รูปแบบธุรกิจ และพฤติกรรมของผู้บริโภค และภายใต้ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับตัวให้ทัน โดยเฉพาะโครงสร้างและวิธีการทำงานของภาครัฐ ซึ่งไม่ควรทำหน้าที่เป็นเพียง “ผู้ควบคุม” (Controller) ที่เน้นการอนุมัติ อนุญาต และการกำกับด้วยกฎระเบียบ แต่ต้องปรับบทบาทไปสู่การเป็น “ผู้ส่งเสริม” (Facilitator) ที่ช่วยลดอุปสรรคและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินชีวิต การประกอบธุรกิจ และการพัฒนาประเทศ


แนวทางสำคัญคือ การทบทวนและปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่ไม่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และยึดหลักว่าประชาชนสามารถดำเนินการในสิ่งที่กฎหมายไม่ได้ห้าม เพื่อให้ภาครัฐสามารถรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและรูปแบบธุรกิจใหม่ได้รวดเร็วขึ้น โดยแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการดำเนินงานของรัฐบาลที่กำลังเร่งทบทวนกฎหมายและข้อบังคับที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวแก่ภาคเอกชนและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

นอกจากนี้ ประเทศไทยเตรียมปรับโครงสร้างด้านภาษีและระบบงบประมาณ รวมถึงการจัดบริการสาธารณะให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ ทั้งการเข้าสู่สังคมสูงวัยและการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อให้ทรัพยากรของภาครัฐสามารถตอบโจทย์โครงสร้างประชากรและเศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม
ในส่วนของการรับมือความไม่แน่นอนของโลก ไทยควรนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ โดยให้ความสำคัญกับความพอประมาณ ความมีเหตุผล การมีภูมิคุ้มกัน ตลอดจนการใช้ความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจ เพื่อให้ประเทศสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกได้อย่างมีเสถียรภาพ

Advertisement

นายปกรณ์กล่าวว่า ความสำคัญเป็นพิเศษคือ การเสริมสร้างหลักนิติธรรมและความเชื่อมั่น (Trust) เพราะการพัฒนาประเทศในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วไม่สามารถอาศัยเพียงกฎหมาย นโยบาย หรือเทคโนโลยีเท่านั้น แต่จำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นระหว่างประชาชนด้วยกัน ระหว่างประชาชนกับภาครัฐ ระหว่างภาคธุรกิจ ตลอดจนความเชื่อมั่นระหว่างประเทศ โดยหัวใจของการปฏิรูปรัฐ ไม่ใช่เพียงการลดจำนวนกฎหมายหรือขั้นตอน แต่คือการเปลี่ยนวิธีคิดของภาครัฐ จากการควบคุมไปสู่การอำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถเดินหน้าได้ภายใต้กติกาที่ชัดเจน โปร่งใส และเป็นธรรม พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในทุกระดับ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและพาประเทศไทยรับมือกับโลกยุค Super Dynamic