โฆษกรัฐบาล แจงเหตุท่วม กทม. ฝนถล่มหนักเกินระบบรับไหว-ระบายไม่ทัน ยันไม่เหมือนปี 54 ลั่นเมื่อเกิดขึ้น ไม่มีเหตุผลต้องหาคนผิด
เมื่อวันที่ 28 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการตั้งคำถามของประชาชนว่ามีคณะกรรมการถอดบทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่แล้ว แต่กลับเกิดเหตุการณ์ซ้ำในพื้นที่กรุงเทพฯว่า เรื่องน้ำท่วม เรื่องภัยพิบัติ ต้องยอมรับว่าเป็นภัยธรรมชาติ ซึ่งภัยธรรมชาติในลักษณะนี้ เป็นเพราะฝนตกในพื้นที่ไม่ใช่เป็นเพราะระบบการระบายน้ำเช่นเดียวกับปี 2554 ที่มีการระบายน้ำออกจากเขื่อนเจ้าพระยาลงมา
นายเอกภพกล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้มองว่าน้ำที่ท่วมเกินศักยภาพการระบาย ฝนที่ตกในพื้นที่กรุงเทพฯเกิน 300 มิลลิเมตร แต่ระบบการระบายน้ำของพื้นที่กรุงเทพฯสามารถระบายน้ำได้เพียง 50 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งระบบของชลประทานในพื้นที่กรุงเทพฯ พอรู้ว่ามีการพยากรณ์ฝน สำนักระบายน้ำ รวมไปถึงสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ก็พร่องน้ำเตรียมไว้แล้ว แต่ระดับน้ำที่ระบายได้น้อยกว่าปริมาณฝนจริง จึงเป็นบทเรียนว่าการดำเนินการต่อไปจะต้องมีการขยายระบบ

นายเอกภพกล่าวต่อว่า อย่างที่นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่าจะต้องมีการทำระบบท่อที่เป็นทางส่งน้ำให้มากขึ้น และนายกรัฐมนตรีก็ให้ความสำคัญว่าพื้นที่โดยรอบกรุงเทพฯ จึงมีระบบตัดน้ำตั้งแต่ จ.ชัยนาท ป่าสัก มาลงอ่าวไทย ไม่ให้กองอยู่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี หรือนนทบุรี ซึ่งแผนระยะยาวได้เริ่มดำเนินการแล้ว ซึ่งพรุ่งนี้จะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
นายเอกภพกล่าวด้วยว่า ในทุกเหตุการณ์เรามักจะหาคนผิดและโบ๊ยไปที่คนผิด อาจจะเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย เพื่อปัดความรับผิดชอบไป แต่จริงๆ แล้วเป็นเรื่องของทุกคนทุกหน่วยงาน ที่จะต้องร่วมกัน และที่ผ่านมาอาจจะคิดว่ากรุงเทพฯ ผู้ว่าฯชัชชาติจะต้องเป็นคนรับผิดชอบ แต่นายกรัฐมนตรีก็ได้กำชับมาโดยตลอด ตั้งแต่ต่างประเทศไม่ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นที่ใดก็ตาม ให้ทุกหน่วยงานเข้ามาให้ความร่วมมือ และดำเนินการร่วมกัน
“เพราะฉะนั้นเมื่อฝนตกประชาชนเขาไม่ได้ถามหรอกว่าหน่วยงานใดรับผิดชอบฝนก้อนนี้ แต่ทุกคนต้องมารวมกัน ตรงนี้เองเป็นสิ่งที่คิดว่าเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว คงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปหาคนว่าใครผิด ใครช้า ใครไม่ช้า เราถอดบทเรียนและดูว่าที่ผ่านมาได้เตรียมการดีพอแล้วหรือยัง หากเตรียมการดีพอแล้วการบริหารจัดการมีอะไรบกพร่อง และจะทำอย่างไรให้เหตุการณ์กลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด” นายเอกภพกล่าว



