พีมูฟ ประกาศปักหลักหน้าทำเนียบฯ 28 ก.ย. หลังมติ ครม.ยุบธนาคารที่ดิน ซัดรัฐเดินสวนข้อตกลง
เมื่อวันที่ 24 กันยายน ‘พีมูฟ’ ประกาศปักหลักหน้าทำเนียบฯ” 28 กันยายน นี้ ก่อนเส้นตาย 30 ก.ย.ใกล้เข้ามา หลังมติ ครม.ปิดฉาก “อนาคตธนาคารที่ดิน” ซัดรัฐเดินสวนข้อตกลง ขณะกลไกการแก้ปัญหายังไม่ทันได้ข้อสรุป
เชิญชวน ร่วมจับตา เมื่อศึก “ที่ดิน” ถูกบีบให้จบบนเส้นตาย 30 กันยายน หลังมีรายงาน มติครม.15 กันยายน 2569 เดินหน้ายุติบทบาท บจธ.กลายเป็นชนวนที่พีมูฟออกมาเคลื่อนไหวทวงคำตอบ และเพื่อส่งสัญญาณการต่อสู้ทางการเมืองบนท้องถนนให้รับรู้ว่าขณะที่กลไกที่ตั้งขึ้นเพื่อหาทางออกรองรับภารกิจยังไม่ได้ข้อสรุป เส้นตาย 30 กันยายน จึงไม่ควรเป็นวันสิ้นสุดของอนาคตธนาคารที่ดิน
และนี่คือ ชีวิตจริง! กับการต่อสู้ที่ยังไม่สิ้นสุด เมื่อความหวังในสิทธิที่ดินของคนจน ถูกลบด้วยมติ ครม.
“จาก 3 – 11 สิงหาคม สู่ 28 กันยายน ทำไมประชาชนต้องกลับมาที่ทำเนียบฯ”
ความขัดแย้งไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในเดือนกันยายน ซึ่งในช่วงต้นเดือนสิงหาคม
หากย้อนกลับไปช่วงระหว่างวันที่ 2 – 11 สิงหาคม 2569 พีมูฟเข้าปักหลักชุมนุม หนึ่งในข้อเสนอสำคัญคือกเพื่อคัดค้านการยุบ บจธ.และเดินหน้ากลไกเพื่อศึกษารูปแบบการจัดตั้งธนาคารที่ดินและแนวทางรองรับภารกิจเดิม กระทั่งการประชุมหาทางอออกได้มีการตั้งกลไกพิจารณาปัญหา รวมถึงคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของพีมูฟ และอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาการกระจายการถือครองที่ดิน ซึ่งเป็นอีกหัวใจสำคัญหนึ่งในการจัดการที่ดินทำกินและการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม
การชุมนุมเดินทางมาถึงวันที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมา ขณะที่พีมูฟเคลื่อนขบวนมาปักหลักมารอฟังผลการประชุม ครม. หน้าทำเนียบฯ ได้รับการสื่อสารว่า นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการแก้ไขปัญหาของพีมูฟ ได้แจ้งผลการประชุม ว่าคณะรัฐมนตรีรับทราบข้อสรุปการแก้ปัญหาทุกข้อ ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่าไม่มีนโยบายยุบหรือยกเลิกสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดินแน่นอน พีมูฟจึงได้ออกแถลงการณ์ยุติการชุมนุม หลังปักหลักมาเป็นเวลา 9 วัน
การเคลื่อนไหวดังกล่าว ยังนำไปสู่การตั้งกลไกพิจารณาปัญหา รวมถึงมีการตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของพีมูฟ และคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาการกระจายการถือครองที่ดินตามแนวทางของ บจธ.ต่อมาได้มีการประชุมต่อเนื่องในวันที่ 17 สิงหาคม และ 3 กันยายน 2569 แต่ยังไม่มีข้อสรุปสุดท้ายที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ คทช.
เส้นตายกลับขยับเข้ามาเร็วกว่าคำตอบ หลังมีรายงานมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 สั่งยกเลิก ธนาคารที่ดิน พร้อมเร่งประกาศผ่านราชกิจจานุเบกษา
จุดนี้จึงกลายเป็นข้อโต้แย้งของพีมูฟว่า เมื่อรัฐบาลตั้งกลไกขึ้นมาเพื่อหาทางออก เหตุใดจึงตัดสินใจยุติ บจธ.ก่อนที่กลไกนั้นจะได้ข้อสรุป ทั้งที่กระบวนการหากลไกรองรับยังไม่เสร็จสิ้น ทั้งที่เป็นเรื่องของความต่อเนื่องของกระบวนการที่รัฐบาลเปิดขึ้นเพื่อหาทางออกร่วมกันในการแก้ไขปัญหาการกระจายการถือครองที่ดินและสร้างความเป็นธรรมด้านที่ดินให้กับประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่ยังขาดแคลนที่ดินทำกินและต้องเผชิญกับปัญหาความไม่เป็นธรรมด้านการถือครองที่ดินมาอย่างต่อเนื่อง
“30 กันยายน เส้นตายขององค์กร หรือเส้นตายของคำตอบ”
นี่คือหัวใจของเรื่องทั้งหมด หากวันที่ 30 กันยายน บจธ. สิ้นสุดลง แต่คำตอบเรื่องกลไกใหม่ยังไม่เกิดขึ้น คำถามที่ตามมาจะกลายเป็นว่า ประชาชนที่รอการแก้ไขปัญหาที่ดินจะเดินต่ออย่างไร งบประมาณและทรัพยากรจะถูกโอนต่อหน่วยงานใด ข้อมูลและกระบวนการแก้ไขปัญหาจะถูกส่งต่ออย่างไร ที่สำคัญรัฐจะทำอย่างไรไม่ให้การเปลี่ยนผ่านกลายเป็นสุญญากาศ เพราะปัญหาที่ดินไม่ได้หมดอายุไปพร้อมกับพระราชกฤษฎีกาหรือวันสิ้นสุดขององค์กร
รัฐบาลจึงไม่ควรปล่อยให้การเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นก่อนเส้นตาย 30 กันยายน ให้กลายเป็นวันสิ้นสุดความหวังของประชาชน แต่ควรเป็นวันที่ต้องมีคำตอบให้ชัดว่า เมื่อรัฐบาลปิดประตูบานเดิม จะเปิดประตูบานใหม่ให้ประชาชนเดินต่ออย่างไร
เพราะเมื่อถึงวันนั้น สิ่งที่หมดอายุหาใช่เป็นเพียงสถานะขององค์กรสิ้นสุดลง แต่กระบวนการแก้ไขปัญหาก็ยังอยู่ ความเหลื่อมล้ำการถือครองทำประโยชน์ในที่ดินก็ยังงคงเกิดขึ้นอยู่ เกษตรกรที่ไร้ที่ดินทำกินยังต้องการที่ทำกิน เสียงเรียกร้องการต่อสู้ของประชาชนก็ไม่มีวันจบ




