‘เอ สุรศักดิ์’ ขอชลประทานชะลอการระบายน้ำ 2,500 ลบ.ม./วินาที หวั่นกระทบท้ายน้ำอยุธยา เสนอใช้ระบบ ‘ก้างปลา’ กระจายน้ำ ลดภาระพื้นที่วิกฤต
เมื่อวันที่ 28 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งยังคงน่าเป็นห่วง หลังระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำและชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ ประกาศเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย อุทกภัยแล้ว 8 อำเภอ
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะคนอยุธยา นายประดิษฐ์ สังขจาย ส.ส.พระนครศรีอยุธยา เขต 5 นางสาวรินทร์ลิตา อดิษะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และนายธเนศ สนธิ นายกเทศมนตรีตำบลหัวเวียง พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและเยี่ยมให้กำลังใจประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

นายสุรสักดิ์เปิดเผยว่า จะมีการประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการบริหารจัดการน้ำผ่านระบบออนไลน์ เพื่อประเมินสถานการณ์และหาแนวทางลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำ โดยจะเสนอให้กรมชลประทานพิจารณาชะลอการเพิ่มกรอบการระบายน้ำ จากประมาณ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีออกไปก่อน โดยเห็นว่าควรคงอัตราการระบายน้ำไว้ที่ประมาณ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเป็นการชั่วคราว พร้อมประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ท้ายน้ำอย่างรอบด้าน ก่อนพิจารณาปรับเพิ่มการระบายน้ำ
นอกจากนี้ ยังเสนอแนวทางบริหารจัดการน้ำให้มีการกระจายมวลน้ำออกจากพื้นที่วิกฤต โดยใช้คลองชลประทานและพื้นที่รับน้ำในลักษณะ “ก้างปลา” เพื่อแบ่งภาระน้ำออกเป็นหลายทาง แทนการเร่งระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายน้ำเพียงแนวทางเดียว หวังลดแรงกดดันต่อชุมชนริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำที่กำลังได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสาระสำคัญคือการขอให้ชะลอการเพิ่มอัตราการระบายน้ำ เพื่อให้มีเวลาประเมินผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ และให้ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยมีเวลาเตรียมตัวรับสถานการณ์มากขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมแล้ว 8 อำเภอ 107 ตำบล 579 หมู่บ้าน 35 ชุมชน รวม 28,156 ครัวเรือน ประกอบด้วย อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอบางไทร อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน อำเภอบางปะหัน อำเภอลาดบัวหลวง ได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย อุทกภัย เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงาน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าดำเนินการช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ ตลอดจนกฎหมายระเบียบคำสั่งประกาศ และมติของคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง




