หน้าแรก การเมือง อนุทิน แจงวัน...

อนุทิน แจงวันหยุดพิเศษ ธนาคาร-ตลาดทุนทำการปกติ ห่วงกาญจนบุรีท่วม จ่อเปิดวอร์รูมพรุ่งนี้

27.09.26 | 17:23 น.

‘อนุทิน’ เผย ครม.เคาะวันหยุดพิเศษ 28-29 ก.ย.นี้ ‘กทม.-นนทบุรี-ปทุมธานี-สมุทรปราการ’ หลังเจอวิกฤตน้ำท่วม ผนึกกำลังทุกภาคส่วนลุยพื้นที่ ส่วนธนาคาร-ตลาดทุนทำการปกติ เตรียมเปิดวอร์รูมเกาะติดสถานการณ์พรุ่งนี้ รับห่วง ‘กาญจนบุรี’ พยากรณ์แจ้งเจอฝนหนัก

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 27 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติให้เป็นวันหยุดราชการ 2 วัน ในวันจันทร์และวันอังคารที่ 28-29 กันยายนนี้ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ส่วนธนาคารและตลาดหลักทรัพย์ ยังทำการปกติ เนื่องจากต้องเชื่อมต่อตลาดทุนอื่นๆ ทั่วโลก


นายกฯกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังขยายทางด่วนและโทลล์เวย์ฟรีไปอีก 2 วัน ตามประกาศวันหยุดดังกล่าว ทั้งนี้ ต้องขอบคุณการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และดอนเมืองโทลล์เวย์ ที่เสียสละและช่วยเหลือประชาชน โดยการยกเว้นค่าผ่านทางให้ประชาชนไปจนถึงเที่ยงคืนของวันอังคารที่ 29 กันยายน

เมื่อถามว่า การทำงานของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจากนี้ในช่วงประกาศวันหยุด นายอนุทินกล่าวว่า คณะรัฐมนตรีหยุดไม่ได้อยู่แล้ว ซึ่งวันพรุ่งนี้เป็นวันธงชาติไทย พวกเราจะมาเคารพธงชาติที่ทำเนียบรัฐบาลในตอนเช้า จากนั้นจึงจะแยกย้ายกันไปลงพื้นที่ ซึ่งจริงๆ แล้ววันนี้หลังจากประชุมคณะรัฐมนตรีตนตั้งใจที่จะไปลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ปราจีนบุรี นครนายก และอยุธยา แต่ด้วยสภาพอากาศปิด เฮลิคอปเตอร์ไม่สามารถยกตัวได้ และนักบินไม่แนะนำให้ขึ้นบิน จึงต้องไปวางแผนดูพื้นที่อื่นๆ ที่สามารถเข้าถึงได้ ส่วนการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 29 กันยายนนี้ยังมีตามปกติ รวมถึงส่วนราชการที่ต้องมาสนับสนุนการประชุมคณะรัฐมนตรียังคงต้องทำงานตามปกติ

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีเตรียมลงพื้นที่อื่นๆ หรือไม่ หลังจบภารกิจวันธงชาติ นายอนุทินกล่าวว่า กำลังจะไปวางแผน เพราะการลงดูพื้นที่ก็ดีอย่างหนึ่ง เพราะหากพื้นที่ไหน รถขนส่งข้าวของเข้าไม่ถึง ขณะที่ในชุมชนมี ผู้ประกอบการ ร้านอาหารอยู่ อย่างเช่นที่ตนได้ลงพื้นที่ช่วงเช้า ได้ถือโอกาสเหมาอาหารในชุมชนเพื่อแจกจ่ายให้กับพี่น้องในชุมชนเดียวกัน ตรงนี้ถือเป็นการช่วยผู้ประกอบการไปอีกทาง ซึ่งตนได้ย้ำเรื่องนี้คณะรัฐมนตรีในที่ประชุมด้วย หากมีการเบิกจ่ายถูกต้องเหมาะสมสามารถอธิบายได้ก็ให้ดำเนินการได้เลย ซึ่งคณะรัฐมนตรีก็เห็นชอบในเรื่องนี้ด้วย แต่หากใครไม่เห็นชอบพวกเราก็มาหารยาวกันเอง

Advertisement

เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีวอร์รูมการสื่อสารหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า วันที่ 28 ก.ย. โฆษกประจำสำนักนายกฯจะเปิดศูนย์แถลงข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ จะรวมการสื่อสารทั้งหมดมาสื่อสารกับประชาชน และเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องที่อยากจะสื่อสารกับประชาชนมาแถลง ในช่วงนี้ขอให้สื่อมวลชนช่วยกระจายข่าวไปยังประชาชน

