หน้าแรก การเมือง ดร.อนุสรณ์ ชี...

ดร.อนุสรณ์ ชี้เคยตั้งกระทู้ถามนายกฯ แล้ว อย่าประมาทเรื่องน้ำท่วม เสนอแนวทางแก้ปัญหา

27.09.26 | 14:30 น.

ดร.อนุสรณ์ ชี้เคยตั้งกระทู้ถามนายกฯ แล้ว อย่าประมาทเรื่องน้ำท่วม เสนอแนวทางแก้ปัญหา

รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคประชาชน เปิดเผยว่า การแก้ปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมซ้ำซากต้องอาศัยมาตรการโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวควบคู่ไปกับมาตรการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามาตรการเยียวยาเร่งด่วนที่โปร่งใสและเข้าถึงจริง เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา ก่อนน้ำท่วมกรุงเทพฯและปริมณฑล ผมได้ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี (โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบ รองนายกรัฐมนตรี ทรงศักดิ์ ทองศรีมาตอบแทน) เรื่อง มาตรการเตรียมความพร้อม แผนแม่บทระยะยาว และการประเมินความเสี่ยงจาก วิกฤตอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเพื่อปกป้องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ท่ามกลาง Climate Change, น้ำทะเลหนุนสูง, แผ่นดินทรุดตัว และปัญหาการใช้งบแก้ปัญหาน้ำแบบรายปี


ข้อถามที่ 1 (ประเมินความเสียหาย & ระบบการเงิน): รัฐได้ประเมินมูลค่าความเสียหายกรณีท่วมขัง 1 เดือนหรือไม่ พร้อมศักยภาพสถาบันการเงิน-ประกันภัย และมาตรการช่วยภาคธุรกิจ/ประชาชน

ข้อถามที่ 2 (แผนแม่บทระยะยาว & ความคุ้มค่า): มีวิสัยทัศน์จัดทำ “แผนแม่บทป้องกันอุทกภัย 30-100 ปี” แทนงบรายปีหรือไม่ และได้ประเมิน Cost-Benefit Analysis ระหว่างงบป้องกัน vs งบเยียวยาอย่างไร

ข้อถามที่ 3 (วิกฤตแผ่นดินทรุด): มีข้อมูลพื้นที่แผ่นดินทรุดรุนแรงที่สุดในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลหรือไม่ พร้อมมาตรการทางวิศวกรรม กฎหมาย และงบประมาณในการชะลอและแก้ไขปัญหาอย่างไร ใ

Advertisement

นวันนั้น รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความมั่นใจว่า สามารถบริหารจัดการน้ำท่วมได้ และ บอกว่า ไม่น่าจะเกิดปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯและปริมณฑล

รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ กล่าวถึงมาตรการโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวการบริหารจัดการพื้นที่รับน้ำนั้น จำเป็นต้องมีทำแก้มลิงและมีการเตรียมการเกี่ยวกับทุ่งรับน้ำ มีการขุดลอกและปรับปรุงพื้นที่ลุ่มต่ำ เช่น บางระกำโมเดล ให้เป็นพื้นที่หน่วงน้ำและปรับปฏิทินเพาะปลูกหลบฤดูน้ำหลาก มีการเตรียมการก่อสร้างสิ่งก่อสร้างป้องกันน้ำ สร้างเขื่อนคันกั้นน้ำ และผนังกั้นน้ำริมแม่น้ำหรือพื้นที่เศรษฐกิจให้แข็งแรงและได้มาตรฐาน อย่างเป็นระบบ โดยมีการวางเผนให้บูรณาการทั้งระบบสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ มีการปรับปรุงระบบระบายน้ำและลำน้ำหลัก ขุดลอกคูคลอง กำจัดวัชพืช สร้างและซ่อมแซมประตูระบายน้ำ รวมถึงติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ในจุดเสี่ยงระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่มีประสิทธิภาพ พัฒนาศูนย์เตือนภัยพิบัติระดับภูมิภาคและท้องถิ่นที่แม่นยำและเชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์

รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ กล่าวขยายความต่อว่า ตลอดระยะเวลา 30-40 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญภัยพิบัติน้ำท่วม น้ำแล้งรุนแรงขึ้น เรื่อยๆ สะท้อนถึง ความล้มเหลวของนโยบาย การบริหารจัดการภัยพิบัติของหลายรัฐบาลที่ผ่านมา เราไม่มีการลงทุนอย่างถูกต้อง อย่างมียุทธศาสตร์เพื่อบริหารจัดการน้ำท่วมน้ำแล้งอย่างเป็นระบบและอย่างมีบูรณาการ หลายคนคงจำได้ถึง ภาพน้ำท่วมปี 2554 ผลกระทบต่อประชาชน 16 ล้านคน ท่วม 74 จังหวัด อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจติดลบ กระทบต่อห่วงโซ่การผลิต Supply chain ของการผลิตรถยนต์ และ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์ น้ำท่วมในไทยสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจทั่วโลกจากการขาดแคลนชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ เพราะไทยเป็นแหล่งผลิตชิ้นส่วนสำคัญและโรงงานในเขตภาคกลาง น้ำท่วมเสียหายหนัก ความเสียหายทางเศรษฐกิจโดยรวม 1.44 ล้านล้านบาท ตัวเลขประเมินโดยธนาคารโลก เมื่อปลายปีที่แล้ว จังหวัดสงขลา และ 9 จังหวัดใต้เผชิญภัยพิบัติน้ำท่วม กระทบประชาชน 3.5 ล้านคน มียอดผู้เสียชีวิตถึง 162 คน โดยจังหวัดสงขลาหนักสุดมีผู้เสียชีวิต 162 คน เสียหายมากกว่า 1,500 ล้านบาทต่อวัน ความเสียหายเศรษฐกิจโดยรวมความเสียหายมากกว่า 25,000 ล้านบาท

สถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดจากข้อมูลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ) ระบุว่า ยังมีสถานการณ์อุทกภัยใน 21 จังหวัด 93 อำเภอทั่วประเทศ สถานการณ์สะสม มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 36 จังหวัด ประชาชนได้รับผลกระทบ 33,302 ครัวเรือน 102,957 คน สิ่งที่เป็นความเสี่ยงสูงสุดของสังคมไทยในอนาคต คือ กรุงเทพฯ กำลังจะค่อยๆจมลงและจะอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลในที่สุด พื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลจะเผชิญมหาอุทกภัยน้ำท่วม ฝากรัฐบาล และเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ช่วยกันระดมความคิดเห็นและนำเสนอทางออกกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย จะเอา model แบบเนเธอร์แลนด์ ถมทะเล สร้างเขื่อนกั้นน้ำ เสนอให้มีการจัดตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาอย่างจริงจัง เรื่อง ถมทะเลและการสร้างเขื่อนป้องกันกรุงเทพฯ หรือ จะเอา model แบบอินโดนีเซีย ย้ายเมืองหลวง ด้วยความพยายามในการลดการขยายตัวของกรุงเทพฯและปริมณฑล กระจายความเจริญไปยังภูมิภาคอื่นๆ และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาอย่างจริงจัง เรื่อง การย้ายเมืองหลวง น้ำท่วมที่เราเผชิญซ้ำซากทุกปีนั้น แท้จริงแล้วมิใช่เพียง “ภัยธรรมชาติ” ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากแต่เป็นผลลัพธ์ของความล้มเหลวเชิงโครงสร้างในการบริหารจัดการทุนธรรมชาติ (Natural Capital) ของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสื่อมโทรมของป่าต้นน้ำ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางนิเวศ (Ecological Infrastructure) ที่สำคัญที่สุดในการควบคุมวัฏจักรน้ำ การฟื้นฟูป่าต้นน้ำเป็น “การลงทุนสาธารณะ” ที่ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคมสูง เป็น “ค่าใช้จ่าย” ที่จำเป็นทางเศรษฐกิจ สังคมและคุณชีวิตของผู้คนจำนวนมาก น้ำท่วมน้ำหลากในพื้นที่ต่างจังหวัดนั้น เราสามารถลงทุนรักษาป่าไม้ต้นน้ำจะช่วยบรรเทาปัญหาได้มาก

รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ กล่าวว่า กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ต้องมีการลงทุนทำ FloodWay หากมีการดำเนินการก่อนหน้านี้ไว้นานแล้ว ความเสียหายจะไม่เกิดซ้ำซากเช่นนี้ Floodway (ฟลัดเวย์) หรือ ทางระบายน้ำหลาก คือ ช่องทางหรือพื้นที่ที่ถูกกำหนดและออกแบบขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อใช้เบี่ยงและระบายน้ำปริมาณมหาศาลในช่วงน้ำท่วมให้ออกห่างจากพื้นที่เศรษฐกิจ ชุมชนหนาแน่น หรือเมืองใหญ่ ลงสู่ทะเลหรือพื้นที่รองรับน้ำได้อย่างรวดเร็ว ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯตะวันตกเฉียงใต้ โดยเฉพาะเขตพื้นที่ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา ผมในฐานะ ส.ส. ในพื้นที่และ ส.ก. ทั้งสองเขต พร้อมทีมงาน ได้ร่วมกับสำนักงานเขต และ กทม สนับสนุนให้มีการขุดลอกคูคลองให้สม่ำเสมอ กำจัดวัชชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ เมื่อฝนตกหนักจะสามารถระบายน้ำได้เร็ว น้ำท่วมขังน้อย ยกเว้นพื้นที่ต่ำต้องใช้เครื่องสูบน้ำช่วย ผู้บริหารประเทศและกทม. ต้องตั้งอยู่บนความไม่ประมาทแม้ว่าปีนี้ฝนช่วงต้นฤดูจะไม่มากเท่าหลายปีที่ผ่านมาและมีการคาดการณ์ว่าปีนี้และต้นปีหน้าจะเกิดภัยแล้งก็ตาม กราฟฝนสะสม 4 ปี เฉพาะเดือนกันยายนที่พุ่งสูงทำสถิติ เหมือนหลอกให้ตายใจ เพราะฝนในปีนี้ตั้งแต่ต้นปีมาต่ำกว่าปีก่อนๆ จนสบายใจว่า ฝนน้อย แต่ปริมาณน้ำฝนมาถล่มเอาช่วงเดือนกันยายนอย่างหนักในหลายพื้นที่จนรับมือไม่ทันและระบบเตือนภัยก็ไม่แจ้งล่วงหน้าทำให้ทรัพย์สินและประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบ

รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ กล่าวต่อว่า การสำรวจและขึ้นทะเบียน: ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบต้องแจ้งความเสียหายต่อสำนักงานเขตหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เทศบาล/อบต.) เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าสำรวจและออกหนังสือรับรองผู้ประสบภัย ความช่วยเหลือเบื้องต้น เงินช่วยเหลือค่าดำรงชีพเบื้องต้นตามระเบียบราชการ (เช่น กรณีที่อยู่อาศัยเสียหายทั้งหลังหรือบางส่วนตามอัตราที่กำหนด) การแจกจ่ายสิ่งของจำเป็น เครื่องอุปโภคบริโภค และยารักษาโรค การยื่นอุทธรณ์ หากไม่ได้รับเงินช่วยเหลือหรือได้รับไม่ครบตามความเสียหายจริง สามารถยื่น “แบบคำขออุทธรณ์ผลการตรวจสอบข้อมูลผู้ประสบอุทกภัย” พร้อมหลักฐานภาพถ่ายและเอกสารรับรองที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายในเวลาที่กำหนด

รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ กล่าวช่วงท้ายว่า ทีมงาน ส.ส. และ ส.ก. ของพรรคประชาชนได้ประสานการทำงานร่วมกับ สำนักงานเขต และ ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร อย่างใกล้ชิดเพื่อดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและน้ำท่วมขัง นอกจากนี้ได้ทำงานร่วมกับเครือข่ายชุมชนต่างๆ กรุงเทพมหานคร ได้ขยายพื้นที่ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต มีผลตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย.2569 เพื่อให้หน่วยงานและสำนักงานเขตสามารถเข้าดำเนินการช่วยเหลือประชาชน และจัดการสถานการณ์อุทกภัยได้อย่างรวดเร็วตามอำนาจหน้าที่ ผู้ได้รับผลกระทบและต้องการได้รับความช่วยเหลือเยียวยา ต้องดำเนินการดังต่อไปนี้

1.แจ้งความเสียหายกับสำนักงานเขตในพื้นที่เกิดเหตุสำนักงานเขตจะสำรวจข้อเท็จจริงและความเสียหาย จัดทำบัญชีผู้ประสบภัยและทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย พร้อมออกหนังสือรับรองผู้ประสบภัย เพื่อใช้ประกอบการขอรับความช่วยเหลือ

2.เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องเอกสารที่อาจต้องใช้ ได้แก่ แบบสอบข้อเท็จจริงผู้ประสบอุทกภัย, สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน, หนังสือรับรองผู้ประสบภัย, บันทึกประจำวัน เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หรือการครอบครองที่พักอาศัย และภาพถ่ายความเสียหาย ทั้งนี้ เอกสารจะแตกต่างกันตามประเภทของความเสียหาย

3.เก็บหลักฐานความเสียหายไว้ควรถ่ายภาพหรือวิดีโอความเสียหายของบ้าน ทรัพย์สิน เครื่องมือประกอบอาชีพ หรือสิ่งของต่างๆ ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อประกอบการตรวจสอบและพิจารณาความช่วยเหลือ ความช่วยเหลือที่อาจได้รับ กทม มีหลักเกณฑ์การช่วยเหลือครอบคลุมหลายด้าน โดยพิจารณาตามข้อเท็จจริงและความเสียหาย เช่น ค่าวัสดุสร้างหรือซ่อมแซมที่พักอาศัย ตามความเสียหายจริง ไม่เกินหลังละ 49,500 บาท ค่าที่พักอาศัยชั่วคราวหรือค่าเช่าบ้าน กรณีเสียหายบางส่วน ไม่เกิน 3,000 บาทต่อครอบครัว

และกรณีเสียหายทั้งหลัง ไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน ไม่เกิน 2 เดือน เงินทุนประกอบอาชีพ ครอบครัวละไม่เกิน 11,400 บาท กรณีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ประกอบอาชีพเสียหายจนไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้ เงินปลอบขวัญกรณีได้รับบาดเจ็บ ไม่เกินรายละ 2,300 บาท ค่ารักษาพยาบาล ผู้ป่วยนอกไม่เกิน 2,000 บาท และผู้ป่วยในไม่เกิน 4,000 บาท ค่าจัดการศพ กรณีเสียชีวิตจากสาธารณภัย ไม่เกิน 29,700 บาท เงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้เสียชีวิต ไม่เกิน 29,700 บาทต่อครอบครัว ตามเงื่อนไขที่กำหนด ค่าดำรงชีพเบื้องต้น กรณีที่อยู่อาศัยเสียหายทั้งหลัง ครอบครัวละไม่เกิน 3,800 บาท และกรณีเสียหายบางส่วน ครอบครัวละไม่เกิน 1,800 บาทสิ่งของจำเป็นสำหรับครอบครัว เช่น เครื่องอุปโภคบริโภค ยารักษาโรค เครื่องครัว เครื่องนุ่งห่ม เครื่องนอน และอุปกรณ์การเรียน ตามเงื่อนไขและอัตราที่กำหนด การแจ้งเหตุ-ขอความช่วยเหลือสำนักงานเขตพื้นที่เกิดเหตุ แจ้งความเสียหายและขอรับการสำรวจ สายด่วน กทม. 1555 รับแจ้งปัญหาและเหตุเดือดร้อนตลอด 24 ชั่วโมง Traffy Fondue แจ้งปัญหาน้ำท่วมขังและติดตามการดำเนินการ ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร 02-248-5115 แจ้งปัญหาน้ำท่วมขังและขอความช่วยเหลือด้านการระบายน้ำ ตลอด 24 ชั่วโมง กทม.ขอให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบแจ้งสำนักงานเขต และเก็บหลักฐานความเสียหายไว้ เพื่อเข้าสู่กระบวนการสำรวจ ตรวจสอบ และพิจารณาความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ต่อไป