สุริยะ สั่งกรมชลฯ เร่งระบายน้ำคลองรังสิตฯ อธิบดีฯวิทยา ลงพื้นที่สถานีสูบน้ำกึ่งถาวรรังสิต บูรณาการท้องถิ่นเพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำสู่เจ้าพระยา
เมื่อวันที่ 25 กันยายน จากสถานการณ์น้ำในพื้นที่คลองรังสิตประยูรศักดิ์ จ.ปทุมธานี ยังคงต้องติดตามและบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด โดยกรมชลประทานเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมระดับน้ำและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน ขณะเดียวกัน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมชลประทานเร่งบริหารจัดการน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดนั้น
นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานชลประทานที่ 11 โดยมี พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี นายสิทธิพร พฤฒิพิบูลธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 11 พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำและแนวทางการบริหารจัดการ ณ ห้องประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้ จังหวัดปทุมธานี จากนั้น อธิบดีกรมชลประทานและคณะได้ลงพื้นที่ติดตามการระบายน้ำบริเวณ ประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการเร่งระบายน้ำจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

สำหรับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานชลประทานที่ 11 กรมชลประทานได้วางระบบการบริหารจัดการและเร่งระบายน้ำจากทางตอนบนและฝนในพื้นที่ผ่านโครงข่ายชลประทานอย่างเป็นระบบ โดยใช้ประโยชน์จากประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำที่มีอยู่ในพื้นที่ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ตอนบนและตอนกลางลงสู่พื้นที่ปลายน้ำและออกสู่ทะเลอ่าวไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ มีการบริหารจัดการผ่านจุดระบายน้ำสำคัญ อาทิ ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาลงสู่ทะเล รวมถึงสถานีสูบน้ำบริเวณชายทะเล อาทิ สถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ สถานีสูบน้ำชลหารพิจิตร และสถานีสูบน้ำเจริญราษฎร์ เป็นต้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำลงสู่ทะเล
การบริหารจัดการดังกล่าวดำเนินการควบคู่กับการติดตามระดับน้ำและสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถปรับการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำแต่ละแห่งให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยมุ่งเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำของระบบโดยรวม และลดผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนและพื้นที่เศรษฐกิจ
สำหรับการเร่งระบายน้ำในพื้นที่คลองรังสิตประยูรศักดิ์ กรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ผ่านระบบคลองและสถานีสูบน้ำที่เชื่อมโยงกัน เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยน้ำจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์สามารถระบายออกได้ทั้งทางแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำนครนายก ทั้งนี้ ในส่วนที่ระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ได้ใช้ประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต เป็นจุดสำคัญในการเร่งระบายน้ำ ขณะที่อีกเส้นทางหนึ่งจะระบายน้ำผ่าน ประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำเสาวภาผ่องศรี คลองหกวาสายล่าง และประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำสมบูรณ์ ลงสู่แม่น้ำนครนายก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและช่วยควบคุมระดับน้ำในระบบคลองรังสิตให้เหมาะสมกับสถานการณ์

ขณะเดียวกัน กรมชลประทานได้ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งการติดตามสถานการณ์น้ำ การระบายน้ำ และการเตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักร เครื่องมือ และกำลังเจ้าหน้าที่ โดยมุ่งให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและสอดคล้องกับสภาพพื้นที่
นายวิทยา กล่าวว่า ได้กำชับให้สำนักงานชลประทานที่ 11 ติดตามสถานการณ์น้ำในคลองรังสิตประยูรศักดิ์อย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการการระบายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยให้ใช้ศักยภาพของระบบชลประทานและสถานีสูบน้ำที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


