หน้าแรก การเมือง  โรม อยากสอบ ...

 โรม อยากสอบ อธิการ มศว เชื่อมีข้อมูลพัน ทองเจือ ชี้คนเกี่ยวโยงท้องถิ่นใหญ่กว่าอธิบดี

24.09.26 | 15:47 น.

โรม อยากสอบ อธิการ มศว เชื่อมีข้อมูลพัน ทองเจือ ชี้คนเกี่ยวโยงท้องถิ่นใหญ่กว่าอธิบดี


เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 24 กันยายน ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี กมธ.การกฏหมายฯ มีมติเสียงข้างมากใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อำนาจเรียกนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และนายชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เข้าชี้แจงกมธ.ฯ กรณีการทุจริตสอบท้องถิ่น วันที่ 8 ตุลาคมนี้ กล่าวว่า วันนี้เราพบตัวละครใหม่ค่อนข้างเยอะ เรียกว่าหากข้อกล่าวหาเป็นความจริง จะมีนักการเมืองหลายคนที่ถูกเชื่อมโยงกับการทุจริตสอบท้องถิ่น โดยข้อสรุปของกรรมาธิการคือมีมติในการใช้อำนาจเรียกโดยเรียกบุคคลดังต่อไปนี้คือ นายอนุทิน ในฐานะนายกรัฐมนตรี ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายอนุทินติดภารกิจไปต่างประเทศ ตนเข้าใจเรื่องภารกิจ แต่มีพฤติกรรมก่อนหน้านี้หลายครั้ง ซึ่งเราพิจารณาเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่นหลายครั้ง และเชิญอนุทินเกือบทุกครั้ง แต่นายนุทินไม่เคยมาเลย และเป็นอีกครั้งที่นายอนุทินไม่แม้กระทั่งสั่งการมอบผู้แทนมาชี้แจงแทน ดังนั้น จึงทำให้กมธ.มีมติเรียกนายอนุทินมาชี้แจงต่อกรรมาธิการในวันที่ 8 ตุลาคมนี้

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า คนที่สองคือนายนฤชา ส่วนคนที่สามคือนายชลวิทย์ อธิการบดี มศว ก่อนหน้านี้เราได้มีการเชิญ มศว มาหลายครั้ง เกือบทุกครั้งส่งตัวแทนมาชี้แจง โดยเราได้ข้อมูลมาคืออธิการบดีน่าจะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะเรื่องของการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ คณะทำงานนายกรัฐมนตรี กับการจัดสอบท้องถิ่น

ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้รับข้อมูลว่ามีการประสานงานโดยคนของสถ. ไปที่นายทองเจือให้ไปพูดคุยกับมศว ซึ่งมศว ปฏิเสธว่าการพูดคุยกับนายทองเจือ ไม่ได้เป็นในเรื่องของการจัดสอบว่าจะเป็นการจัดสอบแบบกระจายศูนย์หรือรวมศูนย์ คำถามที่สำคัญคือการพูดคุยดังกล่าวเป็นการพูดคุยเรื่องอะไรและกระทบเกี่ยวพันกับการทุจริตสอบท้องถิ่นหรือไม่ นี่เป็นประเด็นที่เราต้องการได้คำตอบ ซึ่งอธิการบดี มศว น่าจะเป็นผู้ที่สามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับกรรมาธิการได้ ส่วนบุคคลอื่นกมธ.จัดทำหนังสือเชิญเพื่อมาให้ข้อมูลกับกรรมาธิการอีกครั้ง

Advertisement

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ 2 ที่ตนคิดว่าเป็นประเด็นใหญ่และน่าจะเป็น ประโยชน์ต่อสาธารณะคือคนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ซึ่งหน่วยงานของรัฐ มีข้อมูลเส้นเงินที่เชื่อมโยงกับบุคคลต่างๆ ไม่น้อยกว่า 70 คน ซึ่งเป็นทั้งบุคคลที่เป็นระดับสูงและบุคคลทั่วไป ซึ่งบุคคลที่เราพบว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตเชื่อได้ว่าสูงกว่าระดับอธิบดีแล้วน่าจะอยู่ในกระทรวงมหาดไทย แต่ขอไม่ระบุว่าเป็นใคร ยังอยากให้โอกาสเขา จากที่ทราบน่าจะเป็นข้าราชการคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ชิดกับนายอนุทิน ไปไหนไปกัน ไปไหนไปด้วย อยู่ตลอดเวลา หากข้อกล่าวหานี้เป็นจริงก็คงจะต้องมีการดำเนินการต่อ

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตนได้รับข้อมูลเรื่องเด็กนายมาว่ามีใครบ้าง จากที่ตรวจสอบเบื้องต้นเป็นคนนามสกุลดัง และบุคคลสำคัญหลายคน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวยืนยันโดยหน่วยงานของรัฐว่าเป็นข้อมูลที่ได้มาเช่นเดียวกัน ฉะนั้นจึงมีมูลที่กมธ.ต้องตรวจสอบต่อไปว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร รวมถึงความเชื่อมโยงนี้ยังไปถึงนักการเมือง บางคนเป็นสส. บางคนเป็นระดับประธานกรรมาธิการ บางคนอาจจะใหญ่กว่าสส. ซึ่งจะมีการตรวจสอบต่อไป

