ศุภจี สั่งคุมราคาสินค้าช่วงน้ำท่วม ย้ำ ห้ามขึ้นราคา-ติดป้ายให้ชัด พบฉวยโอกาส แจ้งสายด่วน 1569 ประสาน กห.ขนส่งสินค้าเข้าพื้นที่ประสบภัย เตรียมอัดงบ “ไทยช่วยไทยลดภาระค่าครองชีพ ต่อ
เมื่อเวลา 08.05 น. วันที่ 28 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีประชาชนแห่ซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อมากักตุนในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม กระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการรับมืออย่างไร ว่า ได้สั่งการไปตั้งแต่วันที่ 24 กันยายนแล้วว่า ให้ทุกหน่วยงาน รวมถึงพาณิชย์จังหวัด กรมการค้าภายใน ให้ไปดูแลเรื่องราคาสินค้า โดยให้มีการติดป้ายราคาสินค้า และดูแลราคาสินค้าให้เหมาะสม ไม่ให้มีการขึ้นราคาอย่างผิดปกติ หากใครพบเห็นการขึ้นราคาสินค้าที่ผิดปกติ สามารถแจ้งมาได้ที่หมายเลข 1569 และให้หน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์มีศูนย์บัญชาการ โดยมี ร.ต.จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นศูนย์รวมในการรับเรื่องจากพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ
นางศุภจี กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องของสินค้าที่ขาดจากชั้นวางสินค้าไปบ้างในช่วงนี้ ยอมรับว่า สำหรับใน กทม.มีบางจุดจริง เพราะรถขนส่งสินค้าไม่สามารถเข้าไปยังจุดนั้น ๆ ได้ โดยได้มีการประสานกับทางกระทรวงกลาโหมเพื่อขอให้นำรถของทหารเข้าไปขนส่งสินค้า เนื่องจากรถขนส่งสินค้าทั่วไปอาจจะไม่สามารถเข้าไปขนส่งสินค้าได้ในบางเส้นทาง ทั้งนี้ ใน กทม.ได้มีการประสานงานกัน โดยมีจุดศูนย์รวมของผู้ที่ได้รับผลกระทบ 3 หมื่นกว่าราย ที่เขตลาดกระบัง ได้มีการประสานไปที่ปลัดกรุงเทพมหานคร ในการนำของสด ของแห้ง ที่มีความจำเป็นเข้าพื้นที่
นางศุภจี กล่าวว่า ในส่วนต่างจังหวัด โดยเฉพาะที่ จ.สระแก้ว ทราบว่าขาดแคลนอาหารสด จึงได้มีการติดต่อกระทรวงกลาโหมในการนำรถเข้าไปเพื่อส่งอาหาร โดยได้เข้าไป อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และจัดส่งต่อไป จ.สระแก้ว ยืนยันว่า กระทรวงพาณิชย์ดูแลทั้งเรื่องสินค้าที่ขาดแคลน และดูแลราคาว่าสูงขึ้นผิดปกติหรือไม่ หากมีใครพบเห็นสามารถแจ้งได้ที่หมายเลข 1569
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีการพูดถึงกำลังซื้อของไตรมาสที่ 4 อาจจะชะลอลง เพราะสถานการณ์น้ำท่วม กระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการเพิ่มเติมหรือช่วยเหลือประชาชนอย่างไร นางศุภจี กล่าวว่า ความจริงไม่ใช่เฉพาะเรื่องน้ำท่วมอย่างเดียว แต่ยังมีปัญหาเรื่องราคาน้ำมันที่เราต้องดูแลด้วยเช่นกัน โดยได้มีการพูดคุยกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ในการกันงบกลางมาประมาณ 300 ล้านบาท ที่จะเข้ามาช่วยดูแลให้มีสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีราคาประหยัด ในโครงการไทยช่วยไทยลดค่าครองชีพ ซึ่งจะทำเฟส 2 โดยกระทรวงพาณิชย์ทำมาตั้งแต่เดือน เมษายนนี้ ในการหาสินค้าทางเลือกอุปโภคบริโภค ที่อาจจะมีความจำเป็น หรือเป็นทางเลือกให้กับประชาชน เราก็จะทำอย่างนี้ต่อไป คงจะลงไปในพื้นที่ที่ช่วงนี้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ดังนั้น จะนำไปลงในพื้นที่ที่ประชาชนได้รับผลกระทบก่อน และจะมีการกระจายสินค้าราคาประหยัดไปในพื้นที่ตรงนี้ด้วย

