“เจเศรษฐ์” สายตรง “ภัทรพงศ์” เร่งแก้ น้ำท่วมสะพานขาด จ.กำแพงเพชร พร้อมกางเกณฑ์ “ประกันภัยพิบัติ” รูปแบบใหม่
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 24 กันยายน ที่องค์การบริหารส่วนตำบลธำมรงค์ อ.เมืองกำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยมี นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร นายพชรเสฏฐ์ บุญศิริสาริศา ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการ นายสมเกียรติ ชื่นอยู่ นายอำเภอเมืองกำแพงเพชร นายเกรียงศักดิ์ กลางนภา นายก อบต.ธำมรงค์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่กว่า 150 คน เข้าร่วม
ทั้งนี้ เมื่อเดินทางถึง นายเจเศรษฐ์ ได้รับทราบสถานการณ์ผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในห้วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ สะพานข้ามแม่น้ำปิงระหว่าง ต.คณฑี-ต.ธำมรงค์ อ.เมืองกำแพงเพชรขาด ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการสัญจรเป็นจำนวนมาก ซึ่งสะพานดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท จึงได้ต่อสายโทรศัพท์ไปยังนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อเร่งรัดการดำเนินการซ่อมแซมแก้ไข โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในช่วงต้นปีงบประมาณ พ.ศ.2570

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ตนได้รับรายงานจากนายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เกี่ยวกับการเกิดสถานการณ์อุทกภัยในห้วงวันที่ 18-20 กันยายน 2569 ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 55 ครัวเรือน ซึ่งในวันนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว รวมถึงความเสียหายของสะพานข้ามแม่น้ำปิงระหว่าง ต.คณฑี-ต.ธำมรงค์ จึงได้โทรศัพท์ไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเพื่อเร่งรัดให้แก้ไขปัญหา ซึ่งท่านรัฐมนตรีได้ตอบรับในการสั่งการกรมทางหลวงชนบท เร่งแก้ไขโดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในต้นปีงบประมาณ พ.ศ.2570
นายเจเศรษฐ์ ระบุว่า หลังจากวันที่ 1 ตุลาคม 2569 หากประชาชนได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่าง ๆ จะได้รับการชดเชยเยียวยาผ่านประกันภัยพิบัติแห่งชาติ โดยไม่ต้องทำกระบวนการเฉกเช่นที่ผ่านมาที่จะต้องมีการสำรวจความเสียหาย ซึ่งประกันภัยพิบัติแห่งชาติครอบคลุมบ้านทุกหลังคาเรือน ทั้งที่มีบ้านเลขที่และไม่มีบ้านเลขที่ แต่ขอให้ “มีพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่จริง” โดยเมื่อจังหวัดประกาศเขตุพื้นที่ภัยพิบัติ อาทิอุทกภัย อย่างเร็วสุดภายใน 7 วัน ช้าสุด 15 วัน ประชาชนจะได้รับเงินทันที 10,000 บาทแรก และรับเงินค่าซ่อมแซมบ้านเรือนสูงสุด 90,000 บาท โดยทางประกันภัยฯ จะใช้วิธีวัดจากระดับความสูงของน้ำเปรียบเทียบเกณฑ์การจ่ายเยียวยาตามลำดับ

“ขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านนายอำเภอ รวมถึงส่วนราชการต่าง ๆ ได้สร้างการรับรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนในเรื่องของการที่รัฐบาลได้ซื้อประกันภัยพิบัติแห่งชาติให้กับพี่น้องประชาชน ทดแทนการจ่ายเงินเยียวยาซึ่งทุกปีรัฐจะต้องใช้งบประมาณกลางในการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบสาธารณภัยปีละ 20,000 กว่าล้านบาท โดยเมื่อรัฐบาลได้ซื้อประกันภัยพิบัติแห่งชาติแล้ว จะส่งผลให้เงินงบประมาณกลางนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศในด้านอื่น ๆ ต่อไป”นายเจเศรษฐ์ กล่าว
นายเจเศรษฐ์ ยังได้กล่าวถึงในเรื่องของการซ่อมแซมถนนหนทางที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยฝากให้ทาง อบต.ธำมรงค์ เร่งสำรวจออกแบบให้ทันการขอใช้จ่ายงบประมาณปีงบประมาณ พ.ศ.2571 แต่ในระหว่างนี้ สามารถประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดเข้ามาร่วมช่วยเหลือซ่อมแซมไปพลางก่อน พร้อมทั้งกล่าวถึงการบริหารจัดการน้ำ ที่ในขณะนี้ทางรัฐบาลได้ยกระดับการป้องกันสถานการณ์ แต่เนื่องจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงจากผลกระทบสภาวะโลกเดือด ดังที่คนเฒ่าคนแก่พูดว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะความชื้นจากใต้พื้นผิวได้ระเหยไปสู่ชั้นบรรยากาศ เมื่อไปอยู่ข้างบนมันโดนผลกระทบจากก๊าซเรือนกระจกจากภาวะโลกเดือด พอลอยออกไปไม่ได้ จึงกลายเป็นน้ำฝนและเป็นปริมาณน้ำฝนที่ตกหนัก และตกอยู่กับที่ แต่อย่างไรก็ตาม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้มีการติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง และหากมีการแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast ขอให้เชื่อว่าจะเกิดเหตุแน่นอน และท้องที่ ท้องถิ่น ต้องทำให้ประชาชนทุกคนปลอดภัย

นอกจากนี้ นายเจเศรษฐ์ ยังได้ฝากให้จังหวัดและอำเภอได้สำรวจทุกอำเภอว่ามีสระว่ายน้ำสาธารณะในพื้นที่หรือไม่ หากมีต้องปรับปรุงและดูแลให้มีความสมบูรณ์และมีคุณภาพสามารถใช้การได้จริงตามมาตรฐาน หากไม่มี ให้เร่งสำรวจสถานที่และจัดทำคำของบประมาณในปีงบประมาณ พ.ศ.2571 เพื่อสร้างสระว่ายน้ำสำหรับใช้ประโยชน์ในการเรียนรู้ทักษะการเอาตัวรอดจากการจมน้ำ โดยเด็กทุกคนในทุกอำเภอจะต้องว่ายน้ำเป็น 100%