เมื่อถามว่า ที่มีการระบุว่าใหญ่กว่าสส. เป็นระดับรัฐมนตรีหรือไม่ และที่บอกว่าใหญ่กว่าอธิบดี คือปลัดใช่หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนยังระบุเช่นนั้นไม่ได้ เนื่องจากเส้นเรื่องของเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลายคน ซึ่งอาจจะใหญ่กว่าสส. และอาจจะใหญ่กว่ารัฐมนตรี ขณะนี้ยังบอกได้เท่านี้ก่อน เพราะจำเป็นต้องตรวจสอบทางข้อเท็จจริงก่อน แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่เราต้องตั้งคำถามกับตัวเราเองในฐานะคนไทยว่าเราจะปล่อยให้เรื่องนี้จบแค่เพียงข้าราชการไม่กี่คน อาจจะมีตัวใหญ่บางคนบ้าง แต่ทุกอย่างก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มูฟออนเดินหน้ากันต่อ ย้ำว่าเป็นเรื่องสำคัญที่เราอยู่เฉยไม่ได้

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า โดยข้อมูลของคณะทำงานที่นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ทำพบว่ามีการชี้มูลบุคคลหลายบุคคล ปรากฏว่าวันนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้ มีการทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์ แต่ยังไม่มีการให้รายงานและเอกสารใดๆ เลย ต่อ ป.ป.ช. ซึ่งวันนี้กมธ.ก็มีมติขอเอกสารชุดนี้ไปยังนายกฯ ด้วยหวังว่าจะได้รับความร่วมมือ

“สิ่งที่น่าตกใจคือวันนี้ป.ป.ช. ก็ยังไม่ได้เริ่มตรวจข้อสอบเลย ยังไม่ได้นำกระดาษคำตอบต่างๆ มาดู โดยอ้างเหตุผลว่าไม่มีเงิน ในการที่จะไปเช่าเครื่องเพื่อมาตรวจ นั่นหมายความว่ากระบวนการที่จะหาผู้กระทำผิดเรื่องนี้ มีปัญหา มีความล่าช้าแน่นอน ต้องชื่นชม ป.ป.ช. ในส่วนอื่นที่เขาทำได้และพยายามทำอยู่ แต่ในเฉพาะส่วนของข้อสอบ ต้องไปดูกันอีกครั้งว่าตกลงแล้วมีรายละเอียดอย่างไร ซึ่งมีข้อกล่าวหาว่าบางคนสมัครอย่างเดียวแต่ไม่ได้เข้าสอบด้วยซ้ำ แต่กลับมีรายชื่อสอบได้” นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามว่า กรณีของนายทองเจือนั้น นายอนุทินเคยบอกว่าทำหนังสือถามความเชื่อมโยงของนายทองเจือกับการทุจริตสอบท้องถิ่นถึงผบ.ตร.ไปแล้ว ได้คำตอบแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยเรื่องของคำตอบได้ มองว่ามีนัยยะอะไรหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า วันนี้นายกฯ มีหนังสือสั่งการให้กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้ามาชี้แจงต่อกรรมาธิการ ท่านทราบหรือไม่ว่าปปป. มาหรือไม่ ซึ่งปปป.ก็ไม่มา คำถามคือการที่หน่วยงานของรัฐไม่แม้แต่จะเชื่อฟังคำสั่งของนายกฯ และไม่มาตอบคำถามกับกรรมาธิการ

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าน่ากังวลต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการต่างๆ และในส่วนของการทำหนังสือถึงนายทองเจือ เราเจอหลายกรณีว่าทำหนังสือถึงไปแล้ว สมมติว่าหน่วยงานไม่พบข้อมูล ท่านจะรีบสันนิษฐานหรือสรุปหรือไม่ว่าคนคนนี้บริสุทธิ์ผุดผ่อง ตนมองว่าสรุปไม่ได้ เพราะข้อมูลที่มีความเชื่อมโยงระหว่างนายทองเจือกับการสอบครั้งนี้ เป็นข้อมูลที่เปิดเผยผ่านกมธ.การกฏหมาย เมื่อเป็นเช่นนี้หลายหน่วยงานข้อมูลอาจจะไม่ทราบข้อมูลนี้ ส่วนหนึ่งที่ไม่ทราบคือ ท่านอาจไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสอบข้อเท็จจริงอย่างที่ควรจะเป็น นี่เป็นปัญหา

“ผมคิดว่าเรื่องนายทองเจือ ให้นายทองเจือตอบไหม ผมว่าหากให้ดี นายกฯ ควรจะไปบอกนายทองเจือ ให้เข้ามาชี้แจงกับกรรมาธิการ ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า“นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามว่า หากใช้อำนาจเรียกแล้วนายกฯไม่มาอีก จะมีการดำเนินการอย่างไรต่อ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ต้องมีการดำเนินการตามพ.ร.บ.ซึ่งถ้านายกฯ ไม่มานั้น ไม่มาด้วยเหตุผลอะไร ถ้าไม่มีเหตุผลอันสมควรก็ต้องดูว่าอาจจะต้องพิจารณาในการดำเนินการ ซึ่งมีโทษที่สามารถดำเนินการได้ ทั้งทางการเมืองและทางกฎหมาย ส่วนของข้าราชการก็ดำเนินการเรื่องของวินัย ดังนั้น สุดท้ายขอให้รอดูวันที่ 8 ตุลาคมว่าท่านจะมาหรือไม่มา ซึ่งเราทำหน้าที่เต็มที่ในฐานะกรรมาธิการ ย้ำว่าหากใครไม่มาก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งอาจจะมีเรื่องอื่นๆ ตามมา

///