หน้าแรก การเมือง ผอ.JIC โต้ กั...

ผอ.JIC โต้ กัมพูชา ปมทุ่นระเบิด ย้ำข้อกล่าวหาไม่ใช่ข้อพิสูจน์ เงิน EU ไม่ใช่คำตัดสิน จี้เปิดหลักฐาน

24.09.26 | 19:36 น.

ผอ.JIC โต้ กัมพูชา “ข้อกล่าวหาไม่ใช่ข้อพิสูจน์” เงิน EU ไม่ใช่คำตัดสิน จี้ใช้หลักฐาน กลไกร่วมกันเก็บกู้ทุ่นระเบิด ย้ำ ไทยพร้อมร่วมมือเพื่อมนุษยธรรม ย้ำ สองฝ่ายต้องร่วมสำรวจ แลกข้อมูลตามถ้อยแถลง 27 ธ.ค. 2568 หวังลดภัยคุกคามบนพื้นดิน สร้างสันติภาพยั่งยืน

เมื่อวันที่ 24 กันยายน พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) กล่าวถึงกรณีมีรายงานว่าสหภาพยุโรปอนุมัติงบประมาณประมาณ 1.6 ล้านยูโร เพื่อช่วยกัมพูชาเก็บกู้ทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้าง ขณะที่กัมพูชาระบุว่าอาจต้องใช้เวลากว่า 10 ปีในการเก็บกู้วัตถุระเบิดและคลัสเตอร์ที่กล่าวหาว่ามาจากฝ่ายไทยว่า ประเทศไทยสนับสนุนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้างเพื่อมนุษยธรรม ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในประเทศไทยหรือกัมพูชา เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของประชาชน อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ชัดเจนระหว่าง “การให้ความช่วยเหลือเพื่อเก็บกู้วัตถุระเบิด กับ การกล่าวหาว่าใครเป็นผู้กระทำ โดยเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไม่ใช่คำวินิจฉัยว่าใครผิดหรือใครถูก


พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า หากกัมพูชาจะกล่าวหาประเทศไทย ขอให้ใช้ข้อเท็จจริง หลักฐานที่ตรวจสอบได้ และกลไกที่ทั้งสองประเทศยอมรับ ไม่ควรนำข้อกล่าวหาฝ่ายเดียวมานำเสนอเสมือนเป็นข้อยุติ ส่วนการปฏิบัติการทางทหารนั้น ไทยได้ชี้แจงจุดยืนอย่างเป็นทางการว่า การดำเนินการของกองทัพไทยเป็นไปเพื่อป้องกันประเทศและประชาชน โดยยึดหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ทั้งหลักการแบ่งแยกเป้าหมาย ความได้สัดส่วน ความระมัดระวัง และความจำเป็นทางทหาร

เมื่อถามว่า กัมพูชาระบุว่ากำลังรับภาระจากวัตถุระเบิดที่ไทยใช้ พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า “ข้อกล่าวหาไม่ใช่ข้อพิสูจน์” พร้อมระบุว่า ประเทศไทยเองมีทหารได้รับบาดเจ็บรุนแรงและพิการจากเหตุทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน และรัฐบาลไทยได้ดำเนินการตามกลไกของอนุสัญญาออตตาวา รวมทั้งนำข้อมูลและหลักฐานเข้าสู่กระบวนการระหว่างประเทศแล้ว ดังนั้น หากต้องการสันติภาพอย่างแท้จริง ไม่ควรเลือกพูดเฉพาะหลักฐานที่สนับสนุนฝ่ายตนเอง แต่ควรเปิดให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นระบบและโปร่งใส

ส่วนที่กัมพูชาควรดำเนินการอย่างไร ผอ.JIC กล่าวว่า อยากชวนกลับไปอ่านถ้อยแถลงร่วมวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกันอย่างชัดเจนว่า จะดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมในพื้นที่ชายแดนที่ตกลงร่วมกัน ผ่านกลไก Joint Coordinating Task Force for Humanitarian Demining ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรม แทนที่จะใช้ปัญหาทุ่นระเบิดเป็นเครื่องมือกล่าวหากัน ไทยและกัมพูชาควรร่วมกันสำรวจ ระบุพื้นที่เสี่ยง แลกเปลี่ยนข้อมูล และเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อให้ประชาชนทั้งสองประเทศกลับมาใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย

Advertisement

เมื่อถามว่า หากเราพูดเรื่องสันติภาพ แต่ไม่ร่วมมือกันลดภัยคุกคามที่อยู่บนพื้นดิน สันติภาพนั้นก็ยากที่จะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน” พล.อ.อ.ประภาส กล่าวพร้อมย้ำว่า ประเทศไทยพร้อมร่วมมือ แต่ความร่วมมือต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง ความจริงใจ และพันธกรณีที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามร่วมกัน โดยระบุสาระสำคัญว่า การช่วยเก็บกู้เพื่อมนุษยธรรม ไม่ใช่คำพิพากษาว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ และ ข้อกล่าวหาไม่ใช่หลักฐาน ให้ข้อเท็จจริงและกลไกที่ตกลงร่วมกันเป็นผู้ตอบ ขณะเดียวกัน อย่าใช้ทุ่นระเบิดเป็นเครื่องมือกล่าวหากัน แต่จงร่วมกันเก็บกู้มันออกจากแผ่นดิน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองประเทศ