‘ทวี สอดส่อง’ แทคทีมจูฟะห์ราม59 ลงพื้นที่รามคำแหง ตั้งโรงครัวฮาลาลช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม นำข้าวสาร-น้ำดื่มแจกจ่ายประชาชน พร้อมส่งต่อความช่วยเหลือถึงชุมชนและกลุ่มไรเดอร์
เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ และรวิศ สอดส่อง บุตรชาย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่รามคำแหง กรุงเทพมหานคร โดยเดินทางไปยังศูนย์อาหารมินิพลาซ่า@59 ซอยรามคำแหง 59 ซึ่งมีการจัดตั้งโรงครัวปรุงอาหารฮาลาล เพื่อประกอบอาหารแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย

การดำเนินการดังกล่าวมีนางสาววรลักษณ์ ศรีสอาด หรือจูฟะห์ รองหัวหน้าพรรคประชาชาติและผู้ประกอบการมุสลิมโฮม ศูนย์อาหารมินิพลาซ่า@59 เป็นแกนนำในการจัดตั้งโรงครัว โดยได้รับความร่วมมือและแรงสนับสนุนจากเครือข่ายประชาชาติ,กลุ่มประชาชาติรามคำแหง และพี่น้องในพื้นที่ที่ร่วมกันประกอบอาหารและนำไปแจกจ่ายตามซอยและจุดต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ทั้งนี้ พันตำรวจเอก ทวี ได้นำข้าวสารจำนวน 7 ถัง และน้ำดื่มจำนวนมากมาสมทบ เพื่อใช้ในการประกอบอาหารและแจกจ่ายแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จากนั้น พันตำรวจเอก ทวี เดินทางต่อไปยังบริเวณซอยรามคำแหง 81 โดยมีนายสมศักดิ์ พระยีเกะ ตัวแทนศูนย์ดารุลกุรอาน รามคำแหง 81 เป็นผู้นำลงพื้นที่ เพื่อเยี่ยมเยียนประชาชนและนำอาหารปรุงสุกพร้อมน้ำดื่มไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัย ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมารอรับความช่วยเหลือนอกจากนี้ ยังได้มอบข้าวสารจำนวน 1 ถังให้แก่กลุ่มไรเดอร์รามคำแหง 81 เพื่อนำไปประกอบอาหาร

พันตำรวจเอก ทวี กล่าวว่า “วันนี้ก็ขอมาให้กำลังใจ เส้นรามคำแหงคิดว่าหนักมากบางจุดครึ่งเอว วันนี้ทางจูฟะฮ์ เจ้าของศูนย์อาหารมินิพลาซ่ารามคำแหง@59 ได้ตั้งโรงครัวเพื่อจะบรรเทาทุกข์ บางจุดอาจจะไปส่งบ้างมารับเองบ้าง แจกจ่ายกันไป ช่วยกันคนละไม้ละมือ ขอให้กำลังใจและผ่านช่วงนี้ไปให้ได้ การอยู่รอดเป็นชีวิตสำคัญกว่าอย่างอื่น พี่น้องที่สามจังหวัดก็เป็นห่วงลูกหลานเพราะลูกหลานมาอยู่ที่นี่ ก็อยากจะบอกว่าพวกเราอยู่กันที่นี่ก็จะดูแลซึ่งกันและกัน ขอให้กำลังใจทุกคน”

ประชาชนในชุมชนรามคำแหง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีพี่น้องจากจังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวนมากเดินทางเข้ามาศึกษาเล่าเรียน ประกอบอาชีพ และสร้างรายได้เพื่อดูแลครอบครัวที่อยู่ในภูมิลำเนา พรรคประชาชาติยืนยันการทำงานเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะการช่วยเหลือพี่น้องจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เข้ามาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพในกรุงเทพมหานคร พร้อมร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่บรรเทาความเดือดร้อนและส่งต่อความช่วยเหลือให้ถึงประชาชนอย่างต่อเนื่อง