เมื่อถามว่า หลังจากนี้ต้องระวังพื้นที่ไหนเป็นพิเศษ นายอนุทินกล่าวว่า ดูจากการพยากรณ์ต่างๆ จ.กาญจนบุรี อุทัยธานี ตาก จะเจอฝนหนัก แต่เราทราบมาแต่เนิ่นๆ ก่อนแล้ว จึงได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการทุกจังหวัดประสานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และดำเนินการตัดสินใจในการแก้ไขสถานการณ์อย่างเต็มที่ โดยมีอำนาจเต็ม และรัฐบาลจะสนับสนุนอย่างเต็มรูปแบบ สำหรับการแจ้งเตือนที่ผ่านมามีการแจ้งเตือนมาตลอด แต่ตนมองว่าบางทีแจ้งแล้วประชาชนไม่เข้าใจเกี่ยวกับคำศัพท์ต่างๆ อย่าว่าแต่ประชาชนไม่รู้เรื่องเลย ขนาดตนอ่านยังไม่รู้เรื่อง และคนไม่ต้องรู้หรอกว่าสาเหตุมันมาจากอะไร จึงขอให้เน้นให้การสื่อสารใช้ภาษาสั้น กระชับ เข้าใจเลย เพื่อให้ประชาชนได้เตรียมการ อพยพ ขนของ ให้ปลอดภัย

เมื่อถามถึงกรณีให้ทุกหน่วยงานทำงานเป็นทีมเดียวกัน ประเมินว่าผลงานขณะนี้เป็นอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ดีมาก สื่อก็เห็นว่าหลายหน่วยงานร่วมมือกัน ก่อนหน้านี้จะมีคำถามว่า กทม.เป็นเขตปกครองพิเศษ เขามีกฎหมายของเขา แต่รัฐบาลชุดนี้เราทำความเข้าใจอย่างชัดเจน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ก็บอกว่าทำงานเต็มที่ เขาก็ต้องการความช่วยเหลือจากรัฐบาลด้วย การประกาศ กทม.เป็นพื้นที่ประสบภัยไม่ใช่การโยน แต่เป็นการประกาศเพื่อให้การช่วยเหลือของรัฐบาลสามารถเข้าถึง ถือว่ามีสองแรงเข้าไปแก้ไขปัญหาให้ประชาชน

“ส่วนตัวกับนายชัชชาติ รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ระหว่างอยู่ต่างประเทศก็สื่อสารกับนายชัชชาติ และลงพื้นที่ด้วยกัน” นายกรัฐมนตรีกล่าว

เมื่อถามว่า ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลจะคิดการใหญ่ เพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วมซ้ำซากในกรุงเทพมหานครใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ขอให้รอดูวันอังคาร (29 ก.ย.)

เมื่อถามย้ำว่า คนประเมินว่ากรุงเทพมหานครจะมีน้ำท่วมอีกนั้น นายอนุทินย้ำว่าขอให้รอดูวันอังคาร ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้ย้ำให้สภาพัฒ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ในการนำเสนอโครงการ ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ประกอบกับโครงการบางบาล บางไทร และเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ซึ่งจะมี 3-4 เส้นที่จะขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ ถ้าเราตัดสินใจสร้างโครงการเหล่านี้มาก่อนหน้านี้ ป่านนี้น่าจะเกือบถึงครึ่งทางแล้ว

นายกฯกล่าวว่า สำหรับงบประมาณใช้จ่ายในการเยียวยา จะได้นำมาใช้ในโครงการดังกล่าว ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาวได้ และจะช่วยลดปัญหาปริมาณน้ำ ซึ่งนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้มีการศึกษาและเสนอสร้างแก้มลิงและอ่างเก็บน้ำ ซึ่งโครงการที่มีคำว่า “แก้มลิง” เราต้องน้อมนำ ต้องบอกว่ามีประโยชน์ปราศจากข้อสงสัยว่ามีประสิทธิภาพหรือไม่ เพราะเป็นพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 อยู่แล้ว ซึ่งโครงการทั้งหลายเหล่านี้ต้องใช้ความกล้าหาญ และมีการวางแผนพอสมควร ส่วนตัวของตนตั้งใจที่จะทำ เพราะเห็นความสำคัญของโครงการนี้อยู่แล้ว แต่เป็น รมว.มหาดไทย แต่ก็ทำไม่ได้เพราะอยู่นอกอำนาจที่มีอยู่ ซึ่งตอนนี้ทำได้แล้ว ก็จะไม่ทำให้เสียโอกาส โดยจะทำเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ภาวะไม่ให้มีสภาวะน้ำท่วมน้ำอย่างนี้อีกต่อไป

นายกฯกล่าวต่อว่า แต่ยอมรับว่าคงไม่เสร็จในรัฐบาลของตน เนื่องจากใช้เวลานาน 7 ปี แต่ไม่เริ่มทำตอนนี้เวลา 7 ปี ก็จะลดลงเรื่อยๆ ตนจึงเริ่มให้ ซึ่งเป็นความกล้าหาญแต่เป็นหน้าที่ เมื่อเจอแบบนี้ไปถ้าเราไม่ทำอะไรก็จะถูกกล่าวหาว่ายกความเดือดร้อนไปให้กับรัฐบาลชุดต่อไป แต่คนที่เดือดร้อนที่สุดคือประชาชน ถ้าเราอยู่ในสภาวะนี้ขอบข่ายอำนาจหน้าที่เราก็ตั้งใจที่จะทำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการ ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย จะใช้งบประมาณ 1.6 แสนล้านบาท ระยะเวลา 8 ปี ซึ่งตกปีละหมื่นกว่าล้านบาท และโครงการเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ใช้งบประมาณอีก 9 หมื่นล้านบาท ซึ่งโครงการเหล่านี้จะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อให้พิจารณาเห็นชอบในวันที่ 29 กันยายนนี้