หน้าแรก การเมือง ปลัดมท.ประชุม...

ปลัดมท.ประชุมด่วน 5 จว.เสี่ยง ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ ย้ำต้องดูแลประชาชนให้ดีที่สุด

28.09.26 | 17:55 น.

ปลัดมท.ประชุมทางไกลด่วน 5 จว.เสี่ยง ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์และการช่วยเหลือ สั่งทุกจว.บูรณาการรับมือมวลน้ำ-เร่งอพยพ พร้อมเตรียมเสบียงและศูนย์พักพิง ย้ำต้องดูแลประชาชนให้ดีที่สุด

 


เมื่อวันที่ 28 กันยายน ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและการเตรียมการให้ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัด 5 จังหวัดเสี่ยง (ปราจีนบุรี กาญจนบุรี ระยอง อุทัยธานี และตาก) ผ่านระบบ Video Conference โดยมีนายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ น.ส.ชัชดาพร บุญพีระณัช รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้แทน อาทิ นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายวิชิต สุทธโส หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง นายอานนท์ ทั่งทอง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุทัยธานี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้เป็นการติดตามสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ ได้แก่ ปราจีนบุรี กาญจนบุรี ระยอง อุทัยธานี และตาก ซึ่งแต่ละจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัดที่บัญชาการอยู่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเตรียมแผนรับมือกับสาธารณภัยที่อาจเกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนมาเป็นอันดับแรก สำหรับจังหวัดที่ต้องติดตามเป็นพิเศษ อย่างที่จ.ตากและอุทัยธานี ซึ่งเป็นเส้นทางพายุพาดผ่าน ซึ่งจะต้องเตรียมความพร้อมรับมืออย่างเต็มที่ จ.ปราจีนบุรีที่รับมวลน้ำจากจ.สระแก้ว จ.ระยองที่มีข่าวการสั่งอพยพประชาชนเนื่องจากอ่างเก็บน้ำในอ.เขาชะเมาชำรุด รวมไปถึงจ.กาญจนบุรี ที่เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณจำเป็นต้องระบายน้ำซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนไปตลอดจน จ.ราชบุรีและสมุทรสงคราม

นายอรรษิษฐ์ กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญตามที่นายอนุทินได้เน้นย้ำกับทุกท่านในการเตรียมความพร้อม และการดูแลผู้ประสบอุทกภัยในศูนย์อพยพ คือการดูแลด้านอาหารต้องเพียงพอ กินอิ่มนอนหลับ เมื่อวานนี้ได้มีการลงพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยกระทรวงมหาดไทยได้บูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงานเข้าช่วยเหลือ โดยเฉพาะเรื่องอาหารซึ่งกรมการพัฒนาชุมชนได้จัดให้กลุ่ม OTOP นำอาหารไปจัดเลี้ยงดูแลประชาชนในพื้นที่แฟลตคลองจั่นทุกช่วงเที่ยงและเย็นเพื่อให้ประชาชนได้รับอาหารที่มีคุณภาพ สำหรับจังหวัดที่ประสบภัยจะต้องเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เช่น การจัดเตรียมเรือสำหรับส่งอาหารเมื่อไม่มีเส้นทางสัญจร การเตรียมรับมือกระแสไฟฟ้าถูกตัดขาด และการจัดเตรียมสุขาเคลื่อนที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างอยู่ในที่พักอาศัย ในส่วนของการเยียวยานั้น รัฐบาลจะเข้ามามีส่วนช่วยเหลือ แต่ในระดับจังหวัดควรเร่งสำรวจความเสียหายล่วงหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมคณะกรรมการระดับจังหวัด ซึ่งจะทำให้สามารถเบิกจ่ายงบประมาณช่วยเหลือและบริหารจัดการได้ทันที

Advertisement

นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก กล่าวว่า จ.ตากมีฝนตกต่อเนื่องครอบคลุมทั้งจังหวัดเป็นเวลา 3 วัน โดยมีปริมาณฝนสูงสุดที่อ.เมืองตากประมาณ 70 มิลลิเมตร ปัจจุบันเกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองตาก อำเภอบ้านตาก อำเภอวังเจ้า อำเภอแม่สอด อำเภออุ้มผาง และอำเภอพบพระ รวม 6 ตำบล 16 หมู่บ้าน มีครัวเรือนได้รับผลกระทบ 133 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังมีเหตุดินสไลด์ในพื้นที่อำเภอแม่สอดและอำเภอบ้านตาก โดยเฉพาะที่อำเภอบ้านตากเกิดเหตุดินสไลด์ทับเส้นทางสายรองระหว่างอำเภอบ้านตากและอำเภอแม่ระมาด อีกทั้งยังมีสะพานทรุดตัว จึงได้ดำเนินการปิดเส้นทางดังกล่าวชั่วคราว สำหรับการให้ความช่วยเหลือนั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ยังสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ ทางจังหวัดตากได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวัง พร้อมทั้งประสานศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตเตรียมความพร้อมเข้าให้ความช่วยเหลือหากสถานการณ์มีความรุนแรงมากขึ้น คาดการณ์ว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในช่วงเที่ยงของวันพรุ่งนี้ เนื่องจากกลุ่มฝนจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศเมียนมา

นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวขณะอยู่ระหว่างลงพื้นที่ว่า จังหวัดปราจีนบุรี อำเภอกบินทร์บุรีมีฝนตกหนักและคาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นในคืนนี้ เนื่องจากมวลน้ำจากจังหวัดสระแก้วกำลังไหลทะลักเข้ามา หากฝนยังตกต่อเนื่อง พื้นที่ตอนล่าง ได้แก่ อำเภอศรีมหาโพธิ อำเภอเมืองปราจีนบุรี และอำเภอประจันตคาม จะได้รับผลกระทบมากขึ้น จังหวัดปราจีนบุรีได้ดำเนินการอพยพประชาชนจากบ้านเรือนที่ถูกน้ำหลากท่วมเกือบทุกหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลย่านรี และได้ขนย้ายผู้ต้องขังจากเรือนจำกบินทร์บุรีไปยังเรือนจำจังหวัดสระแก้วเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางพื้นที่ได้จัดตั้งศูนย์พักพิงครอบคลุมทุกจุดและทยอยนำประชาชนเข้าสู่ศูนย์พักพิง โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคส่วน และผู้นำชุมชนร่วมกันให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ได้แจ้งเตือนล่วงหน้าไปยังอำเภอศรีมหาโพธิและอำเภอประจันตคามที่จะเป็นเส้นทางรับน้ำในลำดับต่อไปแล้ว

นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ปัจจุบันเขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 90.8 และเขื่อนวชิราลงกรณมีปริมาณน้ำร้อยละ 93.08 เนื่องจากประเมินว่าจะมีมวลน้ำไหลเข้าเขื่อนสูงถึง 300 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เบื้องต้นคาดว่าจะต้องปล่อยน้ำประมาณ 30 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เป็นเวลา 4 วัน และหากสถานการณ์ไม่เปลี่ยนอาจต้องเปิดทางระบายน้ำล้น (Spillway) ในช่วงวันที่ 1-2 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำอย่างมาก ทางจังหวัดกาญจนบุรี ได้สั่งการให้นายอำเภอและนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ริมแม่น้ำแควน้อยจนถึงแม่น้ำแม่กลอง แจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมอพยพและยกของขึ้นที่สูง โดยเทศบาลเมืองได้เตรียมจุดอพยพไว้รองรับแล้ว ในส่วนของแม่น้ำแควใหญ่ได้ขอระบายน้ำเพียง 2 ล้านลูกบาศก์เมตรและมีการสูบน้ำกลับจากเขื่อนท่าทุ่งนาเพื่อบรรเทาปริมาณน้ำลงสู่แม่น้ำแม่กลอง นอกจากนี้ อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 3 แห่งในพื้นที่อำเภอหนองปรือ อำเภอห้วยกระเจา และอำเภอบ่อพลอย มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 100 ภายในเวลาไม่ถึง 2 วัน ซึ่งทางอำเภอได้ทราบสถานการณ์และเตรียมจุดอพยพไว้แล้วเช่นกัน

นายวิชิต สุทธโส หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง กล่าวว่า จังหวัดระยอง ประสบอุทกภัยรวม 8 อำเภอ 45 ตำบล 318 หมู่บ้าน 16 ชุมชน และส่งผลกระทบต่อประชาชน 24,690 ครัวเรือน จุดที่วิกฤตที่สุดคืออำเภอแกลง ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจากอำเภอเขาชะเมาและอำเภอวังจันทร์ก่อนไหลลงสู่ทะเล ประกอบกับมีฝนตกหนักติดต่อกัน 4-5 วัน ทำให้มีปริมาณน้ำสะสมมากจนถนนสุขุมวิทเป็นอัมพาตและไม่สามารถสัญจรได้ สำหรับกรณีอ่างเก็บน้ำในอำเภอเขาชะเมาชำรุดนั้น ทางจังหวัดได้ประสานศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติให้แจ้งเตือนภัยระดับสูงสุด และอพยพประชาชนในพื้นที่ท้ายอ่างจำนวน 4 หมู่บ้านเข้าสู่ศูนย์พักพิงได้แล้วร้อยละ 70-80 โดยคาดว่าจะซ่อมแซมแล้วเสร็จภายใน 5 ชั่วโมง ส่วนพื้นที่อำเภอเมืองระยองเกิดน้ำท่วมขังเนื่องจากน้ำทะเลหนุนสูงในระดับที่มากกว่าการระบายลงทะเล ทำให้น้ำจากอำเภอนิคมพัฒนาไหลมารวมกันและเอ่อล้นตลิ่ง นอกจากนี้ยังได้มีการอพยพผู้ป่วย 8 รายจากโรงพยาบาลบ้านค่ายไปยังโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดระยองได้จัดเตรียมอาหารสด อาหารกล่อง น้ำดื่ม และระดมสรรพกำลังจากหน่วยงานทหาร มูลนิธิ และอาสาสมัคร ใช้เรือเครื่องยนต์พร้อมเจ้าหน้าที่ผู้มีประสบการณ์ฝ่ากระแสน้ำเชี่ยวเข้าไปให้ความช่วยเหลือและแจกจ่ายอาหารแก่ประชาชนที่ติดอยู่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

นายอานนท์ ทั่งทอง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุทัยธานี กล่าวว่า จังหวัดอุทัยธานี มีพื้นที่ประสบภัยจำนวน 7 อำเภอ 31 ตำบล 157 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 3,564 คน จาก 277 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบกว่า 30,000 ไร่ และมีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมเบื้องต้นกว่า 200 หลังคาเรือน ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังเป็นกรณีพิเศษ โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ส่งข้อความแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast เมื่อช่วงเที่ยง เพื่อให้ประชาชนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำสะแกกรังยกสิ่งของขึ้นที่สูง และให้อพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวหากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง พร้อมทั้งกำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวและดูแลเรื่องอาหารการกิน สำหรับพื้นที่ฝั่งตะวันตกของจังหวัด ได้แก่ อำเภอบ้านไร่ อำเภอลานสัก และอำเภอห้วยคต ซึ่งเป็นพื้นที่ลาดเชิงเขา ได้มีการแจ้งเตือนฝนตกหนักและเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากที่มาเร็วและลดระดับลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพื้นที่สนาม 5 ไร่ ในอำเภอบ้านไร่ หากมีฝนตกหนักน้ำจะหลากเข้าชุมชนอย่างรวดเร็ว

นายอรรษิษฐ์ กล่าวช่วงท้ายว่า ขอให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อย่างดีที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อร้องเรียนหรือความคิดเห็นเชิงลบจากประชาชน สิ่งสำคัญคือต้องกำชับให้นายอำเภอในฐานะผู้บริหารจัดการพื้นที่ดูแลรับผิดชอบอย่างใกล้ชิด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดต้องควบคุมภาพรวมและประสานสรรพกำลังจากหน่วยงานต่าง ๆ ในความรับผิดชอบ เพื่อบูรณาการความช่วยเหลือให้ประชาชนรู้สึกได้ว่าภาครัฐดูแลอย่างเต็มที่ และเมื่อสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกคนจะได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสมและพร้อมกลับบ้านอย่างปลอดภัย