โพลพระปกเกล้า ชี้คนไทย 49.1% มองพร้อมใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ 43.4% ยังไม่พร้อม ขณะที่ 55.9% หนุนพรรคเดียวเบอร์เดียว 67.3% ให้ใส่ชื่อผู้สมีคร และเกินครึ่งกังวล QR Code
เมื่อวันที่ 25 กันยายน สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “เสียงประชาชนต่อการออกแบบบัตรเลือกตั้งและการใช้เทคโนโลยีการลงคะแนน” โดยทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 18-21 กันยายน 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญ ดังนี้ 1.ประเทศไทยมีความพร้อมมากน้อยเพียงใด ในการใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ ณ หน่วยเลือกตั้ง แทนการกาบัตรกระดาษ 26.1% เห็นว่ามีความพร้อมมาก, 23.9% เห็นว่ายังไม่พร้อมเลย, 23.0% เห็นว่าค่อนข้างพร้อม, 19.5% เห็นว่าไม่ค่อยมีความพร้อม และ 7.5% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น ทั้งนี้ความพร้อมต่อการใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์แบ่งออกเป็นสองด้าน แม้ฝ่ายที่มองว่าพร้อมจะมีมากกว่าเล็กน้อย แต่ยังมีผู้ที่เห็นว่ายังไม่พร้อมอยู่ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน โดยเห็นว่าพร้อม รวม 49.1% และเห็นว่ายังไม่พร้อม รวม 43.4% อาจสะท้อนว่า ความเชื่อมั่นต่อการเปลี่ยนวิธีลงคะแนนยังมีประเด็นห่วงกังวลและมีข้อพิจารณาที่ต้องศึกษาให้เกิดความเชื่อมั่นกับสาธารณชน
2.กว่าครึ่งหนุนพรรคเดียวเบอร์เดียว ภาคใต้หนุนสูงสุด ส่วนคนกรุงเลือก “แบบใดก็ได้” มากสุด โดย 55.9% เห็นว่าผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อพรรคเดียวกันควรใช้หมายเลขเดียวกัน รองลงมา 21.9% เห็นว่าควรแยกหมายเลขกัน 17.1% เห็นว่าแบบใดก็ได้ และ 5.1% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น ทั้งนี้ 78.0% ของผู้ตอบในภาคใต้เห็นว่าควรใช้หมายเลขเดียวกัน สูงที่สุด รองลงมาคือภาคกลาง 67.6% ภาคเหนือ 54.3% ภาคตะวันออก 53.0% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 52.1% และกรุงเทพฯ 22.4%
สำหรับกรุงเทพฯตัวเลือกที่มีสัดส่วนสูงที่สุดคือ “แบบใดก็ได้” 40.0% รองลงมาคือควรแยกหมายเลขกัน 35.8% ควรใช้หมายเลขเดียวกัน 22.4% และไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น 1.8% ดังนั้นการใช้หมายเลขเดียวกันของผู้สมัครและพรรคได้รับการยอมรับมากที่สุดในภาพรวมและทุกภูมิภาค ขณะที่คนกรุงเทพฯ เลือก “แบบใดก็ได้” มากที่สุด สะท้อนความต้องการต่อรูปแบบหมายเลขที่แตกต่างกันตามพื้นที่
3.กว่า 2 ใน 3 เห็นด้วยให้ระบุชื่อผู้สมัครบนบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 67.3% เห็นด้วยกับการระบุชื่อ–นามสกุลผู้สมัครบนบัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต สูงสุด รองลงมา 25.5% ไม่เห็นด้วย และ 7.2% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น สะท้อนถึงการยอมรับการมีข้อมูลระบุตัวผู้สมัครบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจช่วยให้ผู้ใช้สิทธิเชื่อมโยงตัวเลือกกับบุคคลที่ต้องการเลือกได้ชัดเจนขึ้น แต่ยังไม่อาจยืนยันว่า การเพิ่มชื่อจะช่วยลดความผิดพลาดในการลงคะแนนได้จริง
4.เกินครึ่งมองบาร์โค้ด/คิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้งไม่จำเป็น เพราะกังวลเรื่องความลับ 53.5% เห็นว่าไม่จำเป็น เพราะกังวลเรื่องความลับ รองลงมา 23.2% ยอมรับได้หากมีมาตรการที่เหมาะสม 14.9% เห็นว่าจำเป็น และ 8.4% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น ซึ่งความกังวลเรื่องความลับของการลงคะแนนเป็นประเด็นสำคัญในการประเมินการใช้บาร์โค้ด/คิวอาร์โค้ด ขณะเดียวกัน การยอมรับของผู้ตอบบางส่วนมีเงื่อนไขเกี่ยวกับมาตรการรองรับ สะท้อนว่า ความไว้วางใจต่อวิธีใช้งานมีความสำคัญต่อการยอมรับเทคโนโลยี


