คพ. เร่งเฝ้าระวัง ‘ปั๊มน้ำมัน–สารเคมี’ หลังน้ำท่วม กทม. หวั่นรั่วไหลปนเปื้อนน้ำและสิ่งแวดล้อม ย้ำบทเรียนปี 54
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เร่งเฝ้าระวังและติดตามผลกระทบด้านมลพิษจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ประสบอุทกภัยอื่นๆ โดยเฉพาะสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง สถานที่เก็บสารเคมี วัตถุอันตราย และของเสียอันตราย ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นและเกิดการรั่วไหลหรือเคลื่อนย้ายของสารปนเปื้อนลงสู่น้ำท่วมขัง ระบบระบายน้ำ คูคลอง และแหล่งน้ำสาธารณะ พร้อมให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและระงับเหตุโดยเร็วหากพบความผิดปกติ
ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และพื้นที่อื่นในช่วงนี้ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังหลายพื้นที่ คพ. จึงให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังแหล่งกำเนิดมลพิษที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม โดยเฉพาะ สถานีบริการน้ำมัน ถังเก็บน้ำมัน ระบบท่อและอุปกรณ์จ่ายน้ำมัน รวมถึงสถานที่จัดเก็บสารเคมี วัตถุอันตราย และของเสียอันตราย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการรั่วไหลและแพร่กระจายมากับน้ำท่วม
คพ. จะเน้นการเฝ้าระวังจุดที่มีความเสี่ยง เช่น พื้นที่สถานีบริการน้ำมันที่มีน้ำท่วมเข้าใกล้ถังเก็บหรือระบบจ่ายน้ำมัน พื้นที่จัดเก็บสารเคมีที่มีระดับน้ำสูงขึ้น ภาชนะหรือถังเก็บที่อาจลอยตัวหรือได้รับความเสียหาย รวมทั้งบริเวณน้ำท่วมขังที่พบ คราบน้ำมัน กลิ่นสารเคมี หรือความผิดปกติของสีและสภาพน้ำ โดยหากพบการรั่วไหล จะประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อควบคุมแหล่งกำเนิดและป้องกันการแพร่กระจาย พร้อมพิจารณาตรวจสอบคุณภาพน้ำและการปนเปื้อนตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ คพ. ได้นำบทเรียนจากอุทกภัยปี 2554 มาใช้ในการรับมือสถานการณ์ปัจจุบัน โดยในครั้งนั้น คพ. ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการบรรเทาปัญหามลพิษในพื้นที่ประสบอุทกภัย และจัดหน่วยปฏิบัติการเพื่อเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาน้ำเสีย ขยะมูลฝอย สารเคมี และคุณภาพน้ำ รวมถึงมีหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินด้านสารเคมีสำหรับรองรับกรณีเกิดการปนเปื้อนจากสารเคมีโดยเฉพาะ
“ขณะนี้เป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังและตอบโต้เหตุอย่างใกล้ชิด คพ. จะติดตามพื้นที่น้ำท่วมที่มีแหล่งกำเนิดมลพิษอยู่ใกล้เคียง โดยเฉพาะปั๊มน้ำมันและสถานที่เก็บสารเคมี หากพบการรั่วไหลหรือมีแนวโน้มว่าจะเกิดการปนเปื้อน จะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าควบคุมสถานการณ์ เพื่อไม่ให้มลพิษแพร่กระจายไปกับน้ำท่วมและกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม” ดร.สุรินทร์ กล่าว
คพ. ขอความร่วมมือผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันและสถานประกอบการที่มีการจัดเก็บสารเคมี ตรวจสอบสถานที่และอุปกรณ์อย่างใกล้ชิดในช่วงน้ำท่วม หากพบถังหรือภาชนะบรรจุเสียหาย น้ำมันหรือสารเคมีรั่วไหล หรือพบคราบน้ำมันและกลิ่นสารเคมีในพื้นที่น้ำท่วม ขอให้รีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าควบคุมเหตุ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือเข้าใกล้บริเวณที่สงสัยว่ามีสารเคมีปนเปื้อน
ประชาชนสามารถแจ้งเหตุด้านมลพิษ เช่น น้ำมันหรือสารเคมีรั่วไหล คราบน้ำมันในน้ำท่วมขัง น้ำเสีย หรือการปนเปื้อนในแหล่งน้ำ ได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมมลพิษ 1650 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและดำเนินการต่อไป

