‘อนุทิน’ พบคนไทยในนิวยอร์กชื่นมื่น ยันรบ.มีความมั่นคง ทำงานแบบฟาสต์แทร็ก ขออย่าห่วง ศก.กำลังดีขึ้น
เมื่อวันที่ 24 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 กันยายน (ตามเวลาท้องถิ่นนครนิวยอร์ก ช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง )นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญครั้งที่ 81 ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา และนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา พร้อมคณะเดินทางไปยังวัดพุทธไทยถาวรวนาราม นครนิวยอร์ก และเข้านมัสการ พระครูวิทูรธรรมประกาศ เจ้าอาวาสวัดพุทธไทยถาวรวนาราม โดยนายกฯและภริยา เข้าสักการะพระแก้วมรกต ภายในอุโบสถวัดพุทธไทยถาวรวนาราม จากนั้น ถวายผ้าไตรและเครื่องไทยธรรม พร้อมกรวดน้ำและรับพรเพื่อความเป็นสิริมงคล

จากนั้นนายกฯ ทักทายคนไทยที่มารอต้อนรับอย่างเป็นกันเอง โดยแสดงความยินดีที่ได้มาพบกับคนไทยที่วัดแห่งนี้ และมีโอกาสพบกับนางสมจิต ธรรมสุริยะมิตร อดีตเจ้าของร้านอาหารผ่องศรีในนิวยอร์ก เป็นผู้ให้ความเมตตาดูแลนายกฯตั้งแต่ช่วงเป็นนักเรียนที่นิวยอร์ก เป็นผู้ให้โอกาสได้ทำงานพาร์ทไทม์ หารายได้พิเศษ โอกาสนี้ นายกฯได้แนะนำรัฐมนตรีร่วมคณะมาด้วย อย่างเช่น นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ กำลังเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐฯใกล้จะจบแล้ว และแนวโน้มเป็นไปทางที่ดี และนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม บุตรชาย นายเนวิน ชิดชอบ เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ไฟแรง เป็นผู้มีความขยัน เปรียบเสมือนหลานแท้ๆ ของตน นายอนุทิน กล่าวว่า ขอประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง ยืนยันไม่มีเรื่องของความรุนแรงจะต้องเผชิญหน้ากัน
ส่วนข่าวออกมาไม่ว่าจะออกมาจากไหนนั้นไม่ทราบ แต่หากใครมีญาติอยู่บริเวณชายแดน ขอไม่ต้องห่วงว่าใครจะมารังแก และไม่ต้องห่วงว่าจะเสียดินแดน เพราะเราป้องกันอธิปไตยไว้เต็มที่ ขณะนี้เหลือแต่เพียงว่าเมื่อไหร่จะพร้อมเจรจา โดยผู้ที่จะกำหนดเงื่อนไขต่างๆ ต้องเป็นประเทศไทย เพราะไทยถูกคุกคามโดยใช้อาวุธสงครามยิงเข้ามาทำร้ายประชาชนของเรา ได้ดำเนินการตอบโต้ เพื่อปกป้องอธิปไตย เต็มที่ ทำให้ขณะนี้ทุกอย่างจึงค่อนข้างที่จะมีความสงบ ทั้งนี้มีโอกาสได้พบกับผู้นำหลายประเทศ พบกับภาคเอกชนชั้นนำที่ลงทุนในประเทศไทย ซึ่งภาคเอกชนเหล่านี้ต่างเชื่อมั่นในประเทศไทย เพราะในขณะที่สถานการณ์ทั่วโลกที่มีสงคราม ความขัดแย้ง แต่ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะให้ภาคเอกชนไปขยายการลงทุน ทำธุรกิจ ด้วยความได้เปรียบด้านโลจิสติกส์ สภาพทางภูมิรัฐศาสตร์
นายกฯ กล่าวว่า ขณะที่ระบบการทำงาน ของรัฐบาลมีประสิทธิภาพ เรื่องที่บอกว่าข้าราชการเป็นเจ้าคนนายคน ไม่มีอีกต่อไปแล้ว ตรงกันข้ามประชาชนเป็นเจ้านาย และประชาชนสามารถใช้สิทธิอย่างเต็มที่ หากไม่ได้รับความเป็นธรรมก็มีช่องทางในการร้องเรียนเรื่องต่างๆ ได้ ส่วนใครคิดทุจริต ยืนยันโอกาสรอดแทบจะเป็นศูนย์ และรัฐบาลยังมีความมั่นคง ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน ข้าราชการประจำเป็นไปด้วยดี ขณะนี้รัฐบาล มีนโยบายการทำงาน แบบฟาสต์แทร็กหรือการขออนุญาตต่างๆ จะไม่มีความล่าช้า ขอให้ทุกคนสามัคคีกันไว้ เรามีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน

